เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการ กรมสรรพาวุธทหารบก เขตดุสิต คณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการจัดขบวนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 (ทภ.1) ได้จัดให้มีการฝึกพื้นฐาน ลักษณะทหารในท่าต่างๆ ที่ต้องใช้ในพระราชพิธี ประกอบด้วย การจัดลักษณะท่าทาง ท่าอยู่กับที่ ท่าเคารพ การพักในแถว ท่าเดิน และท่าหยุดจากการเดิน รวมถึงการแบกพระราชยาน การถือเครื่องสูง ฯลฯ ให้กับชุดครูฝึกของหน่วยที่จัดกำลังปฏิบัติในริ้วขบวน โดยมีครูฝึกจาก 7 หน่วย จากกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหล่าละ 6 นาย รวม 42 นาย มาร่วมฝึก โดยมีครูฝึกจากทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ มาเป็นผู้ฝึกซ้อมให้ครูฝึก ซึ่งจะใช้เวลาการฝึก 3 วัน ระหว่างวันที่ 20 - 22 กุมภาพันธ์ 2562 
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฝึกช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 - 11.50 น. ฝึกการจัดลักษณะท่าทาง ท่าอยู่กับที่ ท่าเคารพ การพักในแถว จากนั้นทำการฝึกท่าเดิน ท่าหยุดจากการเดิน ต่อด้วยท่าเดิน ท่าหยุดจากการเดิน (ประกอบเพลง) และในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 14.00 -16.00 น. เป็นการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้กับชุดครูฝึก โดย พล.ท.ณัฐวัฒน์ อังคนิบุตร รองผู้อำนวยการคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการจัดขบวนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 (ทภ.1)

 

          สำหรับการฝึกซ้อมในวันนี้จะเป็นการฝึกซ้อมทั้งหมด 3 ริ้วขบวน ประกอบด้วย ริ้วที่ 1 ริ้วขบวนอัญเชิญพระสุพรรณบัฏ พระราชลัญจกรประจำรัชกาล และดวงตราพระราชสมภพ จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในวันที่ 3 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพล 133 นาย ส่วนริ้วที่ 2 ริ้วขบวนราบใหญ่ ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จะเสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอมรินทร์ทรวินิจฉัย มายังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก และถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิที่ปราสาทพระเทพบิดร ในวันที่ 4 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพลทั้งหมด 234 นาย และริ้วขบวนที่ 3 ริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค เลียบพระนครในวันที่ 5 พฤษภาคม ใช้กำลังพลทั้งหมด 1,368 นาย     

          สำหรับการเดินในริ้วขบวนที่ 1-2 เป็นริ้วขบวนที่อยู่ในพระบรมมหาราชวัง จังหวะการเดินจึงใช้ตามเสียงกลองเป็นหลัก ส่วนริ้วขบวนที่ 3 ซึ่งเป็นการเสด็จเลียบพระนคร เป็นการเดินประกอบเพลงซึ่งบรรเลงโดยวงดุริยางค์ ใช้เพลงประกอบทั้งหมด 6 เพลง โดยได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาเป็นเพลงประกอบการเดิน ประกอบด้วย มาร์ชธงไชยเฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ ใกล้รุ่ง ยามเย็น สรรเสริญเสือป่า  และสรรเสริญพระนารายณ์  และในริ้วขบวนที่ 3 ใช้ระยะเวลาเดินทั้งหมด 3 ชั่วโมงโดยประมาณ และจะมีการเปลี่ยนผู้แบกหามราชยานทุก 500 เมตร

       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับกำหนดการฝึกพื้นฐานฯ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นั้น  จะเป็นการทบทวนการปฏิบัติ และตรวจสอบท่าอยู่กับที่ ท่าเคารพ ท่าเดิน และท่าหยุดจากการเดิน (ประกอบเพลง) ส่วนในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ จะจัดการอบรมและเวิร์คช็อปการเตรียมร่างกายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีเจ้าหน้าที่จากสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยมาเป็นวิทยากร ประกอบด้วย การสร้างสมรรถนะทางด้านร่างกายให้มีความแข็งแรง การเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักที่แบกหามตามหลักชีวกลศาสตร์ การรับประทานอาหารที่ถูกต้องให้เหมาะสมกับการใช้พลังงาน และทบทวนภายหลังปฏิบัติเพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ของแต่ละหน่วย โดยพิจารณาจากผลการตรวจสอบ, วิธีปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างเดียวกันทั้งระบบ, คำบอกคำสั่ง, ความเหมาะสมของจังหวะความเร็วในการเดิน กับการปฏิบัติจริง เมื่อต้องถือหรือแบกเครื่องมือ รวมถึงเรื่องอื่นๆ

     ทั้งนี้ ครูฝึกจากเหล่าทัพทั้ง 7 ชุดในวันนี้ จะได้นำการฝึกพื้นฐานลักษณะทหารในท่าต่างๆ ที่ต้องใช้ในพระราชพิธี ไปฝึกให้กับกำลังพลในหน่วยของตัวเอง จากนั้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมจะมาฝึกรวมกันที่กรมทหารราบ 11 รักษาพระองค์ บางเขน แล้วในเดือนเมษายนจะฝึกร่วมกันที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และจะฝึกซ้อมเสมือนจริงอีกครั้งในโอกาสต่อไป