ข่าว

"สนช."ผ่านกม.ปลดล็อกกัญชา-กระท่อมวิจัย-รักษาโรค

"สนช."ผ่านกม.ปลดล็อกกัญชา-กระท่อมวิจัย-รักษาโรค
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สนช.ผ่านกม.ปลดล็อก กัญชา-กระท่อม เพื่อวิจัย-ยารักษาโรค ให้สิทธิ์ "25กก.คุมยาเสพติด" พิจารณาออกใบอนุญาตครอบครอง-วิจัย พบเนื้อหาให้ ภาคอุตสาหกรรมขออนุญาตเพื่อปลูก


                   25 ธันวาคม 2561 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ..... เพื่อคลายล็อคกัญชาให้ใช้ทางการแพทย์  

 

                   ซึ่งเป็นฉบับที่นายสมชาย แสวงการ เป็นประธานกรรมาธิการฯ พิจารณาฯ ด้วยเสียงเอกฉันท์ 166 เสียง และงดออกเสียง 13 เสียง

               

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเนื้อหาที่ สนช. เห็นชอบนั้น พบการปรับแก้ไขในหลายประเด็น อาทิ  คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ จากเดิมในพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 กำหนดให้มี 17 คน ได้เพิ่มเติมอีก 8 คน  โดยเพิ่ม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นต้น., เพิ่มอำนาจของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด  โดยเฉพาะให้ความเห็นชอบต่อผู้อนุญาตในการอนุญาตให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออก รวมถึงเห็นชอบประกาศหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องที่หน่วยงานราชการเสนอ

               

                   ขณะที่รายละเอียดของการปลดล็อคยาเสพติดประเภทกัญชาและกระท่อม ตามร่างกฎหมายนั้น  ระบุว่า กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทางราชการ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนา รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรม , ให้พกพาเพื่อใช้รักษาโรคในปริมาณที่จำเป็น โดยต้องมีใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม, ทันตกรรม, แพทย์แผนไทย, การแพทย์แผนไทยประยุกษ์ หรือ หมอพื้นบ้าน โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนดและผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ

               

                   สำหรับปริมาณที่ควบคุมในการครองครอง ยังกำหนดว่า หากพบการครองครองปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม  ให้สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ขณะที่การครอบครองเพื่อใช้เป็นยารักษาโรค , ใช้เพื่อปฐมพยาบาล หรือเหตุฉุกเฉิน ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยหากพบผู้ใดที่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกและปรับ                 

 

                  ขณะที่การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครอง กัญชาและกระท่อม ให้สิทธิ เฉพาะ 1.หน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือการเรียนการสอนวิชาด้านการแพทย์ , เกษตรศาสตร์, 2.หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ป้องกัน ปราบปรามและแก้ปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย, 3.ผู้ประกอบวิชาชีพเครือข่ายแพทย์ ทั้งไทย และหมดพื้นบ้านตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด, 4.สถาบันอุดมศึกษาที่ศึกษาและวิจัย และเรียนด้านการแพทย์  

 

                 5.ผู้ประกอบอาชีพเกษตรที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย, 6.ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ, 7.ผู้ป่วยที่เดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเสพติดติดตัว, 8.ผู้ขออนุญาตที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบ ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับอนุญาตสามารถส่งต่อให้กับทายาทหรือผู้ได้รับความยินยอมได้ กรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตเสียชีวิตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

               

                นอกจากนั้นยังคลายล็อกให้ ทดลองเพาะปลูก, ผลิตและทดสอบ,เสพหรือครอบครองในปริมาณที่กำหนด ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเห็นสมควร แต่ต้องเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย การลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด หรือ ป้องกัน ปราบปราม และแก้ปัญหายาเสพติดให้โทษ

               

                 ขณะที่บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายต้องถูกจำคุก และ ถูกลงโทษปรับด้วย อาทิ การครอบครองเพื่อจำหน่าย ไม่ถึง 10 กิโลกรับ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท, ครอบครองเกิน 10 กิโลกรัม จำคุก  1- 15 ปี ปรับ 1แสน-1ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้ในร่างกฎหมายกำหนดให้เมื่อร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว 3 ปี ให้คณะกรมการควบคุมยาเสพติด ทบทวนการให้ใบอนุญาตทุก ๆ 6 เดือน

 

   "ประจิน" แจ้งครม.รับทราบสนช.ผ่านร่างก.ม.เรื่องกัญชาเพื่อการแพทย์  เผย"สธ.-อย."เตรียมแก้กฎกระทรวง คาดใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน สั่งพณ.ชะลอต่างชาติขอจดสิทธิบัตรสารสกัด หวั่นคนไทยถูกกลืนเชิงการค้า

 

     ด้าน  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ว่า ตนได้นำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้รับทราบแล้ว และขั้นตอนจากนี้ไป สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และทีมงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะต้องตรวจสอบเรื่องการแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และต้องมีการพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ งานวิจัยในสถานศึกษา รวมถึงกลุ่มบุคคลที่จะมาเกี่ยวข้อง อาทิ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ เพื่อเตรียมการเรื่องรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ
           เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีข้อสั่งการต่อเรื่องนี้หรือไม่  พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ช่วยดูเรื่องการทำงานร่วมกัน และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะอาจมีคนเข้าใจอย่างหนึ่ง และพูดอีกอย่างหนึ่ง จึงขอให้ รมว.สาธารณสุขเป็นผู้ชี้แจง 

           ผู้สื่อข่าวถามว่าบางฝ่ายกังวลต่อการที่บริษัทต่างชาติในประเทศไทยยื่นเรื่องต่อกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา  รองนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ด้วย โดยขอให้มีการตรวจสอบระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขอให้ชะลอไว้ก่อน อย่าเพิ่งให้มีผลบังคับใช้ เพราะรัฐบาลจะต้องดูเรื่องความพร้อมและศักยภาพของคนไทยให้ดีก่อน แต่ถ้าเรารีบร้อน อาจทำให้บริษัทต่างชาติกลายเป็นฝ่ายที่นำมาส่งขายให้สถานพยาบาลหรือผู้ป่วย แล้วฝ่ายไทยจะถูกกลืนในเชิงธุรกิจโดยบริษัทต่างชาติ  เมื่อถามว่าการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์จะเริ่มได้เมื่อใด รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีบางเรื่องที่ดำเนินการอยู่แล้ว แต่การแก้ไขกฎกระทรวงและข้อบังคับนั้น ตนคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน 

 


 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด