22 ก.พ.61-ที่หมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ ภายหลังที่พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งให้ผู้อำนวยการเขต ได้สั่งให้ตรวจสอบตลาดทั้ง  5 แห่งที่อยู่รอบๆบ้าน น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า แยก2 ที่มีเป็นข่าวดังจากกรณีทุบรถคนที่มาจอดขวางหน้าบ้าน จนทำให้ตลาดต้องปิดตัวไป 3 แห่งเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบการตลาด ได้แก่ ตลาดรุ่งวาณิชย์, ตลาดร่มเหลือง และตลาดสวนหลวง  ร.9 ส่วนอีก 2 ตลาดที่เหลือ คือ ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรา ที่อยู่ในระหว่างเงื่อนไขที่เจ้าของตลาดสามารถยื่นขออนุญาตให้เปิดตลาดถูกกฎหมายได้ใน 7 วัน โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศช่วงเช้า ยังคงมีตลาดเปิดตามปกติแต่มีตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลืองที่ปิดทำการ ส่วนตลาดสวนหลวง ร.9, ตบาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนราเปิดดำเนินการตามปกติ โดยยังคงมีประชาชนเดินมาเลือกซื้อของในช่วงเช้าตามเดิม

         ต่อมาในช่วงสาย ได้มีเจ้าหน้าที่จากเขตประเวศ ได้เดินมาถ่ายรูปที่บริเวณหน้าบ้าน น.ส.บุญศรี โดยระบุเพียงว่า ตนได้รับแจ้งมาว่าห้ตรวจสอบว่าป้ายคำพิพากษาที่ติดหน้าบ้าน น.ส.บุญศรี จะต้องเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไป เมื่อถามว่าใครเป็นผู้แจ้งมา ทางเจ้าหน้าที่กล่าวเพียงว่าไม่ทราบ แต่ได้รับแจ้งมา ซึ่งทางเขตก็ส่งตนมาเก็บภาพเป็นหลักฐานเพื่อการตรวจสอบต่อไป

       

          ด้านนายปรัชญา ไม่เปิดเผยนามสกุล พ่อค้าในตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตกล่าวว่า แม้ว่ามีกระแสข่าวว่าจะปิดตลาด แต่ลูกค้าประจำก็ยังคงมาเหมือนเดิม แต่ตนไม่มั่นใจว่าวันเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ตลาดจะมีความคึกคัก จะมีการเปลี่ยนแปลง หรือได้รับผลกรับทบอย่างไร ทั้งนี้ตนมีความมั่นใจว่าตลาดนี้จะดำเนินได้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะการปิดตลาดแห่งนี้ ไม่เพียงแต่พ่อค้า แม่ค้าที่ได้รับผลกระท แต่ส่งผลไปยังผู้คนที่เคยมาออกกำลังกายตอนเช้าด้วย เพราะที่ตลาดแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวันของคนแถวนี้ ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ที่ขายของ แต่ยังเป็นสังคมของผู้สูงอายุที่รักสุขภาพและมีานะในละแวกนี้ ซึ่งพวกเขาชอบมานั่งกินกาแฟและพบปะพูดคุยกันหลังออกกำลังกาย ดังนั้นการปิดตลาดครั้งนี้ มีคนหลายพันคนที่ได้รับผลกระทบแน่นอน

           ขณะที่ น.ส.อรพรรณ สิริรัตน์ แม่ค้าในตาดสวนหลวง ร.9 กล่าวว่า ในวันนี้ตนยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก เพราะ่าลูกค้าประจำก็ยังคงมาตามปกติ ซึ่งคาด่าวันเสาร์ และวันอาทิตย์คนจะมาเยอะตามเดิม เพราะว่าคนแถวนี้เขาก็คติดตามข่าวว่าตลาดไหนปิดบ้าง หรือยังเปิดอยู่ แต่ถ้าตลาดแห่งนี้ถูกปิดไปจริงๆ ตนจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นๆด้วย เพราะพวกเขาก็ต้องแบกภาระเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย นอกจากนี้คนที่ออกกำลังช่วงเช้าทุกๆวัน เขาก็จะได้รับผลกระทบด้วยไปด้วย เพราะว่าตลาดแห่งนี้เปิดมา 20 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเป็นเตนท์ยังไม่ค่อยมีอะไร ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีสิตประจำวันของคนแถวนี้

          ด้านผู้ใช้บริการตลาดรายหนึ่ง กล่าวว่า ถ้าหากตลาดแห่งนี้ปิดตัวจริงๆ แน่นอนว่าคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆอย่างเรา จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนเพราะว่า เหนื่อยๆมาก็ไม่รู้ว่าจะพักที่ไหน ถ้าถามใจจริงๆตนก็อยากให้มีตลาดต่อไป แต่ทว่าถ้าชาวบ้านแถวนี้ได้รับผลกระทบ ก็ต้องว่าไปตามกฎหมายผิดถูกว่าอย่างไร ส่วนตัวว่าถ้าตลาดมีการจัดระเบียบ และไม่ส่งมลพิษต่อคนรอบข้าง ก็น่าจะเพียงพอต่อการอยู่ร่วมกันแล้ว แต่ขอให้เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมายจะดีที่สุด.