royal coronation
วันที่ 17 ตุลาคม 2562
ข่าวทั่วไป

ผลสอบ "บิ๊กสื่อ" ขี้หลีไม่ฟันธงมีคุกคามทางเพศ

วันที่ 29 มกราคม 2561 - 19:26 น.
 ดูแลกันเอง, กำชับ, สื่อ, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, ไม่ฟันธง, คุกคามทางเพศ, ขี้หลี, บิ๊กสื่อ
Shares :
เปิดอ่าน 635 ครั้ง

ส.นักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ผลสอบ "บิ๊กสื่อ" ขี้หลี ไม่ฟันธงมีคุกคามทางเพศ ระบุกระพือข่าวเกินจริงทำเสียหายสองฝ่าย กำชับสื่อต้องกำกับดูแลกันเอง

 

          สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ระบุว่าตามที่ได้ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบผู้บริหารสื่อแห่งหนึ่งว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ นั้น คณะอนุกรรมการฯ ตั้งประเด็นการพิจารณา ได้แก่ 1.การกล่าวอ้างว่ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นในที่ทํางาน 2.การสื่อสารการใช้สังคมออนไลน์ในการแพร่กระจายประเด็นและการนําเสนอของสื่อหลัก 3.ข้อเสนอต่อการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการคมคามทางเพศในองค์กรสื่อและการทําหน้าที่ของสื่อต่อประเด็นนี้ และมีมติว่า 

          พบว่ามีองค์กรข่าวแห่งหนึ่งที่บุคลากรทำงานด้วยความใกล้ชิดสนิทสนม เมื่อยามสนทนากันหรือทํางานร่วมกัน ก็มีการหยอกล้อกันเล่น มีการถูกเนื้อต้องตัวกันบ้างตามประสาคนที่ใกล้ชิด แต่ในช่วงกลางปี 2560 มี เหตุการณ์เป็นประเด็นระหว่างบุคคลสองคน ซึ่งบุคคลหนึ่งได้รับการปลูกฝังมาในเรื่องการให้เคารพต่อผู้ใหญ่ และวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสําคัญกับผู้บังคับบัญชา จึงมีการดูแลบุคคลอีกคนหนึ่งในลักษณะที่ใกล้ชิดสนิทสนม การให้ความไว้วางใจ ซึ่งมีบางเรื่องที่ความไว้วางใจเป็นเหตุทำให้เกิดความเข้าใจในลักษณะที่เป็นการตีความเข้าข้างตนเองของอีกฝ่ายหนึ่ง จนอาจนําไปสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ เพราะต่างตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน ต่อมาได้มีการพูดคุยเพื่อทําความเข้าใจและขอโทษต่อกัน ซึ่งในท้ายที่สุดฝ่ายหนึ่งลาออกจากองค์กรข่าวแห่งนั้น ต่อมามีบุคคลที่สามนําเรื่องราวที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ก่อให้เกิดผลกระทบบต่อทั้งสองฝ่าย โดยที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าไม่ติดใจที่จะเอาความต่อกันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ทั้งยังกังวลแทนอีกฝ่าย จากการได้รับผลกระทบที่รุนแรงที่ได้รับจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้่นต่อมา

 

          ประเด็นการสื่อสารการใช้สังคมออนไลน์ในการแพร่กระจายประเด็นและการนําเสนอของสื่อหลักมีความเห็นสอดคล้องกับรายงานของคณะอนุกรรมการฯ ที่พบว่า ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาชีพสื่อสารมวลชน ไม่ใช้การสื่อสารเชิงปรึกษาหารือ หรือการสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ทั้งอย่างเป็นทางการหรืออย่างไม่เป็นทางการ แต่กลับใช้วิธีการสอบสวนเรื่องราวหรือเหตุการณ์อย่างไม่ครบถ้วนรอบด้าน แล้วสื่อสารความเห็นสู่สาธารณะผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งในพื้นที่ในชื่อส่วนบุคคลและชื่อองค์กร จนเป็นเหตุให้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จํานวนหนึ่งใช้สื่อสังคมออนไลน์สื่อสารขยายเรื่องราวจนเกินเลยไปกว่าข้อเท็จจริงมากทั้งในมิติความสมพันธ์และพฤติกรรมการคุกคามทางเพศ  

 

          ประเด็นข้อเสนอต่อการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ และการทําหน้าที่ของสื่อต่อประเด็นนี้นั้น เห็นชอบกับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ที่ว่า บุคลากรวิชาชีพสื่อ ต้องมีความเชื่อมั่นในกลไกการกำกับดูแลกันเอง และมีวิถีปฏิบัติต่อกลไกอย่างเป็นระบบ รวดเร็วทันกาลและด้วยความเสมอภาค ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะมีตําแหน่งหน้าที่ใด ภายใต้หลักการเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่ากระบวนการสอบสวนและพิจารณาข้อเท็จจริงจะเป็นที่สิ้นสุด.

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ