17 ก.ย. 63 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ   นายสนธิญา สวัสดี  อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ  เข้ายื่นฟ้องประธานรัฐสภา  ต่อศาลปกครองกลาง  ขอให้มีคำพิพากษาสั่งให้ประธานรัฐสภาไม่รับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับ  และให้มีการจัดทำประชามติเพื่อรับฟังเสียงประชาชนว่าสมควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 หรือไม่  รวมทั้งระหว่างพิจารณาคดีขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา  โดยสั่งไม่ให้มีการเคลื่อนไหวเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ   

ทั้งนี้ นายสนธิญา   กล่าวว่าส่วนตัวเห็นว่าขณะนี้ประเทศมีปัญหาอื่นที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขมากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ประกอบกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติเมื่อ 7 สิงหาคม  2559   โดยมีผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญถึง 16.8  ล้านเสียง   แต่วันนี้จะมี ส.ส.บางคนมาดำเนินการให้มีการแก้ไขบางมาตรา   ด้วยการยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภา จึงเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการขัดต่อกฎหมายและหลักการออกเสียงประชามติ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ควรต้องยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114  ที่กำหนดว่าต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติอิทธิพลของกลุ่มบุคคลใด รวมทั้งมาตรา 185  ซึ่งกำหนดบัญญัติถึงการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์  จึงอยากถามว่าการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติประชาชน   หรือของพรรคการเมือง    

“ผมมองว่าเวลานี้ที่มีการเสนอ ให้มีการแก้ไขเป็นรายมาตรา  เป็นการเลี่ยงบาลีเพื่อที่จะไม่ทำประชามติ  ถามประชาชนว่าควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่   ซึ่งความจริงแล้วนายกรัฐมนตรีก็ให้สัมภาษณ์ชัดว่าพร้อมที่จะหาเงินมาเป็นค่าทำประชามติ  ถามประชาชนว่าควรจะแก้ไหม  จึงอยากจะฝากถึง ส.ส.  ส.ว. ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ควรที่จะเสนอให้ประธานรัฐสภา สั่งให้มีการทำประชามติ   ซึ่งผมเชื่อว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีของปัญหาในขณะนี้  และเชื่อว่าจะไม่มีใครไปขัดขวาง“  นายสนธิญา กล่าว
 

เมื่อถามว่าทำไม่มองว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะลดความขัดแย้งทางการเมือง    นายสนธิญา กล่าวว่าถ้าดูการชุมนุนวันที่  19 กันยายนเป้าหมายหลักได้เปลี่ยนไปแล้ว  ถ้ามีการเอาเรื่อง 10 ข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันมาพูด   เชื่อว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีการหยิบขึ้นมาพูด

นายสนธิญา   ยังกล่าวด้วยว่าได้รับหนังสือแจ้งจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ   กรณีที่ตนเองได้ร้องขอให้ศาลสั่งให้แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก ล้มเลิกการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49  ว่าให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งตนจะขอติดตามการชุมนุมในวันที่ 19 และ 20 กันยายนนี้ก่อน ว่าเนื้อหาการชุมนุม คืออะไร ถ้ายังคงมีการพูดจาบจ้วงสถาบัน  ก็จะมีการรวบรวมข้อมูลและทำเอกสารเพิ่มเติมส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 1 สัปดาห์หลังการชุมนุม 

 

                                        "สนธิญา" ฟ้องศาลปกครองสั่ง ประธานรัฐสภาไม่รับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ  พร้อมให้ทำประชามติถามประชาชน