เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้เรียกคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลในวันเดียวกันนี้ เพื่อให้มารายงานความคืบหน้าของขั้นตอนการจัดทำแผนฟื้นฟูและการแก้ไขปัญหาของการบินไทยเพราะวันที่ 17 ส.ค.นี้ การบินไทยจะนำเอารายชื่อคณะผู้จัดทำแผนการฟื้นฟูฯ ให้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาตามขั้นตอนหลังจากที่มีการยื่นขอล้มละลายกับศาลไปก่อนหน้านี้

“การเรียกประชุมฯ ครั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นต้องติดตามอะไรเป็นพิเศษ เป็นการเข้ามารายงานตามระยะเวลาที่ได้มีการนัดหมาย ซึ่งในสัปดาห์นี้จะเป็นการรายงานรายชื่อผู้จัดทำแผนการฟื้นฟูที่จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลฯในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นการรายงานตามปกติ ผมไม่ได้ไปขอดูแผน เพราะถ้าไปดูก็จะเป็นการล้วงลูก” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ในการประชุมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ตนได้พบกับนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี)ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ แทนนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสที่จะได้สอบถามดีดีคนใหม่ด้วยว่า เมื่อการบินไทยไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว มีปัญหาอุปสรรคอะไรที่จะให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาหรือไม่ โดยครั้งก่อนเขาเสนอเข้ามาหลายเรื่องตนก็รวบรวมและส่งให้รัฐบาลได้ช่วยแก้ไขไปแล้ว

ด้ายนายชาญศิลป์ กล่าวว่าในวันที่ 17 ส.ค.การบินไทยจะเสนอรายชื่อคณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟูการบินไทยให้กับศาลฯพิจารณา ได้แก่ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด,พล.อ.อ. ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานบอร์ดการบินไทย ,นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล,นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค,นายบุญทักษ์ หวังเจริญ,นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และตนเองเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทย โดยหากศาลล้มละลายกลางเห็นด้วยกับรายชื่อดังกล่าวก็จะมีคำสั่งรับผู้ทำแผนตามที่บริษัทเสนอก็จะมีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะเป็นขั้นตอนที่เปิดเจ้าหนี้ เข้ามาชี้แจ้งรายละเอียด และจะมีการลงรับรายชื่อเจ้าหนี้ทั้งที่บริษัทและที่กรมบังคับคดี เพื่อให้ทราบรายชื่อเจ้าหนี้และมูลหนี้ของบริษัท ซึ่งจะมีกำหนดระยะเวลามาว่า ให้ยื่นถึงเมื่อไหร่ และระยะเวลาในการทำแผนฟื้นฟูต้องแล้วเสร็จภายในเมื่อไหร่ด้วย 

“ทั้งนี้ความยากของการทำแผนฟื้นฟูฯ ก็คือการประเมินสถานการณ์ไปข้างหน้าว่า ธุรกิจจะเป็นอย่างไร รายรับ และรายจ่ายของบริษัทจะเป็นอย่างไรซึ่งต้องมองไปในอนาคต โดยขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหนี้รายใดมายื่นคัดค้าน แต่ก็มีบางรายที่เข้าใจผิดว่าทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีรายชื่อเป็นเจ้าหนี้ตอนหลังได้มีการแจ้งไปแล้วว่ามีรายชื่อแล้วไม่มีปัญหา และส่วนใหญ่เจ้าหนี้ที่ได้ไปเดินสายไปพบทั้งสถาบันการเงิน เจ้าหนี้หุ้นกู้ เจ้า ของที่เป็นเจ้าหนี้การเช่า ส่วนใหญ่ก็เห็นใจ เข้าใจ และเห็นด้วยกับการที่ให้เราเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟู”นายชาญศิลป์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีความกังวลใจหนักใจหรือไม่กับการบริหารการบินไทยในช่วงที่ต้องมีการฟื้นฟูกิจการ นายชาญศิลป์กล่าว ว่า ขณะนี้ต้องเอาความรู้ที่มีมาช่วยการบินไทยในการบริหาร เอามาช่วยสายการบินที่มีความสำคัญระดับประ เทศ ซึ่งในขณะนี้ทุกสายการบินมีปัญหา แต่ตนมองว่า การบินไทยยังมีจุดแข็งทั้งคนและทรัพยากรสำคัญที่จะฟื้นฟูให้กลับ มาได้ ที่สำคัญการบินไทยเป็นแบรนด์ของประเทศ จึงมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศมากจะปล่อยให้ล้มละลายไม่ได้ต้องใช้สัพพะกําลังในการฟื้นฟูให้กลับมาให้ได้