23 มีนาคม 2563 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ถ.พระราม 6 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและแกนนำชาวบ้านบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ  

 

 

ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) เพื่อขอให้คณะกรรมการฯระงับหรือเพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ซึ่งเพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ(คชก.)ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้การให้ความเห็นชอบรายงานของ คชก. ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 เป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาจากโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 1 ซึ่งตามหลักการแล้วจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข และมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA ฉบับแรกให้หมดสิ้นเสียก่อน

 

แต่ทว่า คชก.กลับเพิกเฉยต่อการบังคับให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการฯต้องปฏิบัติ จนก่อให้เกิดผลกระทบทางเสียงมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปีที่ผ่าน ทำให้ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างมากจากการประกอบการของสนามบินตั้งแต่วันที่เปิดทำการมาจนถึงปัจจุบัน โดยที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.58 วรรคสาม บัญญัติไว้แต่อย่างใด 

 

กรณีที่เกิดขึ้นตัวแทนของประชาชนที่เดือดร้อนและเสียหายดังกล่าวพยายามที่จะยื่นข้อเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการบอร์ดและผู้บริหาร บริษัท  ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการเยียวยาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วแล้วก็ตาม แต่ทว่ากลับไม่ได้รับการตอบสนองให้เป็นไปตามข้อเสนอแต่อย่างใด

 

ในทางกลับกันกลับมีความพยายามที่จะขยายสนามบินสุวรรณภูมิออกไปอีกใน เฟสที่ 2-3 โดยเฉพาะการสร้างรันเวย์ที่ 3 ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยที่การดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ยังดำเนินการยังไม่ครบถ้วนแต่อย่างใด 

 

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯ และตัวแทนชาวบ้าน จึงต้องเดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อได้มีมติระงับหรือเพิกถอนรายงานดังกล่าวเสีย หรือสั่งการไปยัง คชก. เพื่อสั่งให้บริษัท  ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพิ่มเติมข้อเรียกร้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสนามบินสุวรรณภูมิ ลงในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ฉบับใหม่ คือ 1)กลุ่มบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่ในแนวเส้นเสียง NEF 30-40  ในเฟสที่ 1 ที่ต้องการขาย จำนวน 75 หลังคาเรือน ให้เร่งเจรจาซื้อโดยเร็ว

 

2) ขอให้มีคนกลาง หรืออนุญาโตตุลาการ เข้ามาดูแลในเรื่องของราคาชดเชยปรับปรุงบ้านและราคาซื้อขายบ้าน 3)ขอให้ชดเชยเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเสียงที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ระหว่างรันเวย์ที่ 1 และรันเวย์ที่ 2 หรือเรียกว่า “ช่องว่างหูกระต่าย” ทั้งฝั่งทิศเหนือและใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิ  เพราะในการบินของนักบินสายการบินต่าง ๆ นั้น มีการบินนอกเส้นเสียงอยู่เป็นประจำ  ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้หากไม่เป็นผล สมาคมฯจะชาวบ้านจะนำความขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด