17 มีนาคม 2563 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ระงับใบลาออกของนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ถูกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี รมว.กลาโหม มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติงานที่ สำนักนายกรัฐมนตรี 

 

ผวาโควิด-19"สมศักดิ์"ไม่เอาด้วยเปิดสภา งานเสร็จบ้านใครบ้านมัน

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่านายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้ออกมาย้ำว่าไม่ต้องการให้ตนลาออกและจะไม่เซ็นอนุมัติให้ลาออก ทั้งนี้ ถึงขณะนี้ตนยังไม่ได้รับการติดตามใด ๆ จากทีมงานนายจุรินทร์ และยังไม่ขอแสดงความเห็นใดๆในขณะนี้ “ ช่วงนี้ผมอยู่ในช่วงลาพักร้อน ซึ่งได้ยื่นไว้ถึงวันที่ 23 เมษายนนี้ คงต้องขอใช้สิทธิการพักร้อนไประยะหนึ่งก่อน แต่หากได้รับการติดต่อจากรองนายกฯก็พร้อมเข้ามารายงานตัวและชี้แจงประเด็นต่างๆ” นายวิชัย กล่าว

  ด้านนายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า นายวิชัยได้แจ้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ว่าขอลาพักร้อนถึงวันที่ 23 เมษายน และหลังจากนั้นจะขอลาออก ซึ่งตอนนี้หนังสืออยู่ที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และได้รับแจ้งว่าอนุมัติให้ลาพักร้อนได้ โดยขณะนี้รองอธิบดีกรมการค้าภายในจะขึ้นมารักษาการแทน โดยได้พูดคุยกับนายวิชัย ไม่อยากเห็นท่านลาออก ด้วยความเห็นใจและด้วยความเข้าใจว่าที่ผ่านมาท่านทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังสามารถ และทุ่มเทในการทำงาน ในช่วงที่ทำงานด้วยกันท่านก็ตั้งใจทำงานทุกอย่างทุกด้าน โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยที่เกิดในช่วงวิกฤติ และการผลิตมีจำกัด ผลิตได้วันละกว่าล้านชิ้น ซึ่งทุกคนมีความต้องการทำให้พอ ซึ่งอธิบดีก็บริหารจัดการให้ตรงกับความต้องการของประชาชน 60 ล้านคน เราก็กระจายให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็เห็นว่าอธิบดีทำได้ดีและทุ่มเทเต็มที่ ก็ขอแสดงความเห็นใจท่านด้วย

เมื่อถามว่า ก่อนที่จะมีการออกคำสั่ง นายกฯ ได้มีการแจ้งมาก่อนหรือไม่ ในฐานะที่ รมว.พาณิชย์เป็นผู้บังคับบัญชา นายจุรินทร์บอกว่า แจ้งให้ทราบภายหลัง และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับนายกฯ ถึงเรื่องดังกล่าว ส่วนจะมีผลกระทบกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต แต่หากจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงที่จะทำหน้าที่ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยขณะนี้รอตัวแทนจากตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ