“พิธา” โชว์วิสัยทัศน์หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถ้าเป็นรัฐบาลจะทุ่มหมื่นล้านสร้างอุตสาหกรรมสุขภาพ ไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เอาเงินภาษีอุ้มตลาดทุน ลั่นเป็นสืบทอดนโยบาย-อุดมการณ์ อนค.

 

               พรรคก้าวไกล -14 มี.ค.2563 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์หลังได้รับเลือกด้วยมติเอกฉันท์พรรคก้าวไกลว่า การกล่าวสุนทรพจน์ถือเป็นภารกิจแรกในตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะถ้ารอถึงวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. การไปรับฟังข้อกล่าวหาที่สน.ปทุมวัน จะเป็นภารกิจแรกแทน

 

               ทั้งนี้เป็นเวลากว่า 23 วัน ที่พรรคอนาคตใหม่ถูกทำให้หายไปจากการเมืองไทย และทำให้ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ต้องไร้สังกัดพรรคแต่วันนี้เราได้ย้ายสู่บ้านใหม่อย่างเป็นทางการกับพรรคก้าวไกล ต้องขอขอบคุณสมาชิก ส.ส. และผู้สนับสนุนทุกคน ที่ทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก กำลังใจจากทุกคนถือเป็นเชื้อไฟชั้นดี ทำให้พวกเราเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่ย้อท้อ 

 

               พรรคก้าวไกลคือบทที่ 2 ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งบทแรกของพวกเรามีสมาชิกมากกว่า 6 หมื่นคนที่ร่วมสร้างพรรคขึ้นมา และทั้งหมดที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนที่จะพาให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง วันนี้พรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพรรคที่สืบทอดเจตนารมณ์ อุดมการณ์ และจิตวิญญาณมาจากอดีตพรรคอนาคตใหม่ เราจะเดินหน้าทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เราจะไม่ใช่พรรคชั่วคราว แต่จะเป็นสถาบันทางการเมืองที่จะพาประเทศไทยกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ยุติระบอบรัฐประหาร และสถาปนานิติรัฐที่ประชาชนทุกคนมีความเท่าเทียม


               นายพิธา กล่าวอีกว่า วันนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เรากำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่มีศักยภาพที่จะนำพาประเทศให้เดินต่อไปได้ ซ้ำพาคนทั้งชาติลงเหว ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งวันนี้ความรุนแรงของการแพร่ระบาดไม่เท่ากับความตื่นตระหนกของประชาชน วิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5 ทำให้คนไทยต้องตายผ่อนส่งเพียงเพราะรัฐบาลต้องการเอาใจนายทุน

 

               วิกฤตเศรษฐกิจที่ตกต่ำที่สุด ภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตรติดลบทั้งหมด วิกฤตการเมืองที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ที่สืบอำนาจจากคสช. ไม่ให้มีพรรคไหนมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง เพื่อให้เสียงข้างมากกระจัดกระจายไปอยู่ตามพรรคต่างๆ จนเกิดวิกฤตร่วมรัฐบาล 19 พรรค บริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพ ขาดเอกภาพ สาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เกิดสภาเสียงปริ่มน้ำ จนมีเรื่องการซื้อ ส.ส.

 

               “ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล การแก้ไขโควิด-19 จะไม่เอาภาษีของคนไทยไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ด้วยการนำไปอุ้มตลาดทุน แต่เราจะนำเงินหมื่นล้านบาทสร้างอุตสาหกรรมสุขภาพ สร้างบุคคลากร สร้างงาน และเพิ่มงบวิจัย เพราะเชื่อว่านักวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทยมีศักยภาพเพียงพอ หากมีห้องทดลองหรืออุปกรณ์ที่ทันสมัย เราอาจจะมีวัคซีนหรือยาต้านโรคจากฝีมือคนไทยก็ได้ ซึ่งวิกฤตที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นเหตุผลให้พรรคก้าวไกลต้องเดินตามนโยบายของอดีตพรรคอนาคตใหม่ คือการแก้ไขปัญหาโครงสร้างมากว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 

 

               เรายังคงเดินหน้า การร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. 17 ฉบับ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เพื่อยกระดับสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน ร่างพระราชบัญญัติสุราก้าวหน้า เพื่อไม่ให้จำกัดอยู่ที่นายทุนไม่กี่ราย และสิ่งสำคัญพรรคจะคงเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดลำดับความสำคัญทางอำนาจใหม่ ต้องยกเลิก ส.ว. แต่งตั้ง ยกเลิกยุทธศาสตร์ 20 ปี และแก้ไขที่มาขององค์กรอิสระ ให้ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ต้องปรับปรุงแก้ไขระบบรับสภาไม่ให้เป็นสภาตรายางให้รัฐบาล”นายพิธากล่าว
 

               นายพิธา กล่าวต่อว่า เดิมพรรคมี ส.ส. 81 คน ตอนนี้เหลือเพียง 46 คน จากสภาเสียงปริ่มน้ำ กลายเป็นสภางูเห่า สร้างความมั่นคงให้กับรัฐบาลในบรรยากาศมืดมิด แต่ยังมีแสงสว่างในปลายอุโมงค์ พวกเราจะลุกขึ้นสู้ โดยเฉพาะจากกลุ่มเยาวชน สถาบันการศึกษามากกว่า 40 แห่ง นักเรียน นิสิตนักศึกษา ออกมารณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อส่งเสียงไปถึงผู้มีอำนาจ พวกเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาน่าตื่นเต้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะเป็นโอกาสที่พรรคการเมืองจะได้เขยื้อนไปในทางที่ดีขึ้น เพราะพลังนักศึกษาจากทั่วประเทศที่ลุกขึ้นทวงสิทธิในการเป็นเจ้าของประเทศ

 

               ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ของนายพิธา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ขึ้นชี้แจงบนเวทียืนยันตัวเลขว่า พรรคก้าวไกล มี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกแล้ว 54 ราย

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นซึ่งมีประชาชนทยอยเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ได้มีตำรวจจาก สน.เพชรเกษม เดินทางมาสังเกตการณ์