คมชัดลึกออนไลน์ 6 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

จับตาลงมติซักฟอกวันนี้ วิป รบ.ตั้งเป้าอย่างต่ำวางใจ 255เสียง

28 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
จับตาลงมติซักฟอกวันนี้,วิป รบตั้งเป้า,อย่างต่ำวางใจ 255เสียง
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 607 ครั้ง

สภาเดือดรัฐบาลหักดิบปิดซักฟอก ฝ่ายค้านฟิวส์ขาดพรึ่บวอล์กเอาท์ จับตาลงมติวันนี้อาจไร้เงาฝ่ายค้าน ด้านวิปรัฐบาล ตั้งเป้าเสียงไว้วางใจอย่างน้อย 255 เสียงขึ้นไป


      เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา เริ่มประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่ 4 มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย เริ่มอภิปรายอย่างดุเดือด เปิดโปงขบวนการที่อ้างว่าเป็นการล้มมวยช่วยเหลือคดีของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส นำเข้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ ระบุเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายดอน ปรมัตวินัย รมว.ต่างประเทศ หรือไม่ โดยมั่นใจหลังถูกแฉ ทั้งสามคนต้องชิงลาออก ถูกประชาชนขับไล่แน่นอน หลังจากนี้มีคนต้องติดคุก ความเสียหาย 84,000 ล้านบาท แต่เตะถ่วงจนค่าปรับเหลือแค่ 1,224 ล้านบาท ฟิลลิป มอร์ริส แพ้คดีที่สหรัฐอเมริกา และยุโรป ถูกปรับเป็นหมื่นล้าน ไม่เฉลียวใจหรือว่ามาชนะที่ไทยที่เดียว ที่จริงเขาแพ้คดีเราทุกประตูไม่มีทางสู้ สำแดงราคาเท็จ หลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร แต่ผู้บริหารประเทศดันทุรังทำลายอธิปไตยไทย กรมราชทัณฑ์ล้างคุกรอไว้แล้ว ยกเว้นมีปาฏิหาริย์

อ่านข่าว-ไม่มีปัญหา ฝ่ายค้านไม่ลงมติศึกซักฟอก


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

    นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีการแปรรูปโรงงานยาสูบ ด้วยการให้การยาสูบแห่งประเทศไทย เป็นนิติบุคคล โอนทรัพย์สิน จากที่พัสดุ มาเป็นของการยาสูบฯ และให้เอกชนเข้ามาร่วมตั้งบริษัท เพื่อใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของยาสูบได้ ถือเป็นการเอื้อเจ้าสัว อย่างไรก็ตามการต่อสัญญาศูนย์ประชมแห่งชาติสิริกิติ์ 50 ปี ทำไมไม่ปล่อยให้สัญญาสิ้นสุดลง 8 เมษายน 2564 นั้นเพราะว่า ถ้าสัญญาหมดลงจะต้องเปิดประมูลแข่งขันอย่างเสรี แต่คนในรัฐบาลอ้างความเห็นกฤษฎีกาว่าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ถือเป็นแผนฮุบที่ดินที่เอื้อกันสุดๆ

  ซัดอีกรถถังยูเครนเซียงกง

   นายศรัณย์วุฒิ ยังอภิปรายกล่าวหาว่า นอกจากนี้ในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ได้จัดซื้อรถถังจากประเทศยูเครนด้วยวงเงินงบประมาณ 8,000 ล้านบาท มีกำหนดส่งมอบปี 2558 แต่กลับมีการส่งมอบจริงปี 2561 ปรากฏว่าไม่มีการจ่ายค่าปรับ สำหรับการจัดซื้อครั้งนี้มีการตั้งคนไทยสองคนเป็นลูกจ้างในกงสุลไทยที่ประเทศยูเครน นอกจากนี้ การซื้อขายรถถังไม่ได้เป็นไปลักษณะรัฐต่อรัฐ แต่พบว่ามีการดำเนินการผ่านบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบของทางการยูเครนพบว่า มีเงินส่วนหนึ่งจ่ายผ่านคนกลางจำนวน 1,400 ล้านบาท และเมื่อมีการจ่ายเงินลูกจ้างคนดังกล่าวก็ลาออก ทั้งนี้ ยูเครนส่งผลการตรวจสอบให้กระทรวงต่างประเทศไทยให้ตรวจสอบแต่มีไอ้โม่งเก็บเรื่องเอาไว้ไม่ให้มีการตรวจสอบ

     “รถถังนี้เป็นรถถังเซียงกงย้อมแมวใช้เวลาประกอบนานมาก ผิดกับซื้อขายรถถังของจีนที่ใช้เวลาประกอบรถถังและส่งมอบในเวลาไม่นาน พี่ใหญ่ซื้อเรือดำน้ำ พี่รองไม้แหย่แย้ เรือเหาะ ส่วนน้องเล็กซื้อรถถังโอพลอต ตั้งแต่ยึดอำนาจมา 6 ปีและสืบทอดอำนาจ แม้จะอ้างว่ามาตามประชาธิปไตย แต่ทำเศรษฐกิจไทยพังยับเยิน สาเหตุที่เราทรุดแบบนี้เพราะเรามีภูมิคุ้มกันไม่ดี ท่านนายกฯ มักจะบอกว่าตัวเองเสียสละ และรักชาติ เอาหน้าที่การเป็นทหารมาข่มขู่คนอื่น” นายศรัณย์วุฒิ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายของนายศรัยณ์วุฒิใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เวลาการอภิปรายของฝ่ายค้านเหลือไม่มาก นายชวนจึงได้แจ้งว่าจะไปหาทางออกให้

   รัฐบาลร่ายยาวปม“ฟิลลิปมอร์ริส”

    ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกรณีที่บริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้คดีที่เกิดขึ้นจะเกิดตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมีการฟ้องร้องดำเนินคดีระหว่างฟิลิปปินส์กับไทยกันมายาวนานจนมาถึงรัฐบาล คสช. ก็เดินหน้าฟ้องร้องไปตามปกติ เนื่องจากยาสูบเป็นอันตรายถึงไม่อยากส่งเสริม แต่ทั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องธุรกิจยาสูบของไทย ปกป้องกฎหมายไทย และที่สำคัญปกป้องความรู้สึกที่ดีของคนไทย พร้อมยืนยันไม่ได้ใช้อำนาจเข้าไปก้าวก่าย หลังเชิญอัยการมาร่วมประชุมเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 ทุกอย่างมีการบันทึกอย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริง ฟ้องร้องบริษัท ฟิลลิป มอริส เพราะบริษัทดังกล่าวทำผิดเอง โดยล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ศาลอาญาได้ตัดสินให้ปรับบริษัท ฟิลลิป มอริส เป็นจำนวน 4 เท่าของภาษีที่หลีกเลี่ยง เป็นจำนวน 1,225 ล้านบาท

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า ขอยืนยันว่า ไม่ได้แทรกแซง ไม่ได้ก้าวก่าย พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายโดยชอบ แต่ถ้าเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายคือการทำถุงขนมตกที่ศาลในสมัยหนึ่ง ถือเป็นการวิ่งเต้นก้าวก่ายการทำงานของศาล

“ดอน”สวน“ศรัณย์วุฒิ”ข้อมูลเบาหวิว

ด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลัง ส.ส.ฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจพาดพิงกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะจะพิจารณาเฉพาะกรณีที่มีพันธกรณีเพื่อปกป้องประโยชน์ของไทยและเร่งแก้ไขปัญหาเท่านั้น เมื่อเราถูกตัดสินจากองค์การการค้าโลก (WTO) ว่าเป็นฝ่ายผิดก็เร่งดำเนินการหาทางแก้ไข ยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศไมได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมตามที่กล่าวหาผ่านกระบวนการแก้ไขกฎหมายศุลกากร เพราะการแก้ไขกฎหมายฉบับนั้นมีความพยายามมาตั้งแต่มาก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งปีก่อนที่กระทรวงการต่างประเทศจะมีหนังสือแจ้งรองนายกรัฐมนตรีเรื่องการปฏิบัติตามพันธกรณีองค์การการค้าโลก และไม่ได้เสนอให้อัยการถอนฟ้อง เพราะอำนาจการพิจารณาอยู่ที่อัยการ

“เรื่องต่างๆ ตามที่กล่าวหา แม้การนำเสนอจะขึงขังจริงจัง แต่ข้อมูลที่ออกมานั้นเบาหวิว ไม่หนักแน่น อย่างไรก็ตาม กรมสนธิสัญญาฯ ก็ติดตามดูแลปกป้องผลประโยชน์ของไทยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง” นายดอน กล่าว

“บิ๊กป้อม”ยันไม่ได้จัดหาซื้อ“รถถัง”

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า ตามที่นายศรัณย์วุฒินำเสนอรูปเกี่ยวกับการจัดหาเรือดำน้ำและรถถัง ซึ่งการจัดหานั้น คงไม่ได้เป็นคนจัดหา แต่เป็นความต้องการของเหล่าทัพที่จะเสนอมาว่ากองทัพเรือต้องการอะไร กองทัพบกต้องการอะไร แล้วจัดสรรคู่กับงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ ฉะนั้นเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำกับรถถัง ซึ่งเป็นการซื้อของจีนโดยทำระบบจีทูจี อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในส่วนนี้จะให้ รมช.กลาโหม เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดถึงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ผ่านมา

ซักฟอก‘บิ๊กตู่-ป้อม’ปมค้ามนุษย์

ต่อมา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ (อนาคตใหม่) ได้ขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ว่า สาเหตุหลักที่อภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 2 ท่าน คือ ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ท่านทำเพียงการขายผ้าเอาหน้ารอด ให้พ้นจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ มีส่วนที่เชื่อได้ว่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ กลั่นแกล้งนายตำรวจที่มีผลงานโดดเด่น ปล่อยปละละเลยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ และปล่อยให้การปราบปรามการค้ามนุษย์ในประเทศไทยเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

‘บิ๊กป้อม’โต้ค้ามนุษย์-ยันปราบจริงจัง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องของโรฮิงญาที่ลักลอบเข้าไทย ไม่ใช่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ แต่เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมือง พ.ศ.2522 เราดูแลตามมนุษยธรรมอย่างเหมาะสม ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ซึ่งจุดหมายปลายทางที่โรฮิงญาจะมานั้นไม่ใช่ประเทศไทย แต่เป็นประเทศที่สาม ไทยได้สนับสนุนเรื่องอาหาร น้ำมัน ให้เขาไปยังประเทศที่ต้องการ ทั้งนี้ ท่าทีของไทยในสถานการณ์ขัดแย้งของรัฐยะไข่ก็เช่นกัน รัฐบาลไทยสนับสนุนการแก้ปัญหารากเหง้าที่รัฐบาลของเมียนมาร์ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการอพยพกลับสู่ถิ่นฐานด้วยความสมัครใจ รวมถึงการสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาในเมียนมาร์

“สำหรับเรื่องของการค้ามนุษย์ ผมดูแลมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ได้รับการเลื่อนระดับจากเทียร์ 3 มาเป็นเทียร์ 2 วอทช์ลิสต์ และปลดวอทช์ลิสต์ ซึ่งสถานการณ์ดีขึ้น ไม่ใช่เลวลง และการจับกุมผู้กระทำผิดค้ามนุษย์ของโรฮิงญารัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือพลเรือน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และเด็ดขาด ดังที่ได้เห็นคดีของ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีต ผอ.รมน.ภาค 4 และผู้ร่วมกระทำความผิด ที่เป็นข้าราชการทหารที่ถูกดำเนินคดี ก็ดำเนินการทางวินัยอย่างไม่ละเว้น แม้แต่ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ที่หนีไป ก็กลับมาร้อง ก.ตร.เพื่อขอกลับเข้ามารับราชการ ซึ่งก็ไม่กลับมาเอง ไม่มีใครให้ไป เขาหนีไปเอง” พล.อ.ประวิตรกล่าว

“นายกฯ” แจงจ่ายเงินช่วยน้ำท่วมอุบลฯครบ

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงกรณีที่ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ระบุว่าการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบภัยในพื้นที่ทางการเกษตรล่าช้านั้น ได้ตรวจสอบไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วพบว่า เกษตรกรที่ประสบภัยพายุโพดุลและคาจิกิได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้วจำนวน 438 ล้านบาท ส่วนด้านประมงในพื้นที่ 19 อำเภอ ได้จ่ายเงินช่วยเหลือ 5.4 ล้านบาท ครบถ้วนแล้ว เช่นเดียวกับพื้นที่ปศุสัตว์ วงเงิน 1.6 ล้านบาท ส่วนนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหายให้ชัดเจน ซึ่งขอเวลาอีกสักนิดจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

แจงชัดปมที่ดินพ่อ-รถถังยูเครน

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการซื้อขายที่ดินที่อ้างว่าบิดาตนเองสุขภาพไม่ดีปี 2559 นั้น ขอชี้แจงว่าขายที่ดินเมื่อปี 2556 โดยปี 2555-2556 สุขภาพของบิดายังดีอยู่ และเสียภาษีถูกต้อง ตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ดินแล้ว รายงานต่อ ป.ป.ช.แล้ว และมีการแถลงให้ดูต่อสาธารณะ ตนลงรายละเอียดมากเกินไปด้วยซ้ำ บางคนไม่เห็นการโอนเงินเลยด้วยซ้ำ

สำหรับเรื่องการซื้อรถถังจากยูเครน นายกฯ ชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่มีกฎหมายบาร์เตอร์เทรด เอาสินค้าแลกกับอาวุธไม่ได้ มีแต่การค้าต่างตอบแทนเท่านั้น เรื่องการทำสัญญาจีทูจีก็เป็นเรื่องของแต่ละประเทศจะดำเนินการ แต่เรื่องการติดต่อจะให้มีบริษัทดำเนินการ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว สำหรับการส่งมอบรถถังที่ล่าช้านั้น เพราะยูเครนมีปัญหาภายในทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเวลาการส่งมอบ ส่วนภาพที่อ้างว่าตนเองไปเยือนยูเครนเพื่อซื้อรถถังนั้นไม่ใช่ เพราะเป็นการไปเยือนยูเครนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของทางการยูเครน และพาไปดูรถเท่านั้นเองแล้วเอามาพิจารณา

ย้ำชัดย้ายโรงงานยาสูบไม่ได้เอื้อใคร

“ผมไม่ได้กลัวการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องโรงงานยาสูบมีแผนจะย้ายมาตั้งนานแล้วหลายรัฐบาล และทุกอย่างเป็นไปตามแผน ดังนั้น การมาอ้างว่าย้ายเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจจึงไม่ถูกต้อง ขอบคุณในความหวังดีท่านอภิปรายได้สนุกดี แต่ขอให้รักษาเวลาอันมีค่าของสภาด้วย”

ยันเดินหน้าปฏิรูปกองทัพ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงการทำงานของกองทัพว่า มีคนสงสัยว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นรัฐทหารหรือไม่ ขอชี้แจงว่า กองทัพมีแผนแม่บทในการปฏิรูปและปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหมระหว่างปี 2560-2569 ทำให้กองทัพเล็กลงและทำให้ทันสมัย และมีขีดความสามารถสูงทั้งในเรื่องคนและเครื่องมือต่างๆ ไม่เน้นแต่การจัดซื้อเท่านั้น

“เราจำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพของเราให้ทัดเทียม ไม่ใช่มีไว้เพื่อรบกัน แต่มีไว้เพื่อเจรจาต่อรองเท่านั้น ทหารของเราต้องทำให้เป็นทหารมืออาชีพและมีมาตรฐาน นอกจากนี้ ปรับปรุงหน่วยงานให้มีขนาดเล็กลงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เราต้องดำเนินการโดยวางแผนระยะยาวแต่จะได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ทุกอย่างเป็นไปตามความจำเป็น เพราะมิฉะนั้นจะยิ่งล่าช้าออกไปอีก ส่วนเรื่องการบริหารกำลังพลนั้นก็มีแนวทางการปรับลดนายพลให้เหลือ 50% ตั้งแต่ปี 2551-2571 ส่วนเรื่องทำร้ายทหารและการทุจริตเบี้ยเลี้ยงก็มีการลงโทษมาตลอด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯขอบคุณสภา-คนไทย

จากนั้นเมื่อเวลา 18.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอบคุณประชาชน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ รวมถึงคนไทยทุกคนที่ร่วมกันรับฟังอภิปรายตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ถือว่าทุกคนเป็นคนไทยด้วยกันหลายเรื่องต้องใช้เวลาชี้แจงนานพอสมควร แต่ล้วนเป็นสาระและประโยชน์ซึ่งอธิบายทุกอย่าง ไม่ว่าจะขั้นตอน กระบวนการ และการออกกฎหมายทั้งหมด ซึ่งการทำงานของรัฐบาลวันนี้ได้เปิดมิติใหม่และร่วมมือกันสร้างความเข้าใจในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายให้ตรงกัน ยืนยันว่าตนใช้อำนาจตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินทุกประการและขอขอบคุณอีกครั้งยืนยันกับประชาชนว่าจะทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุดหากมีสิ่งใดที่จะทำได้เพิ่มเติมจากคำแนะนำของบรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนที่เลือกเข้ามาตนจะทำงานโดยไม่เลือกพื้นที่ไม่เลือกภาค ให้ทั่วถึงทุกภาคทุกกลุ่มทุกจังหวัดทุกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนตามความเร่งด่วนซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 5 ปี 7 เดือน จะต้องทำให้ต่อเนื่องโดยรัฐบาลต้องระมัดระวังเรื่องกฎหมายความถูกต้องความชอบธรรมและความเท่าเทียมอย่างแท้จริงคำนึงถึงคนทุกกลุ่มทุกฝ่ายเพราะไม่ใช่ศัตรูกัน

ส่งท้ายรัฐบาลหักดิบปิดซักฟอก

ต่อมาเมื่อเวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้สั่งพักการประชุมเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้ตัวแทนวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านไปประชุมร่วมกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อร่วมกันหาทางออกในการให้เวลาเพิ่มแก่ฝ่ายค้าน เนื่องจากยังมี ส.ส.ของฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งยังไม่ได้ใช้สิทธิอภิปราย

เมื่อกลับมาประชุมอีกครั้งโดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลให้เวลาแก่ฝ่ายค้านเพิ่มเติมจากเดิมที่มีกำหนดปิดอภิปรายในเวลา 19.00 น. เช่นเดียวกับ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าเมื่อฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ให้เวลาเพิ่มเติม ส.ส.อนาคตใหม่ที่ยังไม่ได้อภิปรายในสภา จะใช้สิทธิในการอภิปรายนอกสภาแทน

ขณะที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในเมื่อข้อตกลงของทั้งวิปรัฐบาลและวิปฝายค้านตกลงกันแล้วว่าจะปิดอภิปรายเวลา 19.00 น. ประกอบกับเมื่อเวลาการอภิปรายของฝ่ายค้านหมดลงแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น

ฝ่ายค้านป่วนวอล์กเอาท์

ด้าน นายสุทิน กล่าวว่า หากยังยืนยันที่จะไม่ให้อภิปรายต่อ ตนเองในฐานะตัวแทนของฝ่ายค้านไม่อาจใช้สิทธิอภิปรายสรุปตามข้อบังคับการประชุมสภา เมื่อเป็นเช่นนี้การลงมติในวันถัดไปก็อาจจะไม่ชอบตามข้อบังคับ อย่างไรก็ตาม กลุ่มส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ได้ทยอยเดินออกจากห้องประชุมเพื่อลงมาแถลงข่าวด้านล่างห้องประชุม ต่อมานายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ปิดการอภิปราย จากนั้นนายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เสนอให้เปิดอภิปราย นายศุภชัยจึงได้สั่งนับองค์ประชุมก่อนลงมติว่าจะให้มีการอภิปรายต่อหรือไม่ ปรากฏว่าระหว่างนั้นส.ส.พรรคเพื่อไทยได้เดินออกจากห้องประชุม

สำหรับผลการนับองค์ประชุมมี ส.ส.แสดงตนเป็นองค์ประชุมจำนวน 259 คน และมีมติ 251 คะแนนให้ปิดการอภิปราย ต่อมานายศุภชัยแจ้งว่าผู้เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจสามารถใช้สิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งตามข้อบังคับประชุมสภา ข้อ 75 และเมื่อไม่มีผู้เสนอญัตติอภิปรายสรุป จึงถือว่าการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจสิ้นสุดลงแล้ว และขอนัดลงมติในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ก่อนที่จะปิดการประชุมเมื่อเวลา 19.10 น.

เดินเกมไม่ร่วมประชุมวันลงมติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายค้านได้เดินเกมการเมืองต่อเนื่อง หลังจากที่ฝ่ายค้านไม่สามารถบริหารเวลาได้ ทำให้ฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรีไม่ครบ และยังเหลือ ส.ส.ของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายอีก ทำให้ฝ่ายค้านพยายามจะขอเวลาจากฝ่ายรัฐบาล แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ยอม ถือว่ามีข้อตกลงกันระหว่างวิปทั้งสองฝ่ายแล้วว่า การอภิปรายจะต้องจบลงในเวลา 19.00 น. อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านต้องการ ทำให้นายสุทินที่จะทำหน้าที่สรุปการอภิปรายของฝ่ายค้านไม่ยอมสรุปการอภิปราย

แหล่งข่าวรายงานว่า ฝ่ายค้านวางแผนเดินเกมที่จะเอาปัญหาในสภาไปเคลื่อนไหวนอกสภา ให้สอดรับกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่กำลังปลุกแฟลชม็อบ ลามไปยังสถาบันการศึกษาหลายแห่งทั้งระดับมหาวิทยาลัยและมัธยม

ทั้งนี้ เกมของฝ่ายค้านคือในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่กำหนดให้ลงมติไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านจะไม่เดินทางมาร่วมประชุม เพราะแม้ฝ่ายค้านมา เสียงไม่ไว้วางใจไม่เกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว ฝ่ายค้านจะเปิดเกมด้วยการไม่มา แล้วจะไปชุมนุมนอกสภาแทน

“แรมโบ้”อัด“ศรัณย์วุฒิ”สันดานแก้ยาก

ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานวอร์รูมนอกสภารัฐบาล กล่าวถึงการอภิปรายของนายศรัณย์วุฒิ ได้เห็นพฤติกรรมก้าวร้าวเสียดสี ยังมั่นคงในนิสัยบุคลิกที่เหมือนเดิมแก้ยาก ฉายาจอมแขวะ แขวะคนโน้น แขวะคนนี้ พาดพิงคนนี้ พาดพิงคนนั้น เวลาที่ใช้ไปเวลา 3 ชั่วโมงเศษ ไม่คุ้มค่ากับเวลาของพี่น้องประชาชนที่เสียไป บางประเด็นไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตในยุครัฐบาลของตนเองในปี 2554 ตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นการตอกลิ่มทิ่มหน้าพวกตนเองที่ขาดจิตสำนึกขาดความรับผิดชอบในอดีต

“นิสัยแก้ได้ แต่สันดานแก้ยาก ผมขอฝากโคลงโลกนิติ ถึงคนที่ชื่อศรัณย์เกตุว่า ก้านบัว หยั่งลึกตื้นชลธาร มารยาทส่อสันดานชาติเชื้อ” นายสุภรณ์ กล่าว

“ธรรมนัส”ลั่นเอาคืนเล่นนอกเกม

ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรีว่า ส่วนตัวรู้สึกสบายใจที่ได้พูดในสภา เพราะมีประชาชนสนใจติดตามฟังการอภิปรายจำนวนมาก ส่วนที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะกระทบกับตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ หรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่า การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้มีอาชีพเป็นนักการเมือง เพียงแต่เข้าสู่การเมืองเพราะต้องการพัฒนาบ้านเกิด แต่เมื่อมาอยู่สถานะนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด ทำประโยชน์ต่อแผ่นดินต่อประเทศ และประชาชน ซึ่งก็พร้อมทำต่อไป หากคิดว่าไม่มีประโยชน์ก็ไม่ต้องมีใครมาไล่ เพราะจะไปเอง

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่ฝ่ายค้านพยายามโจมตีว่า เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มองว่า ข้อมูลของฝ่ายค้านยังด้อย โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ถ้าเขายังไม่หยุด และทำมากกว่านี้ ถ้าสวนกลับแล้วจะหนาว

ธนาธรโวย 4 ส.ส.โดนสกัดซักฟอก

วันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ “Thanathorn Juangroongruangkit @Thanathorn_FWP” ระบุว่า “เวลานี้มีความพยายามในการสกัดไม่ให้ ส.ส. 4 คนของ (พรรคอนาคตใหม่เดิม) ได้อภิปราย “รัฐมนตรีบางท่าน” ในการ #อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” โดยนายธนาธรได้ใช้อิโมจิโกรธ หน้ามุ่ย ด้วย

เด็กอนค.ตามขย่มซ้ำ‘ธรรมนัส’

ที่รัฐสภา ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ นำโดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ในฐานะรองโฆษกพรรค แถลงกล่าวหา ร.อ.ธรรมนัส อีกครั้งโดยตอกย้ำถึงข้อสงสัยเรื่องความไม่ชัดเจนในการแสดงรายได้ในปี 2561 การสำแดงภาษีต่อกรมสรรพกรเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รวมทั้งเรื่องหุ้นในบริษัทตลาดคลองเตยตามข้อมูลที่มีการอภิปรายไปแล้ว ยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน จึงขอให้สังคมช่วยกันส่งเสียงให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้พิจารณาว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ขณะที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวตอกย้ำในประเด็นการขาดคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัสจากการต้องคำพิพากษาที่ประเทศออสเตรเลีย กรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสอ้างว่าอำนาจศาลที่วินิจฉัยและตัดสินในประเทศออสเตรเลีย ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในประเทศไทย ยืนยันว่า มาตรา 160 และมาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่า ผู้มีลักษณะต้องห้ามในการลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. จะต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดียาเสพติดทั้งนำเข้าและส่งออก อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ผู้แปลเอกสารข้อมูลการอภิปราย เป็นอาจารย์ภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ใช้ประกอบการอภิปราย พร้อมที่จะมาชี้แจงข้อมูล ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ได้แจ้งความผิดไว้ที่ จ.พะเยา ยังไม่เห็นเรื่อง

“ปชป.” วาง 3 แนวทางตัดสินใจ

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า สำหรับการตัดสินใจว่าจะลงมติไว้วางใจหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาเหตุผลประกอบ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.ต้องฟังมติพรรค ซึ่งจะมีการประชุม ส.ส.ของพรรค ภายหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด ว่ามีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร 2.ต้องฟังมติของสังคมว่า กระแสสังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลและข้อเท็จจริงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้อย่างไร และ 3.มติของตัวเอง ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า จากข้อมูลที่ได้รับฟังทั้งหมด ตัวเองคิดอย่างไร โดยเมื่อประมวลความเห็นจาก 3 ส่วนนี้ได้แล้ว สามารถสรุปการตัดสินใจในการลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทันที

‘เสรีพิศุทธ์’จ่อไลฟ์สดปมถวายสัตย์

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ถูกตัดบทการอภิปรายปมถวายสัตย์ว่า จะพูดเรื่องนี้ต่อนอกสภาในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 21.15 น. ผ่านการไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก เพื่อให้ประชาชนได้รู้ข้อมูล 48 หน้า ที่เตรียมไว้ ตั้งแต่ที่มาที่ไปของรัฐบาล แต่ตนไม่ทำงานเคลื่อนไหวนอกสภา เพราะเป็นส.ส. แต่สิ่งที่จะพูดในสภาไม่ให้พูด ทั้งนี้กำลังจะทำในสิ่งที่ถูกกฎหมาย ในขณะที่สภากำลังจะทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายที่ไม่ให้ตนอภิปราย และกำลังคิดว่าจะดำเนินคดีที่สภาไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่ามุ่งแต่โจมตีเรื่องการถวายสัตย์ ทำงานไม่คุ้มกับภาษีประชาชนนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่มีความคิดแบบนั้น สิ่งที่ตนพูดรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจน

กกต.แจงยังไม่เลือกตั้งท้องถิ่นปลายมี.ค.

วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณี นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมนั้น การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวยังมีความคลาดเคลื่อนและไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ระยะเวลาที่มีการระบุเป็นระยะเวลาที่ กกต.จะใช้ในการเตรียมการแบ่งเขตเลือกตั้ง และแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ส่วนจะจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเมื่อใดนั้น เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด

อนค.โวยพท.-ข้องใจรู้เห็นกัน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้นำ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าว สาเหตุที่เราต้องวอล์กเอาท์ออกมา เพราะเราถูกปิดกั้น เวลาการอภิปรายเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งตลอด 4 วันที่ผ่านมา เราอภิปรายอยู่ในกรอบเวลาทุกนาที แม้ว่าเราจะเป็น ส.ส.สมัยแรก แต่เราก็เข้าใจกฎและกติกาดี เราทำงานหนักมาตลอดหลายเดือน พยายามหาข้อมูลเชิงลึก แต่ทำไมต้องมาปิดกั้นเราด้วย จะไม่ให้เรานำเสนอข้อมูลและตรวจสอบรัฐบาลเลยใช่หรือไม่

ด้านนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราเข้าใจดีว่ามีข้อตกลงระหว่างวิปทั้ง 2 ฝ่าย เราเข้าใจกติกามาโดยตลอด แต่ข้อเท็จจริงมีการบีบเวลาของพวกเราโดยพรรคฝ่ายค้านด้วยกันเอง ไม่อยากที่จะคิดเช่นนั้น แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพในฐานะที่เป็นผู้รักประชาธิปไตย แต่คุณไม่รักษากติกาและรักษาวินัยในการใช้เวลา ทำให้พวกเราไม่มีโอกาสอภิปราย ไม่อยากจะคิดว่ามันมีเงื่อนงำในการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านบางพรรคหรือไม่ ซึ่งขอให้พี่น้องติดตามเสาะหาข้อเท็จจริงกันเอง

วิปรัฐบาลตั้งเป้าโหวต 255 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิปรัฐบาลคุยกันแล้วมีความเห็นว่า พรรครัฐบาลต้องโหวตให้ความเห็นชอบไปในทิศทางเดียวกัน โดยคะแนนที่ไว้วางใจรัฐมนตรีแต่ละคนต้องออกมาเท่ากัน ส่วนฝ่ายค้านไม่มาร่วมโหวตด้วยนั้น ก็ไม่มีปัญหา ฝ่ายรัฐบาลพร้อมในการโหวต เพราะเสียงพออยู่แล้ว ตั้งเป้าอย่างน้อยต้องได้ 255 เสียงขึ้นไป ทั้งนี้มติ “ไม่ไว้วางใจ” ต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ 244 เสียง จาก ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 487 คน

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended