คมชัดลึกออนไลน์ 9 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

ลุ้น ครม.เคาะหยุดยาว 9 วันเที่ยวสงกรานต์

18 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 1,219 ครั้ง

ลุ้น ครม.เคาะหยุดยาว 9 วันเที่ยวสงกรานต์ รัฐหวังกระตุ้นท่องเที่ยวไทย


               ลุ้น! ครม.เคาะหยุดยาวสงกรานต์ 11-19 เม.ย. กระตุ้นท่องเที่ยวตามข้อเสนอทีมเศรษฐกิจ “บิ๊กตู่” บอกกำลังหารือกันอยู่ แต่ไม่ใช่หยุดเพิ่มเพียงแค่เกลี่ยวันหยุดประจำปี ส่วน “วิษณุ” ชี้ต้องรีบเคาะ ให้ปชช.วางแผน ขณะที่ สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 4/62 ต่ำสุดในรอบ 21 ไตรมาส ส่งผลทั้งปีขยายตัวเพียง 2.4%  คาดปี 63 ขยายตัว 1.5-2.5%

 

อ่านข่าว-หยุดรวด "สงกรานต์" 9 วัน ต้องชั่งน้ำหนัก

 

 

               ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลเตรียมข้อเสนอแผนการกระตุ้นท่องเที่ยวโดยการเพิ่มวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็น 9 วัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 เมษายน-วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศหลังมีปัญหาหลายอย่างกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยอาจจะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันนี้


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

               วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติ เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณา ถ้าจะทำก็ไม่ได้เพิ่มอะไร เป็นเพียงแค่การเกลี่ยวันหยุดจากตรงอื่นมาใส่ตรงนี้แทน ไม่ได้เพิ่มวัน เพราะวันหยุดทั้งปีมีอยู่แล้วเท่าเดิม ขณะนี้เขากำลังพิจารณากันอยู่

 

               "เขากำลังพิจารณากันอยู่ ทำไมหรือ อยากได้ หรือไม่อยากได้ มีหลายคนเขาก็ไม่อยากได้ เขาอยากทำงาน เราเองก็อยากทำงาน เพียงแต่ว่าจะเพิ่มวันหยุด โดยไม่ได้เกลี่ยของเดิมที่วางไว้ วันหยุดก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก เราไม่ต้องการอย่างนั้น เรามาเพิ่มตรงนี้ เพราะว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวขณะนี้มีปัญหา มันดีหรือไม่ เรากำลังให้เขาพิจารณาอยู่ เข้าใจแล้วยัง ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมัน ได้ยินหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

               ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นข้อเสนอของฝ่ายเศรษฐกิจที่ประชุมปรึกษากันว่าให้มีวันหยุดยาวเพื่อประโยชน์บางอย่าง เพราะในอดีตเคยใช้มาตรการเช่นนี้มาแล้ว แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลดีกับผลเสียหลายอย่าง

 

               “ไม่แน่ใจว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 18 กุมภาพันธ์นี้ จะได้พูดคุยกันเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่ถ้าสุดท้าย ครม.จะกำหนดอย่างไรก็ต้องประกาศให้ประชาชนทราบแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถวางแผนชีวิตได้ถูกต้อง” นายวิษณุกล่าว

 

               เมื่อถามว่าการกำหนดวันหยุดยาวดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับกิจการธนาคารหรือเรื่องอื่นใดหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องมีข้อยกเว้นไว้สำหรับกิจการธนาคาร การนัดพิจารณาคดีความในศาล โรงพยาบาล ซึ่งทุกครั้งที่รัฐบาลมีมติกำหนดวันหยุดยาว หรือวันหยุดพิเศษ จะต้องมีข้อยกเว้นไว้ให้กรณีธุรกิจการเงินการธนาคาร การนัดพิจารณาคดีความในศาล และโรงพยาบาล แต่สุดท้าย ครม.ต้องพิจารณาและกำหนดเรื่องนี้โดยเร็ว

 

               ส่วนนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2562 ขยายตัว 1.6% ต่ำสุดในรอบ 21 ไตรมาส จากผลกระทบสงครามการค้า และการส่งออกที่ลดลง 4.9% ขณะที่งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ล่าช้า ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและเงินบาทที่แข็งค่า

 

               ทำให้ทั้งปี 2562 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 2.4% ลดลงจากปี 2561 ที่ขยายตัว 4.2% โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าลดลง 3.2% การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 4.5% การลงทุนรวมขยายตัว 2.2% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 0.7% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 6.8% ของจีดีพี

 

               ขณะที่แนวโน้มปี 2563 คาดจีดีพีไทยจะขยายตัวในกรอบ 1.5-2.5% ชะลอตัวลงจากปี 2562 ตามปัจจัยเสี่ยงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัญหาภัยแล้ง และความล่าช้าของงบประมาณ ส่วนปัจจัยหนุน คือ การปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ของเศรษฐกิจและการค้าโลก การขยายตัวในการใช้จ่ายภาคครัวเรือน การลงทุนภาคเอกชนและรัฐ แรงขับเคลื่อนจากมาตรการรัฐ และการขยายตัวที่ต่ำในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562

 

               พร้อมคาดการณ์การส่งออกปี 2563 จะขยายตัว 1.4% การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.5% และการลงทุนรวมจะขยายตัว 3.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง 0.4-1.4% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 5.3% ของจีดีพี

 

               “หากจีดีพีไทยปี 2563 จะขยายตัวได้ในกรอบกลางที่ 2% จะอยู่ภายใต้สมมติฐาน คือ เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.2% มูลค่าการส่งออกไม่รวมทองคำขยายตัว 2% การแพร่ของไวรัสโควิด-19 เข้าสู่จุดสูงสุดในเดือนมีนาคมและสิ้นสุดลงเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั้งปีมีนักท่องเที่ยวรวม 37 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1.73 ล้านล้านบาท

 

               ขณะที่ปัญหาภัยแล้งส่งผลต่อการผลิตของภาคเกษตรลดลงเพียง 5% และไม่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ส่วนการเบิกจ่ายงบรวมอยู่ที่ 91.2% โดยมีการเบิกจ่ายงบประจำ 98% และงบลงทุน 65%” เลขาธิการ สศช. ระบุ

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ