คมชัดลึกออนไลน์ 5 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

ชงญัตติ ปลด "เสรีพิศุทธ์" คาดก่อนวันอภิปรายฯ

3 กุมภาพันธ์ 2563 - 14:35 น.
ชิงญัญติ,​​​​​ไพบูลย์,เสรีพิสุทธ์,อภิปรายฯ,คมชัดลึก
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 2,614 ครั้ง

"ไพบูลย์" รองหัวหน้า พปชร. เสนอเลื่อนญัตติปลด"เสรีพิศุทธ์ " ขึ้นพิจารณา คาดก่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล


 

 

           วันที่ 3 ก.พ.2563 นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวสพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 108(5) โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นผู้เสนอ และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองจำนวน 51 คนนั้น ได้ปรากฏในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 วาระการประชุมที่ 6.9 แล้ว คาดว่าจะมีการขอเลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมสภา ก่อนวันที่จะมีการพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน

             อ่านข่าว : "สิระ"ดอดฟ้องหมิ่น"เสรีพิศุทธ์"ด่าเศษสวะ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

           ในญัตติดังกล่าวได้มีสาระสำคัญว่า พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ผู้ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งต่อมาได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการคณะดังกล่าว พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้กระทำการตรวจสอบการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในเขตพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไว้วางพระราชหฤทัยให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินไปแล้ว


     

   

 

            ดังที่ปรากฏตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 35/2562 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งว่า “การถวายสัตย์ปฎิญาณต่อพระมหากษัตริย์ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์”

 

            และปรากฎในส่วนท้ายว่า “หลังจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฎิญาณจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้น้อมนำเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน และต่อมาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 9.00 นาฬิกา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฎิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย

 

           โดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ชั้น 5 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล การถวายสัตย์ปฎิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด”

 

         แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้อาศัยสถานะความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ทำการตรวจสอบการถวายสัตย์ปฎิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไว้วางพระราชหฤทัย ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินไปแล้ว แม้นในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 กรรมาธิการฯจำนวน 8 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการฯได้มีมติให้ยุติการตรวจสอบการถวายสัตย์ปฎิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการฯยังฝ่าฝืนที่จะดำเนินการตรวจสอบการถวายสัตย์ปฎิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อไป


     

   

 

          พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  จึงไม่สมควรที่จะปฎิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการฯและกรรมาธิการฯอีกต่อไป โดยเหตุที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ไปโดยไม่มีอำนาจตรวจสอบ ดังที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 35/2562 และ ได้กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อที่ 90 (22) และฝ่าฝืนมติกรรมาธิการฯเสียงข้างมาก

 

        ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 45 และข้อ 50 ประกอบข้อ 108 (5) เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการมีมติให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดต่างๆจะได้แถลงและชี้แจงในที่ประชุมสภาฯต่อไป

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ