คมชัดลึกออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

ศรีสุวรรณ จี้ป.ป.ช.เอาผิด 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน

27 มกราคม 2563 - 13:07 น.
เสียบบัตรแทน,ศรีสุวรรณ จรรยา,พลังประชารัฐ,ภูมิใจไทย,ข่าววันนี้,สภา,สส,ปปช,ยื่นเอาผิด
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 433 ครั้ง

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.เอาผิด 4 ส.ส. ภท.-พปชร.เสียบบัตรแทนกัน


 

27 มกราคม 2563 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อให้ ป.ป.ช.สอบเอาผิด 3 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ 1 พรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าว-อนุทิน ยันทำงานร่วม ปชป.ได้ ไม่มีปัญหา

 

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนางนาที รัชกิจปราการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่อยู่นี่ประชุมพิจารณา (ร่าง)พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แต่ปรากฏว่ามีชื่อเป็นผู้ลงคะแนนเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว ตามที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และอดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน จนกระทั่งนำไปสู่การใช้สิทธิตาม ม.148(1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยการเข้าชื่อกันของส.ส. 1 ใน 10 ของสภาฯในการเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าร่างกฎหมายดังกล่าวตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น

 

แต่เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากกรณีของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมวันเด็กที่ จ.พัทลุงในวันที่มีการลงคะแนนเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ปรากฎภาพถ่ายอยู่ที่ประเทศจีน แต่บุคคลทั้งสองกลับมีชื่อร่วมลงมติในที่ประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมาด้วย

 

นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้นำบัตรมาเสียบกดลงคะแนนรับร่างกฎหมายดังกล่าวด้วย ปรากฎตามภาพถ่ายการเสียบบัตรแทนกันที่สื่อมวลชนรายงานกันอีกด้วย

 

พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.185 อันถือได้ว่าเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น และอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตาม พรป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในข้อ 7 และข้อ 8 ในประเด็นที่ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และต้องไม่มีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตําแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ฯลฯ ซึ่งหาก ป.ป.ช. วินิจฉัยว่ามีความผิดตามข้อห้ามข้างต้น ก็อาจนำไปสู่การสิ้นสุดลงของตำแหน่ง ส.ส. ตามมาตรา 101(7) ของรัฐธรรมนูญ 2560 และอาจมีความผิดตามพรป.ป.ป.ช.2561 ม.28(1) และม.30 วรรคแรก ประกอบ ม.172 ได้

 

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจำต้องมาร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ