เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2563 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี แฮชแท็ก ‘รัฐบาลเฮงซวย’ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1 โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ต่างแสดงความเห็นต่อการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 และไวรัสโคโรน่าของรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนด้วยใจเป็นธรรม ก่อนหน้านี้ แฮชแทก #เบื่อนายก ก็ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1 มาแล้ว ถ้าแปลเป็นค่าคะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ อาจตกต่ำลงเรื่อยๆ ปัญหาเศรษฐกิจก็แก้แบบอิเหนาเมาหมัด เงินบาทแข็ง กระทบส่งออก ค่าครองชีพสูง หนี้ครัวเรือนวิกฤติ คนตกงาน เศรษฐกิจฐานรากกระทบ แจกเงินจนมึน แจกไปแจกมา แจกไปถึงต่างชาติจ้างให้มาเที่ยวเมืองไทย 

 

          ด้านการเมือง สนิมเกิดจากเนื้อใน ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ถูกตั้งคำถามว่าอุ้มคนทั้งรัฐบาล ตอนนี้อุ้มมาถึงสภา ต้องมาตามแก้ปัญหา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล เสียบบัตรแทนกัน จนอาจส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 เป็นโมฆะ แล้วยังต้องไปเจอด่านหินอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านมีใบเสร็จเตรียมเช็คบิล

 

          ปัญหาสังคมและคุณภาพชีวิต ถูกตั้งคำถามว่าไม่มีศักยภาพการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และ ไวรัสโคโรนา ที่รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชน ว่า รัฐบาลสามารถบริหารจัดการ ป้องกัน แก้ไขได้ ซึ่งไม่น่าจะกลายเป็นความตื่นตระหนกขนาดนี้ แต่ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เหมือนลอยแพและผลักภาระให้ประชาชนรับผิดชอบดูแลตัวเอง จึงทำให้แฮชแท็ก ‘รัฐบาลเฮงซวย’ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1

 

          สถานการณ์สร้างผู้นํา พล.อ.ประยุทธ์ อย่าทำให้ประชาชนสิ้นหวัง จนกลายเป็นวิกฤติภาวะผู้นำ คนดีชอบแก้ไข อย่ามองทุกเรื่องเป็นการเมือง” นายอนุสรณ์ กล่าว