วันที่ 10 มกราคม การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระ 2 เป็นวันที่ 3 เริ่มต้นพิจารณาต่อที่มาตรา 24 กระทรวงศึกษาธิการ วงเงินกว่า 133,000 ล้านบาท ถูกปรับลดในชั้นกรรมาธิการ 909 ล้านบาท หลังจากตลอด 2 วันที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาฯ เร่งพิจารณาให้เสร็จไป 23 มาตรา 16 กระทรวง ใช้เวลาทั้งหมด 32 ชั่วโมง

        อย่างไรก็ตาม การประชุมในวันนี้ยังคงเหลืออีก 31 มาตรา ต้องจับตาไปที่องค์ประชุม หลังจากเมื่อคืนนี้ฝ่ายค้านใช้วิธีการทดสอบเสียงรัฐบาล ด้วยการเสนอนับองค์ประชุมเพื่อลงมติ แต่ฝ่ายค้านกลับไม่แสดงตน สุดท้ายรัฐบาลรอดไปได้อย่างหวุดหวิด เพราะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งไปเพียง 4 เสียงเท่านั้น ซึ่งในวันนี้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านจะใช้เวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จในเวลา 15.00 น. เนื่องจาก ส.ส.ต้องลงพื้นที่พบปะประชาชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ วันที่ 11 มกราคมนี้

      ฝ่ายค้านยื้อถกงบไปสัปดาห์หน้า

     ก่อนหน้าการประชุมนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน )  เปิดเผยว่า หลัง 14.00 น. วันที่10 ม.ค. จะประเมินการอภิปรายร่าง พ.ง.บ.งบประมาณปี63 วาระ 2-3 ว่ามีแนวโน้มจะเสร็จวันนี้หรือไม่ หากประเมินแล้ว ดูท่าทีว่าจะไม่เสร็จ จะขอหารือกับวิปรัฐบาลอีกรอบหนึ่ง เพื่อเลื่อนการพิจารณาไปสัปดาห์หน้า เพื่อให้การพิจารณเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ซึ่งไม่กระทบกรอบเวลาตามกฎหมาย เพราะกรอบการพิจารณาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรจะสิ้นสุดในวันที่ 19 ม.ค.

     นายสุทิน ยืนยันว่า ฝ่ายค้านไม่คิดจะเตะถ่วงถ้าติดตามจะพบว่า วานนี้ (9 ม.ค.) ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ และเหตุการณ์ที่ฝ่ายค้านไม่แสดงตนในการโหวต มาตรา 14 ไม่ได้มีเจตนาตีรวนเพื่อหวังให้สภาล่ม เพียงแต่สื่อสารผิด เพราะเข้าใจว่าฝ่ายรัฐบาลตกลงแล้วว่า จะเลื่อนไปพิจารณาต่อสัปดาห์หน้า ส.ส.ฝ่ายค้านส่วนหนึ่งจึงเดินทางกลับบ้าน และไม่ได้แสดงตน

     “หากวิปรัฐบาลไม่ยอมขยายเวลา ก็จะขอคุยดีๆ ก่อน แต่ถ้าไม่ตกลงก็คงต้องใช้มาตรการเสนอนับองค์ประชุม ซึ่งเป็นมาตรการสุดท้าย เพราะไม่อยากให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญ ผ่านการพิจารณาไปอย่างไม่มีคุณภาพ”

   ชวน เสียงแข็งต้องเสร็จในวันนี้

    ด้านนายชวน หลักภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ (10 ม.ค.) การเลื่อนไปสัปดาห์หน้า จะเป็นผลกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่หากวันนี้ไม่เสร็จ ก็ต่อการพิจารณาวันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.) เป็นวันที่ 4 ได้ เพราะเห็นใจผู้คุมเสียงทั้ง 2 ฝ่าย ที่พยายามขอความร่วมมือจากสมาชิกแล้ว เนื่องจากบางพรรคก็ไม่ฟังผู้ควบคุมเสียงเลย

    “การอภิปรายที่ล่าช้า เนื่องจากสมาชิกอภิปรายเสมือนเป็นการอภิปรายในวาระ 1 ที่เนื้อหาเป็นการพูดเรื่องนโยบายเป็นหลัก ไม่ได้พูดถึงการปรับลด และส่วนใหญ่ที่ลุกขึ้นพูดก็เป็นกรรมาธิการ ทั้งที่ที่ผ่านมาเป็นหน้าที่ของสมาชิกมากกว่า” นายชวน กล่าว 

    สำหรับกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน มองว่า การผ่านงบประมาณวันนี้ จะไม่ได้คุณภาพ นายชวน มองว่า การอภิปรายอยู่ที่การสรุปความ เพราะพูด 10 นาทีกับ 1 ชั่วโมง ก็ไม่ต่างกัน

     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า  การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ล่าช้ามานานจึงควรจะพิจารณาให้เสร็จในวันนี้ และงบประมาณถือเป็นสิ่งสำคัญ หากเป็นไปตามแผนที่กำหนดจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการที่จะนำงบประมาณมาใช้ในการเดินประเทศต่อไป เพราะต้องเข้าใจว่าแม้จะผ่านตามกรอบเวลาแล้ว แต่กว่าจะเบิกจ่ายได้อาจจะทอดยาวไปถึงเดือนมีนาคม ที่เม็ดเงินจะลงไปสู่พื้นที่

    ถกวิป 2 ฝ่ายคาดลงมติงบฯได้ตี3

    ต่อมานายสุทิน  ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายวิรัช รัตนเศรฐ ประธานวิปรัฐบาล ถึงการเลื่อนกรอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ  ไปสัปดาห์หน้า แต่ประธานวิปรัฐบาลได้ขอความร่วมมือฝ่ายค้าน ให้ร่วมกันเดินหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ (10ม.ค.) โดยให้เหตุผลว่า หากเลื่อนการพิจารณาไปสัปดาห์หน้า อาจจะจวนเจียนกับการยื่นให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ ซึ่งฝ่ายค้านก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากยอมรับ เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่มีความจำเป็น พร้อมประเมินว่าที่ประชุมจะสามารถลงมติวาระ 3 ได้ประมาณ 03.00-04.00 น. วันที่ 11 มกราคม

     เลขาฯ  ย้ำอนค.กู้เงินธนาธรไม่ผิด

    ที่รัฐสภา วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงความคืบหน้าคดีพรรคจากกรณีการกู้เงิน 191 ล้านบาทจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคที่กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและศาลรัฐธรรมนูญให้พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันนี้ (10 ม.ค.) ว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายระยะเวลาส่งเอกสารชี้แจง ซึ่งศาลอนุญาตขยายเวลาถึงวันที่ 27 มกราคมนี้

     “ กกต.ทำผิดขั้นตอนเรื่องการส่งเรื่องกู้เงินของพรรคให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคของกกต. โดยเฉพาะระเบียบการสืบสวนไต่สวน  ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวนายศรีสุวรรณ จรรยาได้ร้องกกต.เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2562 จากนั้นวันที่ 23 พ.ค. นายสุรวัชร สังขฤกษ์ ร้องกกต.เรื่องบริจาคเงินเกิน 10 ล้าน ผิดมาตรา 66 จากนั้นวันที่ 28 พ.ค. กกต.ได้ประชุมครั้งที่ 69/2562 รับคำร้อง 2 คำร้องและรวมไว้เป็นสำนวนเดียวกัน ส่งให้คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคณะ 13 พิจารณาวันที่ 4 มิ.ย. ต่อจากนั้นคณะกรรมการสืบสวนฯ ได้เชิญนายธนาธรและผม ไปให้ปากคำในฐานะพยาน วันที่ 23 ส.ค. คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคณะ 13 ได้พิจารณาและมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องกรณีกู้เงิน ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนนี้ถือว่าเรื่องจบไป”นายปิยบุตร กล่าว

    กระเหี้ยนกระหือรือยุบ อนค.

     เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนฯ คณะที่ 13 มีมติเป็นเอกฉันท์ยกคำร้องกรณีกู้เงิน ระบุว่ามีการกู้เงินกันจริง แต่ไม่มีกฎหมายห้าม และพรรคการเมืองอื่นๆก็กู้เงินกัน รวมทั้งยังเห็นว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน เงินที่กู้มาก็นำมาทำกิจกรรมทางการเมือง จึงไม่ผิดตามมาตรา 66 ที่บริจาคเกิน 10 ล้านบาท เรื่องนี้กกต.ไม่จบ แต่กลับส่งเรื่องให้สำนักสืบสวนสอบสวนคณะ 1ดำเนินการ ซึ่งในวันที่ 20 ก.ย.คณะสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย คณะ 1 มีมติยกคำร้องเช่นเดียวกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะ 13 แต่กกต.ยังไม่จบอีกโดยพิจารณาแล้วส่งเข้าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งในวันที่ 17 ต.ค.คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ มีความเห็น 3:2 เห็นว่าควรร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะผิดมาตรา 66 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ส่วนเสียงข้างน้อยเห็นว่าควรยกคำร้อง

    “ กกต.มีมติเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเห็นว่ากกต.ควรยุติเรื่องตั้งแต่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 13 ยกคำร้อง แต่กกต.กลับใส่ความผิดตามมาตรา 72 เพิ่มเข้ามา เพราะมาตรา 72 ห้ามพรรครับบริจาคโดยมิชอบ หรือแหล่งที่มาของเงินโดยมิชอบ เป็นความผิดที่มีบทลงโทษถึงขั้นยุบพรรค แต่มาตรา 66 เรื่องการบริจาคเงินพรรคเกิน 10 ล้าน ไม่มีโทษยุบพรรค กระเหี้ยนกระหือรือจะยุบพรรคอนาคตใหม่ให้ได้ การที่กกต.อ้างคำร้องและหลักฐาน ตามมาตรา 72 ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่พยานหลักฐานจากมาตรา 66 แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยบวกมาตรา 72 เหมือนมีคนมาบอกแบบนี้ ถึงจะเข้าเป้า เรื่องจบไปแล้วก็ไม่ยอมจบ มายัดข้อหาเพิ่ม เพื่อจะยุบพรรคอนาคตใหม่ให้ได้” นายปิยบุตรกล่าว

    จี้  กกต.ให้ออกมาพูดความจริง

    นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า เอกสารที่นำมาแถลงข่าว เชื่อโดยสุจริตใจว่าเป็นเอกสารของจริง แต่ไม่ขอเปิดเผยที่มา และถ้ากกต.บอกว่าไม่จริงให้ไปสู้กันในชั้นศาล ซึ่งทางพรรคจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวน เพื่อจะได้เรียกเอกสารชุดนี้ทั้งชุด ประกอบกับได้ไปฟ้องศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบไว้แล้ว กกต.ชุดนี้ มีความน่าเชื่อถือต่ำ ตั้งแต่ต้นที่เริ่มเข้ามาทำงานก็ทำให้ผิดหวังตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้ง มีปัญหาเรื่องนับคะแนน มีคะแนนเขย่ง ทิ้งคะแนนนิวซีแลนด์ การคำนวนคะแนน ส.ส.ก็ใช้สูตรพิสดาร คำร้องของพรรคอนาคตใหม่ก็โดนตลอด แต่คำร้องของพรรคพลังประชารัฐกลับไม่โดน

    “คดีของพรรคอนาคตใหม่เร่งกันเหลือเกิน ประเทศไทยจะเอาอย่างนี้หรือครับ ผมต้องขอเรียกร้องให้พนักงานกกต.ออกมาพูดความจริงว่าโดนอะไร และถูกกดดันอะไรใน กกต. อย่ายอมให้ผู้มีอำนาจมากดดัน สื่อก็ควรติดตามการทำงานขององค์กรอิสระ เราไม่ควรอดทนกับการนำองค์กรอิสระมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ส่วน กกต. 7 คน หากพรุ่งนี้ส่องกระจกให้ถามคนในกระจกว่ามีจิตสำนึกหรือไม่ หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเปิดการไต่สวนในคดีกู้เงิน เพื่อจะขอให้ศาลเรียกเอกสารชุดนี้ เนื่องจากว่าเอกสารชุดนี้ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดี ” นายปิยบุตร กล่าว

    เมื่อถามย้ำว่าคดีดังกล่าว กกต.อาจอ้างว่า กกต.ทั้ง 7 พบมูลเหตุเอง นายปิยบุตร กล่าวว่า แล้วทำไมตนไม่ได้โอกาสในการชี้แจง

     กกต.แจงเอกสารยุบพรรคหลุด

    ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีมีเอกสารหลุด เกี่ยวกับเอกสารที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน พิจารณากรณีกล่าวหาว่าพรรคอนาคตใหม่กู้เงินจากนายธนาธร  โดยมิชอบ พร้อมกับรายละเอียดการไต่สวนพยานหลายราย รวมถึงความเห็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ของสำนักงาน กกต. ที่มีความเห็นไปยังกกต. ว่า ควรยกคำร้องกรณีดังกล่าวนั้นว่า เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่อย่างไร และจะมีการเผยแพร่เอกสารชี้แจงในภายหลัง อย่างไรก็ตามตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดในเอกสารส่วนนี้

     เมื่อถามว่า ความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ของสำนักงาน กกต. เห็นควรว่ายกคำร้อง ทำไมที่ประชุมคณะกรรมการ กกต. จึงมีความเห็นควรส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นอยู่ที่ข้อกฎหมายที่ยังไม่ตรงกัน และเรื่องทั้งหมดเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะวินิจฉัยออกมาในแนวทางใด ซึ่งโดยสรุปคือส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย