royal coronation
18 กุมภาพันธ์ 2563
การเมือง

เต้ 'มงคลกิตติ์-พิเชษฐ'แถลงซบ'ลุงตู่'รอบ2

6 มกราคม 2563 - 18:30 น.
เต้ มงคลกิตติ์,รัฐบาลลุงตู่,รอบ2
Shares :
เปิดอ่าน 497 ครั้ง

"เต้-พิเชษฐ"แถลงยุบฝ่ายค้านอิสระ เข้าร่วมรัฐบาลลุงตู่รอบ 2 อัดกิจกรรม "ไล่ลุง" ฉุดรั้งประเทศ


 

 

            ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย รวมกันแถลงข่าว ยุบฝ่ายค้านอิสระ 2 พรรค เข้าเสริมทัพรัฐบาลลุงตู่ 2”โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพปชร. นายชัชวาล คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะแกนนำกลุ่มกิจสังคมใหม่ และนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เข้าร่วมให้กำลังใจ

 

 

 

         นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า พรรคไทยศรีวิไลย์และพรรคประชาธรรมไทย เคยประกาศเข้าร่วมรัฐบาลกับกลุ่ม 11 พรรคการเมือง เมื่อวันที่ 13พ.ค. 2562 จนนำไปสู่การเปิดสวิตช์ประเทศไทย ที่มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภามาระยะหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลมาอยู่ในสถานะฝ่ายค้านอิสระ

 

       "ซึ่งทั้งสองพรรคได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระแบบสร้างสรรมาตลอดระยะเวลา 4 เดือนเศษ ทราบถึงปัญหาเสียงปริ่มน้ำ ทำให้มีความรู้สึกไม่สบายใจถ้าปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศแบบไร้เสถียรภาพแบบนี้ต่อไป ปัญหาก็จะเกิดกับประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมไปถึงสถานการณ์การเมือง อย่างเช่น การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่มองว่าเป็นการฉุดรั้งประเทศ เป็นต้น"นายมงคลกิตติ์ กล่าว

 

 

       นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า ทั้งสองพรรคได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นครั้งแรกตั้งแต่ได้จัดตั้งรัฐบาลมา จึงทราบถึงแนวคิดและวิธีการจัดการประเทศอุดมการณ์และความตั้งใจ รวมถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน ที่ต้องทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุขร่มเย็น และการเจริญการให้ได้นั้นจะต้องมีเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรให้เกินกึ่งหนึ่งของสภาประมาณ 20-30 เสียง จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว และผิดพลาดน้อยที่สุด

 

 

          "มงคลกิตติ์" นัดแถลง13ส.ค.นี้แยกทางรัฐบาลเป็นฝ่ายค้านอิสระ

 

          ทั้งนี้พรรคไทยศรีวิไลย์และพรรคประชาธรรมไทย ที่อยู่ในฐานะฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียงจึงมีมติในแนวทางเดียวกันให้ยุบฝ่ายค้านอิสระ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2563 เพื่อเข้าร่วม กับพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล มาอยู่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่เป็นกำลังเสริมในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อไป


 

       “หากเทียบการบริหารประเทศ ระหว่างรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นได้ว่า รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารประเทศสร้างหนี้สาธารณะ มากกว่ารัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ และคิดว่าตัดสินใจถูกต้องที่จะเข้าร่วมรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลดีขึ้นต่อไป “นายมงคลกิตติ์ กล่าว

 

        ขณะที่นายพิเชษฐ กล่าวว่า 2 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร มีความสำคัญ และบทบาทของกลุ่มกิจสังคมใหม่ เกิดขึ้นเพราะเห็นว่าความมี เสถียรภาพของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญ และจะเห็นได้ว่าจากเหตุการณ์สภาล่มถึง 2 ครั้งที่ทำให้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล และครั้งนี้จะเป็นการเล่นการเมืองครั้งสุดท้ายของตน จึงต้องการจะสนับสนุนการสร้างความมั่นคงให้รัฐบาลไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พร้อมกับไม่ต้องการให้รัฐบาลต้องกังวลกับเสียงปริ่มน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันว่าตนไม่ห่วงเรื่องตำแหน่ง แต่ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศจริง ๆ

 

 

          อย่างไรก็ตามภายหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าวนายมงคลกิตติ์ และพิเชษฐ์ ได้ร่วมกันเปิดสวิตซ์ไฟสีธงชาติเพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการเข้าร่วมรัฐบาล พร้อมกันนี้ยังได้มอบหนังสือแถลงการณ์ที่แสดงเจตจำนงลงนามร่วมกันเข้าร่วมรัฐบาลให้นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ อย่างเป็นทางการด้วย


     

 

 

          เมื่อถามว่าทั้งสองพรรคมีอะไรยืนยันหรือไม่ว่าต่อจากนี้จะไม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลอีก นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ปัจจุบันปี 2563 ปีนี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เมื่อถามย้ำว่าจะไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนว่าอีกใช่หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การเมืองก็คือการเมือง ณ ปัจจุบันเราคือพรรคร่วมรัฐบาล เราจะอยู่ทำงานร่วมกับกลุ่มสังคมใหม่ เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าหลังจากนี้มีโอกาสจะถอนตัวออกอีกใช่หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำเพื่อประชาชน และไม่ทุจริต ก็จะยังคงร่วมงานกันต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากมีรัฐมนตรีคนใดมีปัญหาการทุจริต ก็จะพิจารณารายคน

 

 

 

       ขณะเดียวกันเมื่อถามว่าการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลเพราะไม่สามารถต่อรองตำแหน่งอะไรได้แล้วหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนเองไม่เคยต่อรองตำแหน่ง เพราะนายกรัฐมนตรีได้ให้ความไว้วางใจ และขอให้มาทำเพื่อประเทศเดินหน้า ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนั้น ส่วนตัวคงไม่ร่วมในการอภิปรายรัฐมนตรีคนไหน เพราะถือว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว แต่หากรัฐมนตรีคนใดมีปัญหาเรื่องการชี้แจง ตนจะทำหน้าที่หน่วยสนับสนุนข้อมูล เพื่อชี้แจงฝ่ายค้านให้ครบถ้วน

 

 

         “หลังจากนี้อาจจะมีนักการเมือง 3-4 คน มาร่วมทำงานกับรัฐบาล แต่ตนไม่ขอตอบว่ามาจากพรรคอะไร สื่อมวลชนรู้อย่างไร ผมก็รู้อย่างนั้น และมาจากฝ่ายค้านด้วย”นายมงคลกิตติ์ กล่าว

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ