คมชัดลึกออนไลน์ 3 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

ลุ้นคดี ปารีณา-จาตุรนต์-บก.ลายจุด โอนศาลทหาร ขึ้นศาลยุติธรรม

29 ธันวาคม 2562 - 14:00 น.
ลุ้นคดีปารีณา,จาตุรนต์,บกลายจุด,โอนศาลทหาร,ขึ้นศาลยุติธรรม,รองโฆษกอัยการ
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 418 ครั้ง

"รองโฆษกอัยการ" เผย หลังปีใหม่ ลุ้นคดี "ปารีณา-จาตุรนต์-บก.ลายจุด" โอนศาลทหาร ขึ้นศาลยุติธรรมหลังยกเลิกคำสั่ง คสช.ให้พลเรือนคดีมั่นคง-อาวุธขึ้นศาลทหาร


คลิปที่ 1

 

          เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2562 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการโอนสำนวนคดีความมั่นคง และความผิด จากศาลทหาร กลับมาสู่การพิจารณาในศาลยุติธรรม ภายหลังจากมีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 9/2562 ว่า ประเด็นการโอนสำนวนคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร มาให้ศาลยุติธรรมดำเนินการสืบเนื่องจากมีคำสั่งของ คสช.ฉบับที่ 9/2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาก่อนมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยคำสั่งนั้นให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 , 38/2557 , 43/2557 , 50/2557 และคำสั่ง หน.คสช. ฉบับที่ 55/259

คลิปที่ 2

 

          ซึ่งสาระสำคัญหลักๆ คือให้บรรดาการกระทำความผิดตามประกาศและคำสั่ง คสช. ไม่ว่าจะกระทำก่อนหรือหลังคำสั่งที่ใช้บังคับอยู่ให้โอนมาอยู่ในการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงเป็นผลให้คดีที่ค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหารก็จะโอนมาศาลยุติธรรม และคดีอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการของอัยการศาลทหาร ก็จะมาโอนมายังสำนักงานอัยการสูงสุด โดยหลังจากที่มีประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 9/2562 แล้ว มีคดีที่โอนจากอัยการทหาร มายังสำนักงานอัยการคดีอาญาที่จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญา รวมทั้งสิ้น 43 เรื่อง แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.คดีที่อัยการศาลทหาร ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีในศาลทหารไว้จนสืบพยานเสร็จแล้ว เพียงแต่รอฟังคำพิพากษา โดยกลุ่มนี้เมื่อโอนคดีไปยังศาลยุติธรรม ศาลก็จะทำคำพิพากษาไปแล้วเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์-ฎีกาตามกฎหมายศาลยุติธรรมตามปกติ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

          2.คดีที่อัยการศาลทหารสั่งฟ้องแล้ว แต่ยังจับตัวมาฟ้องไม่ได้โดยมีหมายจับของศาลทหารอยู่ กรณีนี้ก็ต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่นั้นดำเนินการขอเพิกถอนหมายจับเดิมของศาลทหารก่อน จากนั้นไปขอหมายจับใหม่กับศาลยุติธรรมแล้วส่งมาให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบคดีนั้นๆ เพื่อจะแจ้งสั่งตามกระบวนการให้ติดตามตัวบุคคลนั้นมาฟ้องศาลภายในอายุความ 3.คดีที่ฟ้องแล้วในศาลทหาร และอัยการศาลทหารได้สืบพยานไปแล้วบางส่วน ยังเหลือพยานที่ต้องสืบต่ออีกก็จะเป็นภารกิจของพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดต้องพยานที่เหลือนั้นมาสืบต่อให้เสร็จในศาลยุติธรรม เพื่อคดีจะมีคำพิพากษาโดยศาลยุติธรรมต่อไป และ 4.คดีที่อัยการศาลทหารฟ้องคดีแล้ว แต่ยังไม่เริ่มสืบพยานใดๆ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ก็ต้องดำเนินการสืบพยานตามบัญชีที่อัยการศาลทหารเคยระบุไว้ต่อไปให้จบ

 

          ทั้งนี้คดีที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของศาลทหาร ในส่วนที่ต้องดำเนินการนัดพร้อมในศาลยุติธรรมหลังจากโอนคดีมาแล้วนั้นก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งในรายละเอียดคดีนั้นยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ อย่างไรก็ดี นอกจากส่วนที่โอนมายังอัยการสำนักงานคดีอาญาแล้วที่จะต้องขึ้นศาลอาญา 43 เรื่องแล้ว ก็ยังมีที่โอนไปยังสำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ที่จะขึ้นศาลอาญากรุงเทพใต้ และอัยการคดีอาญาธนบุรีขึ้นศาลอาญาธนบุรีด้วยแล้วแต่ท้องที่เกิดเหตุของคดีต่างๆ

 

          เมื่อถามว่า หากคดีโอนจากศาลทหาร มายังศาลยุติธรรม ฝ่ายจำเลยสามารถโต้แย้งกระบวนการสืบพยานที่เคยดำเนินไปแล้วในศาลทหารได้หรือไม่หากเห็นดำเนินไม่ได้เต็มที่ นายประยุทธ ชี้แจงว่า จะย้อนให้สืบพยานเดิมที่เคยดำเนินการไปแล้วไม่ได้ โดยเมื่อโอนคดีมาก็ต้องดำเนินการส่วนที่เหลือตามกระบวนการในศาลยุติธรรมต่อไป เพราะถือว่ากระบวนพิจารณาที่เคยดำเนินการมาแล้วในศาลทหารก็เป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายในขณะนั้น จะไปรื้อใหม่ไม่ได้ แต่ในเรื่องของการประกันตัวหากเคยได้ประกันตัวในศาลทหารมาแล้วก็เป็นการโอนมาทั้งสำนวนและตัวก็เพียงแค่มาทราบนัดใหม่ในศาลยุติธรรม ส่วนจำเลยที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเพราะไม่ได้ประกันในศาลทหาร หากโอนคดีมาศาลยุติธรรมก็สามารถยื่นประกันตัวใหม่ได้

 

          ขณะที่ นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม คาราดัคหรือบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด (BILAL TURK MUHAMMED) อายุ 28 ปี ชาวอูยกูร์-จีนจำเลย คดีระเบิดบริเวณศาลสักการะพระพรหม แยกราชประสงค์ ช่วงค่ำวันที่ 17 ส.ค.58 และเหตุปาระเบิดจากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน บริเวณท่าเรือสาทร วันที่ 18 ส.ค.58 หนึ่งในคดีที่ขึ้นศาลทหารช่วงปี 2558 เปิดเผยว่า เมื่อมีประกาศคำสั่ง คสช.ให้โอนคดีมายังศาลยุติธรรมแล้ว คดีที่ฟ้องของนายอาเด็ม คาราดัค และนายไมไรลี ยูซูฟ (MEI RAI LI  YUSUFU ชาวอูยกูร์-จีน อายุ 30 ปี) ในความผิดฐานทำให้ระเบิด และทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการระเบิด รวม 11 ข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ก็ได้โอนไปยังศาลยุติธรรมด้วยซึ่งตนยังไม่ได้รับหมายแจ้งว่าโอนคดีไปยังศาลอาญา หรือศาลอาญากรุงเทพใต้ และกำหนดนัดพิจารณาใหม่อย่างไร โดยเดิมคดีนี้ในศาลทหารได้สืบพยานไปแล้ว 18 ปาก จากบัญชีพยานอัยการศาลทหารแจ้งไว้กว่า 400 ปาก ส่วนจำเลยเตรียมพยานสู้คดีไว้ 40 ปาก ขณะที่ปัจจุบันทั้งสองยังคงถูกคุมขังในเรือนจำ

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีของนายอาเด็ม และนายไมไรลีนั้น ขณะนี้ถูกโอนไปขึ้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริงกรุงแล้ว โดยศาลนัดพร้อมคู่ความครั้งแรกในวันที่ 27 ม.ค.63

คลิปที่ 3

 

          ขณะที่คดีอื่นๆ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และความผิดต่อความมั่นคง เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่มีบุคคลในสังคมและนักการเมืองตกเป็นจำเลยนั้น อาทิ คดีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกฟ้องร่วมกับนายสัชญา หรือขวัญ สถิรพงษะสุทธิ ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกรสุนปืนฯ พ.ศ.2490 , พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140,371 กรณีวันที่ 29 พ.ค.- 15 ก.ค.57 ร่วมกันมีปืนเล็กกลและเครื่องกระสุน เสื้อเกราะ-หมวกกันกระสุน ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3041/2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 27 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.

 

          คดีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ฉายา บก.ลายจุด นักกิจกรรมการเมือง ถูกฟ้องตาม มาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 กรณีวันที่ 31 พ.ค.- 4 มิ.ย.57 ได้ส่งข้อความลงในทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ทำนองว่าประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหาร และเสนิกิจกรรมล้ม คสช.เชิญชวนให้ผู้คนใส่หน้ากากเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3052/2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 28 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.

 

          คดีของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรียุครัฐบาลทักษิณ และอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ถูกฟ้องตาม มาตรา 116 , 368 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(3) กรณีแถลงข่าวหลังจากที่มีการรัฐประหารเดือน พ.ค.57 ในลักษณะต่อต้านการควบคุมอำนาจของ คสช. โดยทำให้เห็นว่าการเข้าควบคุมอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3055/2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 29 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ