คมชัดลึกออนไลน์ 9 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

ปธ.นปช. ลั่นปี 2563 ปีแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

27 ธันวาคม 2562 - 17:02 น.
จตุพร,ประธานนปช,แก้รธน,บิ๊กตู่,นายกฯ,ปีแห่งความยากลำบาก,ปี2563,เศรษฐกิจ,กกบหอนค
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 412 ครั้ง

"จตุพร" ลั่นปี 2563 จะเป็นปีแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ หากนายกฯไม่สามารถแก้ปัญหาชาติได้ควรลาออก ฟันธง รธน.60 ไม่มีทางแก้ได้ แนะกก.บห.อนค. ลาออก ส.ส.ก่อนถูกยุบ



 

 

          เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2562 - ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 ได้มีการจัดงานปีใหม่ 2563 โดยมี แกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จำนวนมาก มาร่วม สลับสับเปลี่ยน ให้ความบันเทิงกับพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่มาร่วมงาน ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ก็ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองปี 2563 ว่า 

 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

          ปี 2563 จะเป็นปีของความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ชนิดที่คนไทยไม่เคยเจอมาก่อน ในอดีตวิกฤติ เมื่อปี 2540 เป็นการล้มบนฟูก ผู้ที่ได้รับกระทบมีแต่คนรวย แต่ปัจจุบัน คนไทยต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ควรจะไปถามประชาชนว่า เบื่อท่านหรือไม่ ตนเห็นว่า ที่คนไทยแสดงออกว่าเบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ไม่ใช่ความเกลียดส่วนตัว แต่เกลียดที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีน้ำยาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติได้ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะยอมรับได้แล้วว่า คนไทยกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส หากไม่ทราบคงจะอยู่ต่อไปนี้อย่างลำบากแน่ 

 

 

          นายจตุพร ยังได้กล่าวถึงกรณี วันที่ 27 ม.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัย ในคดีล้มล้างการปกครองของพรรคอนาคตใหม่ ว่า ตนคิดว่าตนคาดไม่ผิด ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน ด้วยการพรรณนาเหตุจากลัทธิชังชาติ ทั้งนี้ตนอยากจะขอแนะกรรมการพรรคอนาคตใหม่ว่า หากวันที่ 27 ม.ค.นี้ พรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินยุบพรรคจริง กรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส.อยู่ในขณะนี้ จำนวน 11 คน จะถูกตัดสิทธิไปด้วย ส่งผลให้ จำนวน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ลดลงไป 11 คน เพื่อให้จำนวน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไม่หาย กรรมการบริหารพรรคทั้ง 11 คนที่เป็น ส.ส.ควรลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อให้บัญชีรายชื่อลำดับถัดไป ได้เป็นแทน และเตรียมการไว้ให้ดี หากทัพแตก พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ส.ส.จะย้ายไปสังกัดพรรคใดแทน อีกทั้งระหว่างทางจะถูกฉก ส.ส.ไปอีกหรือไม่

 

 

          นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่นั้น ยังไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้นำสืบหรือไม่  ยังมีอีกคดีคือ คดีแรกที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ห้วหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกตัดสิทธิจากการเป็น ส.ส. ก็อาจเจอโทษทางอาญาด้วย ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเดินไป 

 

         นอกจากนี้ นายจตุพร ยังได้แนะนายธนาธร ด้วยว่า หากจะตัดสินใจลงถนนจริง ควรมีการเตรียมความพร้อม ในเรื่องการชุมนุม ถ้าไม่มีการบริหารจัดการ จะถูกแทรกแซง และจบด้วยการล้อมปราบ ไม่ว่านายธนาธรจะตัดสินใจอย่างไร ต้องมีความพร้อม       

 

 

          นายจตุพร กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุง การใช้กลไกรัฐเข้าแทรกแซง จะเป็นการเพิ่มจำนวนคนมาร่วมกิจกรรม อย่างคาดไม่ถึง สิ่งสำคัญที่สุด ณ ตอนนี้คือ มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง กำลังเดินสายปลุกระดม สร้างความขัดแย้ง โดยตั้งเวทีต่อต้านลัทธิชังชาติ ซึ่งทางรัฐบาลก็ยังไม่มีการตักเตือน ยังปล่อยให้ทำอยู่ แม้จะดูว่าคนที่มาร่วมฟังเวทีดังกล่าวมีไม่มากนัก แต่เป็นการบ่มเพาะความขัดแย้ง ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อปี 2556 เป็นต้น รวมถึงหากรัฐบาล ไม่ห้ามพรรคร่วมดำเนินการดังกล่าว เท่ากับว่า รัฐบาลกำลังจะก้าวเข้าไปเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้ง ในกระดานการเมือง ถ้าเริ่มต้นด้วยกลไกรัฐตั้งเวทีรอ อีกฝ่ายตั้งเวทีคู่ขนาน สิ่งที่จะเกิดขึ้น จบลงอย่างเดียว คือ ยึดอำนาจอีกรอบ 

 

          นายจตุพร ยังแนะการทำงานของฝ่ายค้านด้วยว่า ฝ่ายค้านต้องบริหารจัดการให้เป็น ต้องเข้าใจว่า การอยู่หรือไปของรัฐบาล หรือ การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายค้านจะเกิดขึ้นจากการทำให้ประชาชนมีความหวัง ต้องชี้ให้ได้ว่า รัฐบาลไม่ชอบธรรม ฝ่ายค้านชอบธรรม อย่าคิดแบบนักการเมืองแบบเดิมๆ 

 

          นายจตุพร กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การทำงานของ ส.ส.น่าจะทราบดีว่า หากไม่ต้องการให้เรื่องใดสำเร็จ ให้ตั้งกรรมาธิการศึกษา ท้ายที่สุด ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. จะยอมให้แก้รัฐธรรมนูญ ด้วยเมื่อเข้าสู่วาระที่ 1 และ3 จำเป็นต้องมีเสียง ส.ว.เห็นด้วย 1 ใน 3 อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายทราบดีว่า สิ่งที่ต้องแก้เป็นอันดับแรกในรัฐธรรมนูญ คือ มาตรา 256 ควรมุ่งไปที่ประเด็นนี้ สิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน ควรทำคือ ส่งของร้อนนี้ให้พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เข้าร่วมรัฐบาล โดยยกให้พรรคประชาธิปัตย์เจรจาต่อรองกับผู้นำรัฐบาล ให้คุยกับ ส.ว.ที่ตั้งมากับมือ ถ้ามอบหน้าที่นี้ให้พรรคประชาธิปัตย์แล้วทำไม่ได้ คนที่ตายคือ พรรคประชาธิปัตย์เอง แต่เมื่อตั้งกรรมาธิการศึกษาเช่นนี้ เท่ากับว่า ฝ่ายค้านเล่นในเกมของพวกเขา ซื้อเวลาต่อไป และจำปากตนไว้ได้เลย ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 นี้ ไม่มีทางแก้ได้ จะลงท้ายด้วยการถูกฉีกสถานเดียว

 

          นายจตุพร กล่าวอีกว่า ปี 2563 นี้ จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความเดือดร้อนของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ควรยอมรับความจริง และลาออกไป ไม่อยู่เป็นภาระประชาชนอีก หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาชาติได้ รวมถึงขอกล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า ขอให้ปี 2563 นี้ พี่น้องให้ความอดทน มีสติในทุกย่างก้าว เรายังคงเป็นเราเหมือนเดิม รักกันเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย ขอให้พี่น้องมีความสุขมากที่สุด เท่าที่หาได้

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ