นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่า  มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.)อาจหลุดเก้าอี้ ส.ส.หลังนายสมศักดิ์ คุณเงิน ชนะการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่น ทำให้พรรคพปชร.มีส.ส.เขตมากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะจำนวนส.ส.พึงมีจบไปตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองจำนวนส.ส.
 

      " หลังจากนี้กรณีที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อจำนวนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมีเพียงการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่จากเหตุทุจริตการเลือกตั้งเท่านั้น โดยการเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นที่ผ่านมาเปรียบเทียบได้กับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่นครปฐม ซึ่งเป็นการเลือกตั้งใหม่จากเหตุอื่นที่ไม่ใช่การทุจริต จึงไม่ต้องนำคะแนนมาคำนวณส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อใหม่  ยกเว้นในกรณีการจัดเลือกตั้งใหม่ในจ.สมุทรปราการ  ซึ่งขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เพราะยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แต่โดยส่วนตัวเท่าที่ได้เห็นข้อมูลหลักฐานของนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ซึ่งมีข้อต่อสู้จำนวนมาก ส่วนตัวจึงยังเชื่อว่าอาจไม่มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่หากต้องมีการเลือกตั้งใหม่ก็จะต้องนำคะแนนมาคำนวณสัดส่วนส.ส.ใหม่ แต่ในเวลานี้ยังไม่มีใครล่วงรู้ผลการเลือกตั้ง พรรคพปชร.อาจได้คะแนนมากกว่าเก่าหรือเท่าเดิม หรือในกรณีได้คะแนนน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแต่ไม่มีผลเพียงพอให้เปลี่ยนแปลงจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อก็เป็นได้

          สำหรับกรณีเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ที่นำมาเทียบเคียงกับกรณีเลือกตั้งซ่อมขอนแก่นครั้งหลังสุดนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 ต.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่เอกสารกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะต้องมีการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้งเขต 5 ส.ส.นครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 หรือไม่อย่างไร

     กกต. ระบุว่า การเลือกตั้ง ส.ส. เขต 5 นครปฐม เป็นการเลือกตั้งเนื่องจากมีการลาออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 94 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 131 ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อภายหลังวันเลือกตั้ง ส.ส. อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป

       โดยระบุว่า หากการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่างลง ไม่ใช่เหตุจากการเลือกตั้งโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ต้องคำนวณใหม่ และการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่างไม่ว่าด้วยเหตุใด หลังพ้นเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป ไม่ต้องคำนวณ ส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงมีใหม่