royal coronation
29 มกราคม 2563
การเมือง

รัฐบาลอยู่ในสภาวะจำใจยอม แนะนำคนเก่งคุมเศรษฐกิจก่อนพัง

8 ธันวาคม 2562 - 08:22 น.
พรรคเพื่อไทย
Shares :
เปิดอ่าน 1,267 ครั้ง

เพื่อชาติ ชี้ รัฐบาลอยู่ในสภาวะจำใจยอมเพราะเสียงปริ่มน้ำแนะเอาคนเก่งมาคุมเศรษฐกิจก่อนพัง ยุบสภา ลาออกชดเชยไม่ได้ เย้ยต้นทุนทางการเมืองไม่มีค่าพอกับความสูญเสีย


8  ธันวาคม 2562เพื่อชาติ ชี้ รัฐบาลอยู่ในสภาวะจำใจยอมเพราะเสียงปริ่มน้ำแนะเอาคนเก่งมาคุมเศรษฐกิจประเทศก่อนพัง ต่อให้ยุบสภาหรือลาออกก็ชดเชยไม่ได้ เพราะต้นทุนทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ และรัฐบาลไม่มีค่ามากพอเมื่อเทียบกับความสูญเสียที่มีต่อเศรษฐกิจ และประชาชนทั้งประเทศ

 

ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองว่า ขณะนี้ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ ทั้งทางด้านการเมือง และเศษรฐกิจ คือ เกิดปรากฎการณ์ที่พรรคเล็กมีอำนาจต่อรอง มีมูลค่าทางการเมืองสูง อันเป็นผลมาจากรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ นอกจากไม่เพียงมีเสียงปริ่มน้ำ แต่ยังมีความหลากหลายของพรรคการเมือง และความต้องการที่แตกต่างกัน

 

อย่าลืมว่าพลเอกประยุทธ์ เป็นนักการทหาร ไม่ใช่นักบริหาร หรือนักการเมือง จึงขาดประสบการณ์ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างลงตัว ยิ่งบางพรรคที่มีทั้งความเก๋า ความเก่า และความเขี้ยวทางการเมืองด้วยแล้ว

 

ดังนั้นจึงทำให้เราเห็นปรากฎการณ์การต่อรองที่เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังการจัดตั้งรัฐบาล และตามมาด้วยการโหวตสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลของสมาชิกบางพรรค รวมทั้งปรากฎการณ์สภาล่มบ่อยครั้ง จนในที่สุดรัฐบาลก็ต้องแก้ปัญาหาด้วยการจัดดินเนอร์มื้อค่ำพูดคุยกับพรรคร่วม และจำเป็นต้องดึงพรรคเล็กพรรคจิ๋วเสริมทีมรัฐบาล แม้พรรคเหล่านี้จะยอมเสียจุดยืนทางการเมืองของตนเอง ที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระก็ตาม

 

ตนมองว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในขณะนี้ตกอยู่ในสภาวะ “จำใจยอม” ต่อพรรคเล็ก เพราะทุกเสียงมีค่ามีความหมายต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาล อะไรที่รัฐบาลยอมพรรคเล็กได้ก็คงต้องยอม ขณะที่พรรคเล็กเองก็อยู่ในภาวะ “จำใจตาม” เช่นกัน เพราะต่อให้ต้องเสียอุดมการณ์และจุดยืนทางการเมืองก็คงถอยไม่ได้ เพราะถ้าถอยคงไม่เกิดประโยชน์และได้อะไร สู้เป็นฝ่ายรัฐบาลมีตำแหน่งแห่งที่คงจะดีกว่า

 

 

จากนี้ต่อไปหากรัฐบาลยังคงรักษาระดับมาตรฐานอย่างคงเส้นคงวาของการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไว้ได้ ตราบนั้นก็คงไม่มีหลักประกันอะไรที่จะทำให้รัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศได้ต่อไปจนครบวาระ และเราคงจะได้เห็นปรากฎการณ์อภินิหารตำนานงูเห่ายุคใหม่ที่มีรูปแบบและวิธีการแตกต่างจากอดีต ในสภาต่อไปอย่างแน่นอน

 

ดร.รยุศด์ กล่าวต่ออีกว่า ปัญหาเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประเทศในขณะนี้ ตนถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด เพราะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ดังนั้นตนจึงอยากแนะนำพลเอกประยุทธ์ หาคนใหม่ที่เก่ง และเป็นคนดี มี ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ เข้ามาแก้ไขปัญหา เพื่อเรียกคืนศรัทธา ความเชื่อมั่น และความหวังใหม่ๆให้กับประชาชนได้แล้ว

 

จากผลงาน 5 ปี ที่ผ่านมาย่อมเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขปัญหาและความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศได้แม้ส่วนตัวตนจะมีความเห็นต่างทางการเมืองกับรัฐบาลและพลเอกประยุทธ์ อยากเห็นรัฐบาล และพลเอกประยุทธฺ์ สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจ นำพาบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป เป็นความหวัง ความศรัทธา และเป็นที่พึ่งของประชาชนทั้งประเทศได้ เพราะต่อให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำแต่ถ้าเศรษฐกิจดี ประชาชนอยู่ดีกินดีย่อมจะไม่ใช่ปัญหา ตรงกันข้ามจะเป็นเกราะคุ้มครองให้รัฐบาลได้เป็นอย่างดี

 

ยังไม่สาย ที่พลเอกประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะเข้าใจและรีบแก้ไขในจุดนี้ เพราะถ้าหากเศรษฐกิจของประเทศพังลง และต่อให้พลเอกประยุทธ์รับผิดชอบด้วยการยุบสภา หรือลาออกก็คงไม่คุ้ม เพราะอย่าลืมว่าต้นทุนทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ และรัฐบาลย่อมไม่มีค่ามากพอที่จะมาชดเชย เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่มีต่อเศรษฐกิจ และประชาชนทั้งประเทศ

 

 


 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ