28 พ.ย.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ขยายเวลาการ แบน 2 สารเคมีการเกษตรออกไป และอนุญาตให้ใช้ไกลโฟเซต ว่า ย้ำว่าให้รอนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่จากการได้รับรายงานจาก 2 คณะกรรมการที่เป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข คือ เลขาธิการอย. และอธิบดีกรมวิทยาศาสต์การแพทย์ ได้มารายงานให้ตนทราบว่า ยังไม่มีการลงมติใดๆ อีกทั้งมติเดิมก็ยังมีการรับรอง แล้วจะอย่างไรต่อไป ดังนั้น ต้องไปถามนายสุริยะ ซึ่งตนจะรอฟัง

 

 

                 นายอนุทิน กล่าวว่า ยังยึดหลักของกระทรวงสาธารณสุขคือเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชน ต่อให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติอย่างไรก็ตามแต่กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามติที่ประชุมออกมาอย่างไรเราก็เคารพ

 

 

                 ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งแต่เมื่อวันที่ 27พ.ย. ที่ผ่านมา ได้พบและพูดคุยกับนายสุริยะแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ได้เจอกันนิดนึงที่สภา ก็ไม่มีอะไร เรื่องนี้อย่าเอาไปผูกกับการเมืองเป็นอันขาด  คนละเรื่องกันเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของสุขภาพ เรื่องของสารพิษและเป็นเรื่องของคณะกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งนายสุริยะ แม้เป็นประธานกรรมการแต่ก็เป็นหนึ่งเสียงในคณะกรรมการชุดนั้น เป็นผู้นำการประชุมไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้นำหรือไปเปลี่ยนมติอะไรได้”

 

 

                 เมื่อถามว่า แต่ขณะนี้เรื่องดังกล่าวถูกมองไปเป็นเรื่องการเมืองแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า กำลังพูดอยู่ขณะนี้ว่าอย่าไปมองเป็นการเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องของการทำงาน ซึ่งเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมากรรมการวัตถุอันตรายลงมติเป็นเอกฉันท์ ให้แบน 3สารนั้นในวันที่ 1 ธค.นี้ และกรมวิชาการเกษตรจะต้องทำเรื่องมาให้ที่ประชุมกรรมการลงนาม  แต่ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. นั้น ไม่มีการทำเรื่องมาให้ประธานกรรมการลงนามและการประชุมดำเนินต่อไปอย่างไรไม่ทราบ 

 

 

                 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กรมวิชาการเกษตรมีหนังสือตรงถึงที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายโดย ที่น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ไม่ทราบเรื่อง ถือว่าข้ามขั้นตอนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ก็เขาก็ข้ามขั้นตอนอย่างนี้มาตลอดอยู่แล้ว แต่เป็นอันชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ฟังคำสั่งมนัญญาดังนั้น ผมก็ต้องไปพูดคุยกัน ในพรรคภูมิใจไทยเราก่อน”

 

 

                 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องคืนกรมวิชาการเกษตรไปให้รมว.ดูแล หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ”ก็ในเมื่อควบคุมกันไม่ได้และปวดหัวกันอย่างนี้ ในเมื่อเราพยายามทำในเรื่องนี้แล้วเขาไม่ตอบสนอง ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ก็ไม่เป็นไร คงต้องคุย กันในพรรคภูมิใจไทยก่อน ผมเป็นหัวหน้ามนัญญา ผมก็ต้องบอกว่าจะทู้ซี้คุมไปทำไม เราไม่อยากให้ข้าราชการ กับข้าราชการการเมืองมาทะเลาะกันมันดีเสียเมื่อไหร่  ก็ต้องเสนอไปถึงผู้บังคับบัญชาของมนัญญาก็คือรมว.เกษตรฯ ถ้าจะคืนก็ต้องทำหนังสือขอคืนด้วยเหตุผลอะไรบ้างก็ต้องเขียนลงไป เช่น ควบคุมไม่ได้  ไม่ปฏิบัติตามนโยบายอย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องขอคืน จากนั้นก็ต้องให้รมว. เฉลิมชัย พิจารณาว่าจะให้ดูต่อหรือจะเปลี่ยนกรม ในเมื่อรัฐมนตรีเปลี่ยนไม่ได้ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนกรม”