กระทรวงยุติธรรม 31 ต.ค. 62  ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานอัยการคดีพิเศษ มีความเห็นไม่ฟ้อง นายอนันต์ อัศวโภคิน ผู้ต้องหาของดีเอสไอ ในคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ที่ได้มาจากการยักยอกฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ว่า

 

 

 

              คดีนี้ดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องนายอนันต์และได้ส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษแล้ว ต่อมาพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ดังนั้น สำนวนคดีพร้อมความเห็นของอัยการจึงถูกส่งกลับมาที่สำนักงานอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และได้ส่งต่อไปให้กลุ่มงานความเห็นแย้งตรวจสอบ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบสำนวนว่า ประเด็นความเห็นมีข้อแตกต่างกันอย่างไร ก่อนเสนอให้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้พิจารณาอีกครั้ง หากไม่มีความเห็นแย้งคดีก็จะยุติลงในชั้นอัยการที่สั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าอธิบดีดีเอสไอมีความเห็นแย้งยืนยันว่าสมควรสั่งฟ้องนายอนันต์ สำนวนจะถูกส่งไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด ซึ่งผลการพิจารณาของอัยการสูงสุดจะถือเป็นที่สุดเด็ดขาด

              แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า สำนวนคดีสบคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินของนายอนันต์ ขณะนี้อยู่ที่กลุ่มงานความเห็นแย้ง ซึ่งดีเอสไอสามารถพิจารณาสำนวนคดีได้โดยไม่มีกรอบระยะเวลาว่าจะต้องส่งไปยังอัยการเมื่อใด แต่ต้องอยู่ในอายุความ สำหรับประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการตรวจสอบเพื่อทำความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุด มีทั้งประเด็นข้อกฎหมาย เจตนาในการใช้ชื่อไปถือครองที่ดินแทนพระธัมมชโย การรับซื้อที่ดินจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ในราคาต่ำกว่าราคาประเมิน และเงินจากการขายที่ดินไม่ได้ถูกโอนไปให้พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หรือมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์หางนกยูงทั้งหมด แต่หักเข้ากระเป๋าไว้ 189 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ดินแปลงดังกล่าวยังเกี่ยวพันกับการเทคโอเวอร์บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ของนายศุภชัย ซึ่งเป็นความผิดฐานฟอกเงินอยู่ด้วย

              อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตามองคืออัยการสำนักงานคดีพิเศษ ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว อยู่ในช่วงที่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ปัจจุบันนายวงศ์สกุลได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุด