เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่ กมธ.ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย จะเชิญมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ 15,800 ล้านบาท ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ว่า ตนได้รับหนังสือแล้ว และเป็นหน้าที่ของตนที่จะไปชี้แจง 

 

         เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการถูกต้องตามระเบียบใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถือเป็นการทำงานปกติ ที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฏหมาย ตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งหากมีข้อสงสัยก็ต้องไปชี้แจง ทั้งนี้เมื่อการทำงานเป็นไปตามกฎหมาย  ใครสงสัยตนก็พร้อมชี้แจง เช่นเดียวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย อย่าให้มีข้อบกพร่อง ก็ชี้แจงไป ส่วนเขาจะเห็นอย่างไรและให้ทำอย่างไร เราก็จะชี้แจงไปในส่วนที่เราทำ 

 

          เมื่อถามถึงกรณีจะให้มีการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส ออกไปอีก 40 ปี ซึ่งฝ่ายค้านจะนำมาเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาอยู่ โดยวันที่ 1 พ.ย.นี้จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การหารือด้วย ดังนั้นให้เป็นไปตามหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งสุดท้ายอยู่ที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะพิจารณา ซึ่งทุกเรื่องสามารถชี้แจงได้ ว่าประเทศชาติและประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร และมีข้อเปรียบเทียบชี้ให้เห็นถึงการตัดสินใจของรัฐบาล ทั้งนี้หากมีการสอบถามตนเชื่อว่าจะสามารถตอบคำถามได้ 

 

          เมื่อถามถึงการเบิกจ่ายเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ฝ่ายค้านจะปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ว่าเงินดังกล่าวคนคิดว่าเป็นเงินที่อปท.เก็บหอมรอมริบไว้ แต่ข้อเท็จจริงเป็นเงินที่อปท.ใช้ไม่ทัน ซึ่งจะนำไปทบเป็นเงินสะสมเงินในส่วนนี้สามารถนำไปใช้ได้สองส่วนคือเงินอุดหนุนและเงินเก็บสำรอง และอีกส่วนหนึ่งจะใช้เบิกตามสภาพคล่องหากงบประมาณที่จะได้รับไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทัน ซึ่งการเบิกจ่ายเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และเป็นไปตามกฎหมาย สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้เงินดังกล่าวไม่ได้มีมากถึง 6 แสนล้าน แต่มีเพียง 3 แสนล้านเท่านั้น ซึ่งอปท. แต่ละแห่งมีจำนวนเงินที่ไม่เท่ากัน.