19 ต.ค.2562 ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่ 3 โดยกล่าวก่อนการประชุมถึงงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมว่า ในส่วนของงบฯกลาโหมมีการกันไว้ 7-8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

 

 

 

นายกฯแจงงบฯกลาโหมจำเป็นกันไว้ 7-8 หมื่นล.ซื้อยุทโธปกรณ์

 

 

             เพื่อเอาไว้ซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นการตั้งงบผูกพันและเป็นงบในส่วนของกลาโหมเองไม่ใช่งบกลาง เว้นในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่เป็นข้อตกลงกับต่างประเทศ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีจำนวนน้อยมาก อีกทั้งต้องมีการซื้อทดแทน นอกจากนี้ยังมีเรื่องทหารตามแนวชายแดนที่มีจำนวนหลายแสนนายในพื้นที่ 5,000 กว่ากิโลเมตรทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งหากเราไม่มีเรือที่ทันสมัยจะทำได้หรือไม่ เพราะเรือที่มีอยู่ใช้มากว่า 50 ถึง 60 ปีแล้ว จึงมีการผุพังบ้าง อย่าคิดว่ามีเยอะ แต่ต้องไปดูว่ามีความทันสมัยและทันสถานการณ์หรือไม่ต้องคิดตรงนี้และต้องไปดูข้างในด้วย ซึ่งเราก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศักยภาพ รวมถึงเป็นเรื่องอำนาจการต่อรองที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน โดยเฉพาะวันนี้โลกมีความเปลี่ยนแปลงรอบบ้านเราก็มีกันทั้งหมด 

 

 

นายกฯแจงงบฯกลาโหมจำเป็นกันไว้ 7-8 หมื่นล.ซื้อยุทโธปกรณ์

 

              "จะมาบอกว่าเกษตรกรเขาไม่เดือดร้อนเขาถึงซื้อได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนเราแต่ก็ต้องทำ เมื่อเขามีเราไม่มีศักยภาพของเราก็หายไปไหมล่ะ ทั้งศักยภาพ ความเกรงอกเกรงใจ การเจรจาและการพูดคุย รวมถึงการรักษาความมั่นคงทางทะเลซึ่งสำคัญที่สุด ของพวกนี้มันแพงทั้งสิ้น เราก็พยายามหาเรือขนาดเล็กและพยายามต่อเรือเอง อย่างเรือที่มีการติดอาวุธก็มีราคาแพง หากต่อไปมีการกระทบกระทั่งทางทะเล อาจมีเรื่องของเรือประมงมีปัญหากันยิงกัน เพื่อเห็นว่าเราคุ้มครองจะบานปลายไม่ได้ ดังนั้นยุทโธปกรณ์ของเราต้องทันสมัยพอสมควรให้ทันกับโลกวันนี้"นายกฯ กล่าว