royal coronation
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562
การเมือง

งามหน้าสภาผู้ทรงเกียรติ ส.ส.กิน-ทิ้งขยะเกลื่อนห้องประชุม

วันที่ 18 ตุลาคม 2562 - 11:33 น.
ทิ้งขยะ,ห้องประชุมสภา,ขยะเกลื่อนห้องประชุม
Shares :
เปิดอ่าน 1,634 ครั้ง

"ชวน" สวด ส.ส. ทิ้งขยะเกลื่อนห้องประชุม ก่อนเข้าวาระพิจารณาร่างกม.งบฯ 63 วันที่สอง "เด็กพท." ย้ำ "บิ๊กตู่" จัดงบประมาณไร้ทิศทาง

 

           รัฐสภา - 18 ตุลาคม 2562 -"ชวน" สวด ส.ส. ทิ้งขยะเกลื่อนห้องประชุม ก่อนเข้าวาระพิจารณาร่างกม.งบฯ 63 วันที่สอง "เด็กพท." ย้ำ "บิ๊กตู่" จัดงบประมาณไร้ทิศทาง แนะทบทวน เน้นกระตุ้นศก. - เพิ่มศักยภาพเกษตร ด้าน "พิสิฐ" แนะ "รบ." เร่งเบิกจ่ายงบค้างท่อ 1.003 ล้านล้านบาท เยียวยาภาวะศก.

 

 

           ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2ล้านล้านบาท วันที่สอง ได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. โดยมีนายชวน หลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม 

 

 

           โดยก่อนเข้าวาระนายชวน กล่าวต่อที่ประชุมว่าโดยขอความร่วมมือให้ส.ส.แต่งกายแบบสมาชิกรัฐสภา หรือสากลนิยมหรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามที่ระเบียบของสภาฯ กำหนด อย่างไรก็ตาม ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดในห้องประชุม หลังจากที่เลิกประชุม พบเศษอาหาร เศษภาชนะห่ออาหาร เครื่องดื่มเต็มพื้นที่ ทั้งนี้ห้องประชุมสภาฯ ไม่ใช่ห้องสัมมนาและตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ถือว่าห้องประชุมต้องเป็นที่เคารพ และเป็นเขตหวงห้าม ดังนั้นตนขอความร่วมมืองดนำอาหารรับประทานในห้องประชุม 

 

         

                ขณะที่การอภิปรายของส.ส. พรรคฝ่ายค้าน เน้นการแสดงถึงเนื้อหาของการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะประเด็นไร้ทิศทางกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งเสริมศักยภาพของประชาชน อาทิ นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอให้รัฐบาลใช้งบประมาณส่วนงบลงทุนเพื่อเกิดประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะระบบชลประทานและสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ และการลงทุนเพื่อเกิดกระบวนการสร้างรายได้ให้กับประชาชน เนื่องจากสภาวสังคมโลกเปลี่ยนไป ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงตกงาน ทั้งนี้ในร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ไม่มีทิศทางชัดเจนสร้างรายได้ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ดังนั้นขอให้ปรับปรุงและนำกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ 

 

 

           ขณะที่นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่ารัฐบาลจัดสรรงบประมาณ เหมือนช่วยคนรวย ขณะที่เกษตรไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งนี้รัฐบาลมีนโยบายจะแจกปลา และไก่ให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน ตนขอให้ยุติเพราะไม่เกิดประโยชน์ ควรนำเงินที่จะแจก 6,000 บาทให้เกษตรกรซื้อข้าวบริโภคดีกว่า นอกจากนั้นควรส่งเสริมการปลูกพืชฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร คือ ปลูกพืชปลอดภัย ปลอดสารเคมี ขายให้ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถขายได้ไร่ละ 1 แสนบาท และ ปลูกดอกดาวเรือง รวมถึงสนับสนุนการเลี้ยงวัว เป็นต้น 

 


           ทางด้านนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า  ไตรมาศ 3 เข้าสู่ภาวะถดถอยการจัดเก็บรายได้เงินได้ ภาษีเงินได้ หรือจากภาษีอากร ชะลอตัว ตัวเลข 2 เดือนสุดท้ายติดลบ ทั้งนี้ตนเป็นห่วงว่าหากรัฐบาลประเมินเศรษฐกิจดีเกินไปอาจทำให้การดำเนินนโยบายผิดพลาด รัฐบาลมีเงินค้างท่อ จำนวน ประมาณ 1.003  ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณผูกพันที่ ครม.อนุมัติแล้ว หรือ 1 ใน 3 ของงบประมาณที่ขอจัดสรรตามร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2563  ดังนั้นขอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายดังกล่าว ช่วง 3-4 เดือนเพื่อเยียวยาภาวะเศรษฐกิจไทยไม่ถดถอย ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าหากเร่งใช้งบประมาณดังกล่าวอาจกก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขี้น แต่สามารถลดเงินคงคลังจาก 5 แสนล้านบาท หรือ 3 แสนล้านบาท จะทำให้ภาวะหนี้ไม่เป็นปัญหา​

 


             "ระบบการทำงานของรัฐบาล สำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณ ได้รับข้อมูลจากสำนักงบประมาณ ว่าด้วยการอนุมัติคำของบประมาณ พบว่ากระทรวงหลัก เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม​ กระทรวงศึกษาธิการ จะได้รับงบประมาณ  70 เปอร์เซ็นต์  แต่กระทรวงใหม่  เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  จะได้รับงบประมาณ 40- 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบราชการว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณ ยังเป็นรูปแบบเดิม ไม่เกิดประโยชน์ต่อการใช้งานในกระทรวงใหม่ๆ ดังนั้นขอให้คิดใหม่"นายพิสิฐ อภิปราย

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ