royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
การเมือง

เด็กพท. จวก ร่างพ.ร.บ.งบฯ ​63 เอื้อเจ้าสัว

วันที่ 17 ตุลาคม 2562 - 22:45 น.
จวก ร่างพรบงบฯ ​63,ส่อโกง,เด็กเพื่อไทย,มีทุจริต,อปท,อนุพงษ์,ปรับราคาก๊าซหุงต้ม,สนธิรัตน์
Shares :
เปิดอ่าน 136 ครั้ง

"เด็กพท." จวก ร่างพ.ร.บ.งบฯ ​63 ส่อโกง เตรียมชำแหละต่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้าน "อนุพงษ์" ยอมรับ อปท. มีทุจริต แต่ไม่เคยปล่อยต้องลงโทษ

 

 

"เด็กเพื่อไทย"จวก ร่างพ.ร.บ.งบฯ ​63 ส่อโกง เตรียมชำแหละต่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ  ด้าน "อนุพงษ์" ยอมรับ อปท. มีทุจริต แต่ไม่เคยปล่อยต้องลงโทษ "สนธิรัตน์"แจงปรับราคาก๊าซหุงต้มเพื่อสร้างสมดุล

 

          เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2ล้านล้านบาท ช่วงเวลา 20.00 น. เป็นลำดับของพรรคฝ่ายค้านซึ่งเน้นการอภิปรายถึงการบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีความล้มเหลว

 

          โดย นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายพร้อมแสดงเอกสารประกอบการอภิปราย เพื่อย้ำถึงการจัดสรรงบประมาณ ในรัฐบาล ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ​และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวม 5 ปี ส่อพบการทุจริต ไม่โปร่งใส รวมถึงจัดสรรงบประมาณเพื่อเจ้าสัว โดยเฉพาะการประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ทั้งนี้เป้าหมายคือ การพัฒนาพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา แต่ถูกตัดออกจากการประมูล ซึ่งตนเตรียมเปิดโปงประเด็นดังกล่าวในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากนั้นโครงการชิม ช้อป ใช้ ที่สนับสนุนให้กับธุรกิจของเจ้าสัว ซึ่งธนาคารโลก ระบุว่าจีดีพีของไทยจะต่ำสุดและเหลือเพียงร้อยละ 2 ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ส่วนที่จะทำโครงการชิม ช้อป ใช้ เฟสสอง เพื่อกลบเกลื่อนโครงการที่ล้มเหลวเท่านั้น อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่านโยบายของรัฐบาลมีความล้มเหลวอีกหลายโครงการ ตั้งแต่การบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม โดยเฉพาะประเด็นของราคาแก๊สหุงต้ม ที่รัฐบาลใช้เงินสนับสนุนทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ทั้งที่ข้อเท็จจริงประชาชนควรใช้แก๊สหุงต้มกิโลกรัมละ 10 บาทเท่านั้น    
 

 

          ทั้งนี้เป็นการชี้แจงของรัฐมนตรี ต่อประเด็นที่ ส.ส. อภิปราย โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณีที่ถูกพาดพิงกรณีกระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งให้นำเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) มูลค่า 6 แสนล้านบาท มาใช้เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า ที่พูดเรื่องจำนวนเงิน 6 แสนล้านบาทนั้น ตามข้อเท็จจริงของอปท. 7,000 เเห่งทั่วประเทศ รวมมีงบประมาณ 3 แสนล้านบาทเท่านั้น เงินดังกล่าวแม้ชื่อจะเป็นเงินสะสม แต่ที่ไม่ใช่เงินสะสม เป็นงบประมาณ ที่อปท.ใช้ไม่ได้ และใช้ไม่ทัน จึงทำให้มีเงินเหลืออยู่ที่แต่ละที่ไม่เท่ากัน องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) บางแห่งคงเหลือหลักพันบาทก็มี อบจ.ใหญ่ๆ มีหลักร้อยล้านถึงพันล้านบาทก็มี ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำมาใช้ได้ตามอำนาจหน้าที่ของอปท. แต่ต้องเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งมีกฎระเบียบอยู่เยอะ รัฐบาลนี้มีนโยบายที่ให้อปท.นำมาใช้ได้แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบของราชการ เมื่อนำไปใช้เเล้ว มีการทุจริตหรือไม่ ตนยอมรับว่ามี แต่ตนไม่เคยปล่อยอปท.ที่มีการทุจริต ไม่ว่าจะทำผิดจากเรื่องใดก็แล้วแต่จะต้องมีการลงโทษ 

 

          ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ชี้แจงว่า การอภิปรายของเพื่อนสมาชิก อาจทำให้ประชาชนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ที่ระบุว่า รัฐผลักภาระราคาค่าแก๊สไปให้ประชาชน โดยเอาส่วนต่างไปให้ผู้ประกอบการนั้น ตนขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ประเทศไทยมีความรุ่งเรืองตั้งแต่พบแก๊สในอ่าวไทย ทำให้ไทยใช้แก๊สในราคาที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านเสมอมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปี 2557 พบการบิดเบือนราคาแก๊สในตลาดโลก โดยรัฐต้องอุดหนุนเงินเข้ากองทุนเชื้อเพลิง ทำให้เป็นภาระด้านงบประมาณให้กับประเทศ โดยในช่วงหลังเราได้มีการปรับให้ราคาแก๊สให้มีความสมดุลมากขึ้น ราคานี้ทำให้เกิดการลดภาระของกองทุนฯ 

 

          "กรณีที่มีการระบุว่าเมื่อแก๊สมาสู่โรงแยกแก๊สของบริษัท ปตท. ทำให้ส่วนต่างที่เกิดขึ้นไหลเข้าสู่กำไรของบริษัท ปตท.นั้น ผมยืนยันว่ากลไลที่กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการไป ส่วนต่างที่เกิดขึ้นรัฐได้เก็บส่วนต่างเข้ากองทุนฯ เพื่อนำเงินส่วนต่างนี้มาชดเชย เงินดังกล่าวไม่ได้เข้าสู้บริษัท ปตท.แต่นำมาชดเชยเพื่อความสมดุลด้านพลังงานของประเทศไทย" นายสนธิรัตน์ ชี้แจง 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ