royal coronation
วันที่ 19 ตุลาคม 2562
การเมือง

สนธิ มองการเมือง ไม่เปลี่ยนแปลง

วันที่ 17 กันยายน 2562 - 19:19 น.
สนธิ,การเมืองไทย,ไม่เปลี่ยนแปลง
Shares :
เปิดอ่าน 4 ครั้ง

สนธิ ลิ้มทองกุล มองการเมือง ไม่เปลี่ยนแปลง ความเละเทะยังมีในวงการการเมืองเพียงแต่เปลี่ยนบุคคล

     นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดใจกับรายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี  หลังจากถูกปล่อยตัวพ้นเรือนจำ ซึ่งเข้าเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษ หลังอยู่ในเรือนจำ 2 ปี  11 เดือน  27 วัน

    “ผมใช้ชีวิตในแดน7 ห้องที่ 6 อยู่กัน 8 คนที่นอนติดกันเลย ยืนยันว่าไม่จริง ที่ว่าผมใช้ชีวิตวีไอพี ไม่ได้นอนห้องแอร์ หากอยู่แบบนั้นจริง ผบ.เรือนจำ โดนย้ายแน่นอน ในเรือนจำทุกคนใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ รับประทานอาหารของเรือนจำ หรือจะสั่งเมนูที่เรือนจำทำขายได้ เวลานอนใช้ผ้าห่มสามผืน เปิดและปิดห้องนอนในเรือนจำตามเวลา และมีหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องไปปฏิบัติ จะออกข้างนอกเพียงแค่นัดพบหมอที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ต้องรายงานสิ่งที่ผมปฏิบัติตลอดเวลา"

     นายสนธิ ยังเล่าว่า มีกระแสข่าวว่าแอบใช้มือถือปลุกปั่นในเรือนจำและมีหน่วยจู่โจมพิเศษเข้าค้นสี่ครั้งและผู้คุมยืนยันแล้วว่าไม่มีการทำแบบนั้น ทราบว่าฝ่ายการเมืองและคนข้างนอกแจ้งเข้าไปก่อกวนว่าใช้มือถือในเรือนจำเพื่อให้อยู่ไม่เป็นสุข ทั้งที่มีนักโทษกว่า 7,000 คนในนั้น แต่กลับมาทำแบบนี้กับตนคนเดียว

        ส่วนที่เคยพูดว่าหากทักษิณ ชินวัตร กลับมาติดคุกในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะติดคุกไม่นานนั้น ขอชี้แจงว่าโทษของทักษิณนั้น  2ปี (คดีที่ดินรัชดา) ติดคุกหนึ่งปี ขอพักโทษและออกจากเรือนจำได้

     ย้ำว่ากติกาเรือนจำชัดเจน คนจนและคนรวยมีสิทธิเท่ากัน ยืนยันคนดีในกรมราชทัณฑ์มีมากกว่าคนเลว

     ส่วนความเกรงใจในเรือนจำนั้น มีอยู่ในนั้นผู้ทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้คุมเรียกผมว่าอาจารย์ เพราะอายุเยอะและมีความรู้ ในเรือนจำมีทั้งคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดง ที่มีคนรักและเกลียดในเรือนจำ และไม่เคยขอใช้ความที่คนอื่นเกรงใจแล้วทำให้ตัวเองฮึกเหิม เพราะไม่ใช่คนแบบนั้น

    “ช่วงที่อยู่ในเรือนจำ จิตใจของผมไม่โดนกักขัง ผมคิดและจินตนาการหลายเรื่อง ช่วงที่มีเวลาติดตามข่าวสารการเมือง ผมมองแล้วไม่มีสิ่งเปลี่ยนแปลง วันนี้มีคนเพ้อเจ้อและคนที่มองอะไรจริง เพราะความเละเทะยังมีในวงการการเมืองเพียงแต่เปลี่ยนบุคคล    โชคดีที่ผมอยู่ในเรือนจำ  ผมขอบคุณเพราะได้ใช้เวลาคิดย้อนหลังไปกับสิ่งที่ผ่านมา หากถามว่าผมจะทำอีกไหม ผมตอบเลยว่าไม่ทำและผมอายุเยอะแล้ว”

    สนธิ เล่าว่า อยู่ในเรือนจำเจอคนทุกระดับ ตั้งแต่รัฐมนตรีจนกระทั่งการ์ดคนเสื้อเหลือง คดีทุจริตปล่อยกู้เครือกฤษดามหานครนั้น ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยในคดีนี้ที่เข้าคุกนอนห้องเดียวกัน สอบถามว่าบิ๊กบอสคดีนี้คือใคร คำตอบคืออดีตพลเอกคนหนึ่ง และน่าจะได้รับใบสั่งจากต่างประเทศ และคดีนี้นั้นการเมืองมาแรงและมีการโยงไปยังคนแดนไกล โดยมีการขยายวงเพื่อเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องแบบเกินกว่าที่คิด

  ได้พบจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ช่วงไปขึ้นศาล ตอนนั้นคนในคุกไม่มีเสื้อแดงเสื้อเหลือง พบว่าจตุพรไม่ก้าวร้าวและตกผลึกในช่วงติดคุก รู้จักคนคนนี้มานาน บอกไปว่าหากก้าวข้ามทักษิณและข้อสงสัยล้มล้างสถาบัน แนวทางการต่อสู้ของตนเองกับจตุพรนั้นไม่แตกต่างกันเลย วันนี้ทักษิณยังมีอิทธิพล คนไทยหลายคนยังจดจำ เพราะมีข้อดีมีหลายข้อในช่วงเป็นนายกฯ และคนในฝั่งนี้ยังอาศัยทักษิณเพราะมีเครือข่ายในระบบพรรคการเมือง แม้อิทธิพลน้อยลงไปบ้างก็ตาม

     สนิทกับทักษิณระดับหนึ่งตอนที่ทักษิณมาบอกว่าจะเล่นการเมืองและขอให้หนุน ซึ่งบอกว่ารวยแล้ว ดีใจด้วยหากจะทำ แต่เมื่อมาเป็นนายกฯ ได้สองถึงสามปีก็เปลี่ยนไป จึงลุกออกมาสู้และตอนนั้นทักษิณใช้จตุพรมาชนกับตน เพราะทักษิณทำอะไรหลายเรื่องเพื่อตัวเองและครอบครัว

    วันนี้ทักษิณควรคิดได้และวางมือทางการเมือง โดยตัวเองและน้องสาวควรทำใจและเข้ามาติดคุก แต่ทักษิณไปยึดศักดิ์ศรีว่าคนในตระกูลชินวัตรจะติดคุกไม่ได้ จนวันนี้หนีกระเซอะกระเซิง

     การเมืองวันนี้ทักษิณยังบงการบางพรรค มองว่านโยบายพรรคอนาคตใหม่และจุดยืนหัวหน้าพรรคในอดีตและวันนี้มีความหมิ่นเหม่ ไม่อยากพูดว่าเป็นแนวคิดทักษิณ แต่เป็นแนวคิดของคนในรุ่นธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมมุติว่าคนหนึ่งร้อยคนมาร่วมงานที่พรรคอนาคตใหม่ จะมีสิบคนคิดแบบธนาธร ส่วนที่เหลืออึดอัดกับสิ่งแวดล้อมในยุค คสช. และมองว่าพรรคนี้โดนใจและเป็นช่องทาง หากรัฐบาลหรือคนอื่นๆ ยังสร้างความอึดอัด คนจะไปร่วมกับพรรคอนาคตใหมมากขึ้น คำว่าทักษิณ บงการพรรคอนาคตใหม่นั้น บางมาก

     การพูดถึงงบประมาณทหารนั้น พรรคอนาคตใหม่พูดไม่ผิด แต่การนำเสนอผิดจนโดนมองว่าเป็นศัตรูทหาร เพราะควรอธิบายความ ออกมาวันนี้จะมองอีกมิติหนึ่งและพยายามทำความเข้าใจ อย่าลืมว่าทหารไม่ธรรมดาและปะทะกันทางความคิด การลดงบนี้มีเหตุผล เพราะไทยวันนี้จะไปรบกับใคร งบตัวนี้น่าจะมาหารือกัน แต่ไม่ใช่วิธีที่พรรคอนาคตใหม่ใช้โจมตีในเรื่องนี้

   สนธิ ยืนยันไม่ได้เชียร์พรรคนี้ พูดความจริงที่หลายคนไม่ยอมรับ โดยเฉพาะทหารที่เป็นอนุรักษนิยม มองความมั่นคงที่ประชาชน คือกระจายอำนาจการปกครองให้ประชาชนระดับล่างเข้มแข็งและทุกอย่างจะเข้มแข็งไปทั้งระบบ

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ