royal coronation
วันที่ 19 ตุลาคม 2562
การเมือง

นายกฯ ชี้ โลกเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด

วันที่ 4 กันยายน 2562 - 12:41 น.
ประชุมรมตอาเซียน,รมตอาเซียนด้านพลังงาน,คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 736 ครั้ง

"นายกฯ" เปิดประชุมรมต.อาเซียนด้านพลังงาน ชี้ โลกเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด ขอให้ทุกคนมีความสุขระหว่างพำนักในไทย จดจำรอยยิ้มสยามไว้ 

 


          4 ก.ย.62-ที่ห้องคริสตัล เอ โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 37 “Advancing Energy Transition Through Partnership and Innovation” และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมี รัฐมนตรีพลังงานจากประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา รองเลขาธิการอาเซียน ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ  ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ ตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมงาน

 

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดการประชุมว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สำคัญของประเทศไทย และมีความหมายอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวไทย เนื่องด้วยเป็นปีที่มีพระราชพิธีมหามงคลหลายพิธี รวมทั้งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียน และเป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ในฐานะรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย ขอต้อนรับผู้มีเกียรติทั้งหลาย หวังว่าแม้จะอยู่ในประเทศไทยในระยะเวลาสั้นๆ แต่ทุกท่านก็คงมีความสุข ประเทศไทยพร้อมต้อนรับทุกท่านเสมอมาและตลอดไป 

 

           

 

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าภูมิภาคอาเซียนจะต้องเผชิญกับความท้าทายในภาคพลังงานเป็นอย่างมาก ซึ่งพลังงานเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาสังคม และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางผลิตและการใช้พลังงานของแต่ละประเทศจะถูกกำหนดด้วยความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายทางพลังงานของตามแต่สถานการณ์ของแต่ละภูมิภาค

 

 

               “ในเวลานี้ เรากำลังอยู่ช่วงเริ่มต้นของกระแสของโลกในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน  และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต ภูมิภาคอาเซียนของเรามีความต้องการพลังงานมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนอาจจะเป็นพลังงานหลักต่อไปในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นการพัฒนาตลาดและการลงทุนด้านพลังงาน รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานแห่งอนาคต ทั้งในส่วนของเชื้อเพลิงฟอสซิลและไม่ใช่ฟอสซิล จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับภูมิภาค” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

               นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพอาเซียน ไทยได้ผลักดัน Key Deliverables ของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยผลการศึกษาที่เกิดขึ้น จะเป็นข้อมูลและแนวทางสำหรับการวางนโยบายและกรอบความร่วมมือของอาเซียนต่อไปในอนาคต อาทิ ในด้านไฟฟ้ามีการยืนยันการเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผ่านราชอาณาจักรไทย ไปยังสหพันธรัฐมาเลเซีย ซึ่งจะสามารถสนับสนุนและอำนวยความสะดวกต่อการขยายความร่วมมือสู่ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการในอนาคต ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการเชื่อมโยงพลังงานไฟฟ้าในอาเซียน นอกจากนั้น ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะต่างๆ อาทิ ข้อเสนอแนะเรื่องการศึกษาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กเพื่อรองรับก๊าซธรรมชาติ (Small-scale LNG)  แนวทางการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน จะช่วยกำหนดทิศทางและกิจกรรมที่ควรจะดำเนินการในอนาคต เพื่อให้อาเซียนสามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน (ASEAN Plan of Action on Energy Cooperation) ในด้านการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายและตลาดการซื้อขายก๊าซธรรมชาติในอาเซียน ส่วนในด้านการพัฒฬนานวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดนั้น อาเซียนได้เห็นชอบร่วมกันในการผลักดันเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนให้ถึงร้อยละ 23 ในปี 2025 และการปรับมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะส่งให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน และการผลิตและใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

 

          


               นายกรัฐมนตรี ระบุ ในส่วนของอนาคตทางพลังงานนั้น ปัจจัยที่จะส่งผลให้เกิดพลังงานแห่งโลกอนาคต นั่นคือ พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนโดยระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ การผลิตพลังงานในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า และการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านพลังงานให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสมัยใหม่โดยมีพลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานหลัก จึงไม่เพียงแต่เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังพัฒนาความเป็นอยู่และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนชน และยังช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

               “ดังนั้นแนวคิดหลักของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 37 หรือ 37th AMEM ใน ปีนี้ คือ Advancing Energy Transition Through Partnership and Innovation ซึ่งหมายถึง การมุ่งเน้นความร่วมมือ ร่วมใจ เพื่อพัฒนานวัตกรรมพลังงานอาเซียนในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานให้เข้าสู่ยุคพลังงานที่มีความยั่งยืน ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจาในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนสามารถก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากพลังงานที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดที่มีความยั่งยืนในอนาคตจึงเป็นหัวข้อที่เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน” นายกฯ กล่าว

               อย่างไรก็ตาม นายกฯ กล่าวว่า หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขในระหว่างที่พำนักในประเทศไทย ประเทศไทยยินดีต้อนรับทุกท่านเสมอ และขอให้จดจำรอยยิ้มสยามของตนไว้ด้วย  เพราะคนไทยชอบยิ้ม ต่อให้งานหนักแค่ไหนอย่างไร ก็ยืมไปก่อน เพราะจะได้มีกำลังใจในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ตนมีภารกิจต้องไปเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือในช่วงบ่ายโดยไป 2 จังหวัดภาคเหนือ ช่วงนี้พายุกำลังเข้าแต่ก็คงผ่านหลายประเทศมาเหมือนกัน แต่ละประเทศก็ได้รับปัญหามากหมือนกัน นี่เป็นเพราะโลกเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพลังงานด้วยในอนาคตในเรื่องพลังงานจากน้ำเหล่านี้เป็นปัญหาหมด เรื่องการผลิตน้ำจากเขื่อน ทั้งนี้ประเทศไทยประสบปัญหาเนื่องจากฝนตกใต้เขื่อน ซึ่งเขื่อนของเราสร้างมาก่อนแล้ว 20-30 ปี  สมัยก่อนน้ำเต็ม แต่สมัยนี้ฝนตกเลื่อนลงมาข้างล่างเรื่อยๆ นั้นคือปัญหา ที่เราต้องแก้ในอนาคตเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เพราะประชาชนเกิดความทุกข์เสียหายเสียหาย เกษตรกรเสียหายเราต้องดูแลอย่างเต็มที่ เพราะเราต้องบริหารประเทศที่เรียกว่าประชาชนเป็นศูนย์กลาง เขาเดือดร้อน เราต้องดูแลสร้างความเข้มแข็งให้ เรียกว่าเพิ่มขีดความสามารถให้สูงขึ้น เพราะจะมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจด้วย ซึ่งวันนี้เศรษฐกิจก็กำลังมีปัญหาอยู่เหมือนกัน ตนคิดว่าทุกคนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น เพียงแต่เราต้องช่วยเหลือกันได้อย่างไร 

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ดีใจไม่ว่าประเทศที่อยู่ในอาเซียนด้วยกัน หรือประเทศที่อยู่ไกลออกไปและที่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยได้ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องของเศรษฐกิจไปด้วยกัน อาเซียนวันนี้มูลค่าทางการค้าขายเศรษฐกิจชายแดน มีมูลค่าสูงขึ้นรอบด้านของประเทศไทย จึงอยากให้ทุกท่านช่วยกันนำพาสิ่งเหล่านี้ไป นี่คือสิ่งที่อาเซียนจะกันในสถานการณ์ที่มีผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกในวันนี้ ถ้าอาเซียนไม่ช่วยกันไม่ซื้อขายระหว่างกันมันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นนี่คือสิ่งที่จะช่วยลดผลกระทบลงได้  ขอขอบคุณทุกประเทศด้วยในด้านเศรษฐกิจ ตนยินดีร่วมมือทุกประการ เดี๋ยวพูดไปจะไปนอกเรื่องอีกแล้ว ดีใจเจอพวกเราเพื่อนๆหลายๆท่านเป็นยังเจเนอเรชั่น สมาร์ทเจนเนอเรชั่น และมีอาวุโส ตนก็อาวุโส ผู้สูงวัย ฉะนั้นต้องไปด้วยกันทิ้งใครไม่ได้  วันนี้ประชาชนรอการทำงานของเราว่าจะเกิดประโยชน์ได้อย่างไร โดยเฉพาะด้านพลังงานทำอย่างไรจะได้ใช้พลังงานราคาถูก แต่มีความมั่นคงมีเสถียรภาพ และคิดว่าการประชุมครั้งนี้จะได้ข้อสรุปออกมาว่าจะเดินหน้าอย่างไร เป็นยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของเราต่อไปในอนาคตซึ่งตนทราบว่ามีการทำแผนตรงนี้และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติของไทยด้านพลังงาน 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-"เดอะตู่" ลาบ้านเก่า ฮึดสู้ตั้ง "พรรคใหม่"
-ทิ้งเพื่อแม้ว ทุนแดงเมืองช้าง เลือกข้าง"ลุงตู่"
-"จตุพร" ยันปม "จ่านิว" โคม่าเพราะเรื่องการเมือง
-"เต้น" กลับเพื่อไทย "ตู่" ไปดาบหน้า
-ลุงตู่-ธนาธร ลุ้นระทึกกับอนาคตของอนาคตใหม่

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended