17 สิงหาคม 2562 ในงาน  WAKE UP THAILAND REFLECTIONS ตอน วาระฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการบันทึกเทปรายการเวคอัพ ไทยแลนด์ ที่มี หม่อมหลวงณัฐฎกรณ์ เทวกุล เป็นพิธีกร  

 

 

จัดเวทีเพื่อรับฟังมุมมองสะท้อนปัญหาประเทศไปสู่รัฐบาล ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  จาก  นายโภคิน พลกุล  กรรมการยุทธศาสตร์ด้านนโยบายและแผนงาน พรรคเพื่อไทย  

 

โดยนายโภคิน กล่าวตอนหนึ่งถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า พรรคเพื่อไทยซึ่งร่วมรณรงค์พรรคฝ่ายค้าน จำนวน 7 พรรคการเมือง เพื่อผลักดันการแก้ไขเนื้อหา สำหรับแนวทางที่หารือร่วมกันเบื้องต้น คือ การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน จังหวัดละ 1 คนเป็นขั้นต่ำ โดยมีสูตรคำนวณ ประชากร 4แสนคนต่อส.ส.ร.​จำนวน 1 คน  

 

โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง นอกจากนั้นส.ส.ร. จะมีส่วนประกอบของนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ยกร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นให้นำร่างรัฐธรรมนูญไปทำประชามติ วนกรณีที่ พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ บางมาตรา เช่น 279 ว่าด้วยการนิรโทษกรรมการยึดอำนาจและการกระทำที่เกี่ยวกับการยึดอำนาจนั้น ยอมรับว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีมาตราดังกล่าว เพราะเนื้อหากลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้มาตราของรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ดีไม่สามารถปฏิบัติใช้ได้จริง ส่วน ส.ส.ร. จะแก้ไขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ส.ส.ร.พิจารณา  


ตอนนี้ 7 พรรคเห็นร่วมกัน คือ ให้มี ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน เมื่อได้ส.ส.ร. แล้ว กระบวนการต่อไปคือ ตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน  29 คน จากตัวแทนส.ส.ร. และส่วน ผู้มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ จากนั้นส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ ส.ส.ร.พิจารณา  และทำประชามติ ทั้งนี้ผมเห็นว่าการสร้างกติกาที่ประชาชนเห็นชอบ ต้องใช้การส่วนร่วมของทุกฝ่าย  

 

 ตอนนี้ 7 พรรคเห็นร่วมกัน คือ ให้มี ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน เมื่อได้ส.ส.ร. แล้ว กระบวนการต่อไปคือ ตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน  29 คน จากตัวแทนส.ส.ร. และส่วน ผู้มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ จากนั้นส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ ส.ส.ร.พิจารณา  และทำประชามติ ทั้งนี้ผมเห็นว่าการสร้างกติกาที่ประชาชนเห็นชอบ ต้องใช้การส่วนร่วมของทุกฝ่าย

 

"ผมขอนายกฯ และ พรรคร่วมรัฐบาลร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้าน ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศพ้นกับดักประเทศและพาประเทศออกจากปัญหา รวมถึงพ้นจากการยึดอำนาจอีก เพราะผมมองว่าหากนายกฯ และส.ส.ร่วมรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะขาดขั้นตอนที่นำไปสู่การแก้ไขได้ โดยเฉพาะการได้รับเสียงเห็นด้วยจากสมาชิกสภาฯ ที่มี ส.ส.ฝ่ายค้านและส.ส.ฝ่ายรัฐบาลร่วมกัน นอกจากนั้น ส.ว.ต้องมีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความปรองดอง และเพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่สร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย" นายโภคิน กล่าว


นายโภคิน กล่าวต่อข้อสังเกตของพิธีกร ว่าด้วยการไม่ได้รับความร่วมมือจาก ส.ว. เพราะเป็นผู้เสียผลประโยชน์ ว่าตนเชื่อว่ากติกาตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เหนื่อย เพราะเนื้อหาของรัฐธรรมนูญสร้างกับดักให้กับรัฐบาลของตนเอง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเป้าหมายการเขียนเนื้อหาเพื่อกันบางพรรคและบางคนจากระบบการเมือง แต่เมื่อต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จึงเขียนบทเฉพาะกาลให้ตัวเอง ดังนั้นเนื้อหาบางอย่างทำให้รัฐบาลปัจจุบันเหนื่อย รวมถึงการคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเสียงของรัฐบาล เพราะรัฐธรรมนูญเขียนเงื่อนไขไว้ว่า ในการโหวตวาระสาม ต้องได้รับเสียงฝ่ายค้านเห็นชอบด้วยมาถึงร้อยละ 20 


"ทุกคนหวังดีต่อประเทศไม่มีใครคิดร้ายกับใคร หรือมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นศัตรู ดังนั้นขอให้รับฟังความเห็นของทุกฝ่ายให้มากขึ้น" นายโภคิน กล่าว