royal coronation
10 ธันวาคม 2562
การเมือง

พปชร.หอบ 510 แฟ้ม สู้คดี 21 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ มั่นใจรอด

15 สิงหาคม 2562 - 15:20 น.
พปชร,สู้คดีหุ้นสื่อ,คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 1,620 ครั้ง

หัวหน้าทีมกฎหมาย พปชร.หอบเอกสาร 510 แฟ้ม สู้คดี 21 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ มั่นใจหลักฐานชัด ไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อ-ไม่เคยมีรายได้จากสื่อ แตกต่างชัดเจนจาก "ธนาธร-อนค.

คลิปที่ 1


         สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ -15 ส.ค.62 หัวหน้าทีมกฎหมาย พปชร.หอบเอกสาร 510 แฟ้ม สู้คดี 21 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ มั่นใจหลักฐานชัด ไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อ-ไม่เคยมีรายได้จากสื่อ แตกต่างชัดเจนจาก "ธนาธร-อนค." ด้าน"เทวัญ" ส่งทนายแจงศาลตลอด 10 ปี บริษัทที่เคยมีหุ้นทำธุรกิจอสังหาฯ ไม่เคยทำสื่อ
         เวลา 13.30 น. นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้นำคำชี้แจงพร้อมพยานหลักฐานของ 20 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และนายสมเกียรติ ศรลัมม์ ส.ส.พรรคประชาภิวัฒน์ มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ที่ขอขยายยื่นคำชี้แจงในวันที่ 17 ส.ค. นี้ โดยเอกสารจำนวน 510 แฟ้ม ขนมาด้วยรถกปิ๊กอัพ 3 คันรถ  

     

         นายทศพล กล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่นำส่งเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันว่า ส.ส.พรรคพปชร. ทั้ง 20 คน ไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อ แม้ในบางรายจะมีระบุอยู่ในวัตถุประสงค์ของบริษัท แต่ในการประกอบกิจการจริง ก็ไม่ได้มีการผลิตสื่อ ซึ่งไม่เหมือนกับกรณีการถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกตัดสิทธิ์สมัคร ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อจริง และมีรายได้จากธุรกิจสื่อ   ขณะที่ส.ส.ของพปชร.ไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อ รวมถึงไม่มีรายรับจากธุรกิจสื่อ ซึ่งหลักฐานที่นำมายื่นประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ แบบวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัท (สสช1.) แบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) และเอกสารงบดุลบริษัท รวมทั้งภาพถ่ายการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน เช่น นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ประกอบธุรกิจ ฟาร์ม และธุรกิจอาหารแช่แข็ง นายอนุชา นาคาศัย มีโรงฆ่าสัตว์ และโรงงานแปรรูปหนังสัตว์ จึงได้แนบภาพถ่ายเพื่อยืนยันรูปแบบการประกอบกิจการให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบ
 

คลิปที่ 2

 


             "การต่อสู้คดีจะมุ่งเน้นว่า หากส.ส.ของพรรคประกอบธุรกิจสื่อจริง ก็ต้องมีการทำธุรกิจสื่อมาก่อนแล้ว และมีรายได้ แต่ส.ส.ทุกคนของพรรคไม่มีใครที่เข้าข่ายดังกล่าว ไม่เหมือนกับกรณีพรรคอนาคตใหม่ 2 คน ที่ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อจริง และมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าว นอกจากนี้พรรคได้มีการนำรายงานการประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นำมาใช้เป็นหลักในการพิจารณา ในการกำหนดห้าม ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ซึ่งสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุว่า จะต้องดูว่ามีการประกอบธุรกิจสื่อจริงหรือไม่ เพื่อให้ศาลได้เห็นกระบวนการทั้งหมดในการออกกฎหมายฉบับนี้ด้วย"นายทศพล กล่าว 

               นายทศพล กล่าวอีกว่า ทางพรรคไม่ได้ขอให้ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวน แต่ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของส.ส.ที่ถูกร้อง เพื่อจะได้เห็นข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อจริง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะยังมีการยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากส.ส.ผู้ถูกร้องบางคนเช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ นายสมเกียรติ เนื่องจากยังรอเอกสารจากหน่วยงานของรัฐทั้งกรมศิลปากร ในเรื่องการออกใบอนุญาตจัดทำสิ่งพิมพ์ และคณะกรรมการกิจกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ   (กสทช.) ในเรื่องใบอนุญาตจัดสรรคลื่นความถี่ที่ยื่นขอไป
             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ทนายความนำหลักฐานและคำชี้แจงกรณีถูกร้องว่าประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าบริษัทที่นายเทวัญ เคยถือหุ้นไม่เคยประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน ตั้งแต่จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท เพื่อค้าขายอสังหาริมทรัพย์ และตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีไม่เคยประกอบธุรกิจสื่อเลย

 

คลิปที่ 3

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ