royal coronation
7 ธันวาคม 2562
การเมือง

"ไทยศรีวิไลย์" ผุด'โครงการ 'ธนาคารน้ำใต้ดิน'แก้ภัยแล้ง

21 กรกฎาคม 2562 - 19:58 น.
ไทยศรีวิไลย์,ธนาคารน้ำใต้ดิน,แก้ปัญหาภัยแล้ง,คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 3,253 ครั้ง

 'มงคลกิตติ์' ลงพื้นที่มหาสารคาม รับฟังปัญหาฝนทิ้งช่วง ข้าวยืนต้นตายกว่า 30 – 40 % ชงโครงการ 'ธนาคารน้ำใต้ดิน'แก้ปัญหา


                                                                                   
         21 ก.ค.62-นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ กล่าวถึงการลงพื้นที่ต.เลิงใต้ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว มีความเดือดร้อน เนื่องจาก ข้าวในนาขาดน้ำมากว่า 2 เดือนแล้ว เริ่มแห้งตายไปกว่า 30-40% แล้ว จากรับฟังข้อมูลของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า

           

ในพื้นที่ดังกล่าวช่วง 30 ปี ที่ผ่านมา ฝนจะทิ้งช่วง ปลายเม.ย.ถึง สิ้น ก.ค. ของทุกปี  ส่วนช่วงส.ค.-พ.ย. ของทุกปี จะมีฝนตกชุก พายุเข้า น้ำป่าไหลหลาก เกิดน้ำท่วม น้ำเต็มเขื่อน เป็นปกติธรรมชาติ ด้านน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ฯ ช่วง ปลายเม.ย. 2562 มีอยู่ 73% และ ช่วง 20 ก.ค.2562 เหลือ 23%  เขื่อนอื่นๆในภาคอีสานจะมีปริมาณน้ำในเขื่อนเหลือน้อยตามลำดับ เนื่องจากฝนขาดช่วง
                    ทั้งนี้ในช่วงน้ำหลากทุกเขื่อนจะปล่อยน้ำออกจากเขื่อนอย่างเต็มที่ ไม่ค่อยกักไว้ใช้ยามน้ำขาด หรือ ปล่อยมากเกินไป   อีกอย่างก็คือ  ห้วย บึง หนอง คลอง ตาม ตำบล อำเภอ จังหวัด ต่างๆ ไม่มีการขุดให้ลึก เกิดการตื้นเขิน หรือ มีงบขุดแต่ทุจริตกันมาก  

             
                   นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ดังนั้น วิธีการแก้ไขระยะยาว ใช้งบประมาณประหยัด ช่วยเหลือประชาชนจนสำเร็จ คือ การทำธนาคารน้ำใต้ดิน แก้ปัญหา น้ำแล้ง-น้ำท่วม สามารถทำสำเร็จที่อำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี และ ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จนน้ำลดกระทันหันสามารถช่วย 13 หมู่ป่าออกมาได้ ขณะที่ช่วงสำคัญคือในช่วงฤดูน้ำหลากไม่ควรปล่อยน้ำจนเต็มที่ ควรเก็บน้ำไว้ตามเขื่อนต่างๆสัก 90% ของปริมาณน้ำเต็มเขื่อน น้ำที่ปล่อยออกช่วงน้ำหลากไปควรเก็บไว้ตาม ห้วย หนอง คลอง บึง แต่น้ำก็ยังไม่พอใช้ช่วง 2 เดือนครึ่งดังนั้นควรทำธนาคารน้ำใต้ดินเก็บน้ำไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ไว้ดึงน้ำมาใช้ ตอนฝนขาดช่วง 2 เดือนครึ่ง  

 
              “ส่วนฝนเทียมนั้นก็เป็นอีกวิธีที่ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เหมือนปัจจุบันที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังดำเนินการอยู่ แต่ถ้าผ่านถึงช่วง กลางเดือนส.ค. 2562 ฝน พายุ น้ำหลาก ก็จะเริ่มเข้าภาคอีสาน พื้นที่เกษตรก็จะเสียหาย ต้องมาจ่ายค่าชดเชยรายไร่อีกก็เป็นงบจากภาษีประชาชนอีก ซึ่งเราสามารถจัดการให้ความเสียหายให้น้อยลงไปได้กว่า 70% ถ้าเราแก้ไขเป็น มองภาพรวม และไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้จากการประกาศภัยพิบัติ น้ำแล้ง-น้ำท่วม ในการทุจริตงบดังกล่าว ปัญหาก็จะน้อยลง ” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ