royal coronation
วันที่ 14 ตุลาคม 2562
การเมือง

ครบ 21 ปี "ไทยรักไทย"ถึง"เพื่อไทย" จิตวิญญาณยังเหมือนเดิม

วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 - 15:37 น.
สุดารัตน์,ไทยรักไทยถึงเพื่อไทย,จิตวิญญาณยังเหมือนเดิม,ครบรอบ 21 ปี,แถลงนโยบาย,รัฐสภา
Shares :
เปิดอ่าน 1,988 ครั้ง

"สุดารัตน์" ย้ำครบรอบ 21ปี"ไทยรักไทย"ถึง"เพื่อไทย" จิตวิญญาณยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมปชช.มีส่วนร่วมมากขึ้น จี้รัฐบาลเร่งส่งรายงานแถลงนโยบายรัฐสภา

 

 “สุดารัตน์” ย้ำ ครบรอบ 21ปี “ไทยรักไทย”ถึง “เพื่อไทย” จิตวิญญาณ ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น จี้รัฐบาลเร่งส่งรายงานแถลงนโยบายรัฐสภา ยืนยัน นโยบายดีจะสนับสนุน นโยบายบกพร่องพร้อมต้องท้วงติง


          วันที่ 14 ก.ค. 62 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการอภิปรายแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยในวันจันทร์นี้ ซึ่งต้องตีโจทย์ว่าจะมีการแถลงนโยบายในประเด็นใดบ้างซึ่งต้องเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งส่งรายงานคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อประสิทธิภาพที่จะช่วย คิดช่วยนำเสนอ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขออย่าเล่นเกมดึงเวลาจนถึงช่วงท้ายเพื่อไม่ให้พรรคการเมืองมีเวลาเตรียมตัว

 

          “อะไรที่เป็นนโยบายที่ดีเราจะสนับสนุนร่วมกันคิดร่วมกันทำแต่อะไรที่เป็นนโยบายที่มีข้อบกพร่อง เราก็เห็นแล้ว เช่นเรื่องการแก้ไขภัยแล้งมันบกพร่อง ก็อย่าหาว่าฝ่ายค้านไปโจมตี ขอให้คิดว่าเป็นการเสนอแนะติติงเพื่อให้รัฐบาลใช้เงินน้อยลง ประชาชนเดือดร้อนน้อยลง และแก้ไขปัญหาได้ทันเหตุการณ์” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

 

          ดังนั้นรายงานที่จะส่งมายังรัฐสภา ขอให้ดำเนินการโดยเร็ว และพรรคเพื่อไทยจะแบ่งการอภิปรายเป็นด้านต่างๆ เช่น ด้านสวัสดิการของรัฐ ด้านการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ด้านเศรษฐกิจ หรือการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาท ซึ่งจะอภิปรายด้วยเหตุด้วยผล ขอให้ประชาชนร่วมติดตามและเสนอความคิดเห็น ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเปิดช่องทางให้ประชาชนได้ร่วมคิด ตามสโลแกนของพรรคเพื่อไทยยุคใหม่ “ประชาชนคิดเพื่อไทยทำ” ซึ่งจะเป็นการเปิดช่องทางให้ประชาชนได้ร่วมอภิปรายกับพรรคเพื่อไทยในรัฐสภา

 

          คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวด้วยว่าครบรอบ 21 ปีการยื่นจดทะเบียนพรรคไทยรักไทยจนวันนี้เป็นพรรคเพื่อไทย จิตวิญญาณ ในการดูแลประชาชนยังเป็นเหมือนเดิม แต่จะเปลี่ยนบริบทและแนวคิดจากเดิมที่เคยใช้ราชการเป็นศูนย์กลาง เปลี่ยนเป็นยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด โดยเฉพาะในโลกของเทคโนโลยีและวิวัฒนาการต่างๆ ทำให้เราสามารถสื่อสารได้ตรงกับประชาชนมากขึ้น

 

          ดังนั้นจากนี้ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นแม้แต่ในรัฐสภา สามารถเสนอความคิดเห็น ติติงทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้เต็มที่ รวมถึงร่วมคิดร่วมกำหนดนโยบายให้พรรคเพื่อไทยนำไปดำเนินการ

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ