13 มี.ค.62 - ที่หอประชุม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดินแดง ภายหลังเสร็จสิ้น ร่วมดีแบต 6 พรรคการเมืองใหญ่ ภายใต้หัวข้อการตอบข้อซักถามการขับเคลื่อนเรื่องที่ประชาชนและเอกชนให้ความสนใจ

 

 

           นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. มาช่วยการปราศรัยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะช่วงโค้งสุดท้ายยังมีเวลาอยู่ ซึ่งกำลังหาหรือว่าจะมีกิจกรรมอะไรได้บ้าง 

 

          ส่วนไม้เด็ดหรือเซอร์ไพรส์ของพรรคในสัปดาห์นี้ขอให้อดใจรอเพราะอาจจะเป็นการนำเสนอในเชิงนโยบายซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวกับตัว พล.อ.ประยุทธ์โดยตรง จะเป็นนโยบายใหม่ของพรรคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาที่สะสม พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน และทั่วถึงคนไทยทั้งหมด

 

          เมื่อถามถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองประกาศไม่จับมือกับพรรค พปชร. และไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ด้วย นายอุตตม กล่าวว่า เรื่องการประกาศจุดยืนของพรรคการเมืองอื่นก็ถือเป็นสิทธิ์ของเขา แต่ในส่วนของพรรค พปชร.เราเดินตามงานที่เราต้องทำและหน้าที่ที่เราเชื่อว่าวันนี้ต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องคนไทย คือการนำเสนอนโยบายและคนของเรา เพื่อให้ประชาชนไว้วางใจให้เข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล นั่นคืองานใหญ่ของเรา ดังนั้นการประกาศจุดยืนของพรรคการเมืองอื่นก็ประกาศได้ แต่ตนอยากถามว่าวันนี้ฝ่ายการเมืองทั้งหลายคิดว่าอะไรสำคัญที่สุดต่อประชาชน จำเป็นต้องตัดสินใจให้ประชาชนก่อนหรือไม่ว่าใครคู่อันไหน ว่าใครจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล 

 

          "ผมคิดว่า พปชร. รอได้ และรอวันที่ 24 มี.ค.นี้ ให้ประชาชนได้พูดออกมาก่อน เราต้องฟังเสียงว่าเขาอยากได้ใคร และเขาอยากเห็นใครมีบทบาท วันนี้เราต้องมาพูดเรื่องนโยบายว่าจะทำอะไรให้พี่น้องประชาชน" นายอุตตม กล่าว

 

         เมื่อถามว่า จุดยืนของพรรคหากในวันเลือกตั้งแล้วมีเสียงที่สูสี จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร นายอุตตม กล่าวว่า ขอให้รอดู จุดยืนของเรามีตั้งแต่ต้น คือผลของการเลือกตั้งออกมาก็ยังไม่ช้าไปที่จะมาคิดกันว่าจะเป็นอะไร จะร่วมมืออะไรกับใครก็ต้องดูว่าองค์ประกอบมีอะไรบ้างและแนวนโยบายจะไปด้วยกันได้หรือไม่ ในเรื่องของการปฏิบัติพรรคต่างๆ มีการปฏิบัติและวางตัวอย่างไร แต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลานั้น พปชร.จะแตะมือกับใคร เราก็มีแนวความคิดของเราแต่ทุกอย่างต้องนำประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้งไม่ใช่เพื่อเอาชนะกัน หรือแค่เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง อาจจะไม่ใช่แค่ว่าเป็นเพื่อนสนิทสนมกัน แต่ถ้าทำให้ประเทศเดินหน้าด้วยการมาร่วมงานกันเป็นรัฐบาลไม่ว่าใคร หรือจะไม่ร่วมก็ตามก็ต้องนำประชาชนเป็นหลักและประเทศเดินหน้าได้ ซึ่งต้องรอดูวันที่ 24 มี.ค.นี้ 

 

          เมื่อถามย้ำว่า จะจับมือร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องนั้น ขอให้รอผลออกมาก่อนว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามต่อว่า หาก พปชร.ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 2 ได้มองพรรคพันธมิตรที่จะร่วมงานต่อไปหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ต้องรอดูก่อนว่าแต่ละพรรคได้เสียงมามากน้อยแค่ไหน วันนี้พูดไปก็ยังเป็นการคาดการณ์และเป็นการใช้วาทกรรม ตนขอให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบผลประโยชน์ของประชาชนมากที่สุด

 

          เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนพร้อมจะจับมือกับพรรค พปชร.แต่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายฯหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า วันนี้ยังเร็วไป เมื่อถึงเวลานั้นเหตุการณ์เป็นอย่างไรทางพรรค พปชร. สามารถพูดคุยกันได้ เมื่อถามว่า วันนี้ได้ขึ้นเวทีดีเบต ได้มีการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์หรือไม่ นายอุตตม กล่าวหว่าก็ได้ทักทายกันบนเวทีแต่ไม่ได้คุยกันนอกรอบ

 

          เมื่อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยของ กกต. กรณีการจัดโต๊ะจีนเพื่อรับเงินบริจาคของพรรคพปชร. นั้น นายอุตตม กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ แต่ในส่วนของตนไม่ขอชี้แจงคำวิจารณ์เพราะยึดคำตัดสินของ กกต.เป็นหลัก

 

 

          ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ว่า พรรค ภท.เคยพูดไว้ชัดเจนแล้วว่าจุดยืนของเราคือทำตามกติกาที่ดำรงไว้ในรัฐธรรมนูญทุกอย่าง และจุดยืนที่เด่นชัดอีกอย่างคือคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น พรรค ภท.ขอให้ใช้กติกาคือต้องได้รับฉันทานุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เกินกึ่งหนึ่ง 

 

          "หากเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้วก็ขอให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทำตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากเสียงของประชาชน เพราะผ่านการเลือกตั้งเข้ามา เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกใครมาเป็นนายกฯแล้ว ก็น่าจะเป็นคนๆนั้น ไม่ใช่ใช้วิธีหรือกระบวนการอื่นมาบิดพลิ้ว ถ้าทำอย่างนั้นก็จะไม่ใช่หลักการประชาธิปไตย" นายอนุทิน กล่าว

 

          เมื่อถามว่า พรรค ภท. ยืนยันชัดเจนใช่หรือไม่ว่าไม่สนับสนุนพรรคที่ไม่ได้คะแนนเสียงส.ส.ไม่พอแล้วนำเสียง ส.ว.มาหนุน เพื่อเสนอนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่าไม่ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรก็จะกลายเป็นการยืดปัญหาออกไป ทางที่ดีที่สุดคือต้องจบกระบวนการทุกอย่างตั้งแต่ขั้นแรก หากเราได้นายกฯ มาเพราะว่านับที่คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของทั้งสองสภาฯ หรือเสียงของสภาผู้แทนฯ น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง แม้จะเป็นนายกฯได้แต่ก็ปฏิบัติงานไม่ได้ ไม่อยากจะให้ตกเข้าไปในหลุม ไม่รู้เป็นความต้องการของใครที่จะให้เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือทำตามความต้องการของประชาชน เพราะเมื่อประชาชนเลือกผู้แทนเข้ามาแล้ว สิ่งใดที่ผู้แทนราษฎรตัดสินใจก็คือเสียงของประชาชน เพราะธรรมชาติแล้วไม่ควรมีอะไรที่จะไปขัดขวางได้

 

          เมื่อถามว่า พรรค ภท.ไม่ได้ปิดกั้นที่จะทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดก็ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีปัญหา  พรรคภูมิใจไทยไม่ได้บอกว่านายกฯ ต้องมาจากส.ส. ซึ่งนายกฯ จะเป็นใครก็ได้แต่ต้องมาจากกรอบของรัฐธรรมนูญโดยคนที่เลือกนายกฯจะต้องเป็นส.ส.

 

          เมื่อถามว่า หากพรรค พปชร. ไม่ได้เสียงอันดับที่หนึ่งจะเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หากพรรคใดได้เสียงเกิน 251 เสียงก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอชื่อนายกฯ แต่ไม่ใช่ว่ากลุ่มที่มีเสียงข้างมาก ส.ส. รวมกันไม่ถึง 376 เสียงแล้วตั้งนายกฯไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่เอา

 

          เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ที่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ระบุว่าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) มาแรง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีความกังวล ทุกคนก็มีหน้าที่ที่จะต้องรณรงค์และเสนอนโยบายที่ดีที่สุดกับพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย หากใครเสนอนโยบายที่ดีที่สุดก็ควรได้รับความไว้วางใจจากประชาชน.