คมชัดลึกออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

รปช.กร้าวสืบทอดเจตนามวลมหาประชาชน

17 กุมภาพันธ์ 2562 - 19:54 น.
ปราศรัย,รปช,มวลมหาประชาชน,คมชัดลึก
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 906 ครั้ง

"รวมพลังประชาชาติไทย" ยันไม่ใช่พรรคนายทุน เป็นพรรคปชช. ขอเสียงยืนในสภาชั่งน้ำหนักโหวตใครเป็นนายก ถาม กลับพรรคบอกปชต.แตกแบงค์พัน แถมโดนคดียุบพรรค



          17 ก.พ.62-"รวมพลังประชาชาติไทย" ยันไม่ใช่พรรคนายทุน เป็นพรรคปชช. ขอเสียงยืนในสภาชั่งน้ำหนักโหวตใครเป็นนายก ถาม กลับพรรคบอกปชต.แตกแบงค์พัน แถมโดนคดียุบพรรค ส่วน พธม.เดินเข้าเรือนจำอย่างผ่าเผย

          ที่ปัฐวิกรณ์ ถ.นวมินทร์ เมื่อเวลา 17.30 น. พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้จัดเวทีปราศรัยขนาดกลางเป็นคร้้งแรก บริเวณลานดินใกล้ตลาดปัฐวิกรณ์ โดยมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวพรรค , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ , นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค คณะบริหารพรรคและผู้สมัครพรรค 

                  

          โดยนายประสาร มฤคพิทักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้เริ่มขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนแรก ซึ่งได้กล่าวถึงการต่อสู้เรียกประชาธิปไตยตั้งแต่ช่วง14 ตุลาฯ  , พฤษภาทมิฬ 2535 พร้อมระบุว่า การตั้งพรรคไม่ใช่เกิดจากนายทุนที่คนคิดว่าจะมาลงทุนแล้วถอนทุนคืนเมื่อเข้าสภา แต่เกิดจากจิตวิญญาณมวลมหาประชาชนที่จะเขามาปฏิรูป


          โดยวันนี้พรรคเกิดขึ้นมาเพื่อสืบทอดการปฏิรูป ซึ่งที่ผ่านมาในการชุมนุม กปปส.เป่านกหวีด ต้องเสียเลือดเนื้อ กระทั่งได้เริ่มต้นจากที่กฎหมายเปิดโอกาสให้จัดตั้งพรรค โดยขณะนี้มีพรรคการเมืองที่บอกว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย แต่ผมก็ขอตั้งคำถามว่าคนที่ทำผิดอาญาแผ่นดินแล้วหนีหัวซุกหัวซุนไปต่างประเทศ ผิดกรณีที่ดินรัชดา ผิดกรณีจำนำข้าวโดยปล่อยให้ลูกน้องติดคุกหัวโต นี่คือฝ่ายที่เรียกว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตยหรือ

          ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งคือกลุ่มพันธมิตรประชาชนประชาธิปไตยที่ตอนนี้ถูกตัดสินว่าผิดกรณีที่ตั้งที่ชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลแล้วก็ติดคุกเข้าเรือนจําเป็นเวลา 8 เดือน พี่น้องเห็นภาพเลยว่าแกนนำพันธมิตรฯ 5 คน กับนายสุริยะใส กตะศิลา  ได้เดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้าเรือนจำ เพื่อดำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ นิติธรรม และที่มีพรรคหนึ่งเขาบอกว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย แต่เหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. เขากลับนำชื่อราชวงศ์เสนอมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ท่านทรงอยู่เหนือการเมืองไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งหลังจากมีประกาศพระราชโองการ พรรคการเมืองที่บอกว่าประชาธิปไตยกำลังถูกจะพิจารณาเรื่องยุบพรรค ในไม่กี่วันนี้ และจะเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยพรรคไทยรักไทยก็เคยอยู่ถูกยุบพรรคมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งที่ 2 ก็ถูกยุบพรรคพลังประชาชน โดยในช่วงที่ถูกยุบพรรคก็ถูกกล่าวหาว่าโกงเลือกตั้ง

            โดยครั้งนี้จะเป็นการยุบพรรคครั้งที่ 3 ภาษาฟุตบอลเขาจะเรียกว่าแฮตทริก นี่คือฝ่ายประชาธิปไตยละเมิดกฎหมาย ละเมิดรัฐธรรมนูญแล้วเขาก็เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เขาบอกว่าเขาเป็นฝ่ายประชาธิปไตยแต่กลับเดินแนวทางแตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย คือตั้งพรรคเดียวแต่แตกไป 3-4 พรรค  โดยให้พรรคเพื่อไทยยึดพื้นที่อีสานกับเหนือ ส่วนพรรคไทยรักษาชาติให้พื้นที่ภาคใต้ พรรคเพื่อชาติให้พื้นท่ื่ภาคกลาง และภาคตะวันออก แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็มีสวิตช์มาจากทางไกลบอกให้เดินหน้าต่อไป ให้เชิดหน้าต่อไปอย่ายอมแพ้ นี่คือประชาธิปไตยที่ทำตามคำสั่งบัญชาการของคนคนเดียว ดังนั้นลองนึกดูว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจริงหรือไม่

              

          โดย นายประสาร กล่าวย้ำถึงนโยบายตอนท้ายว่า เราเป็นพรรคใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน เราไม่ใช่พรรคของนายทุน ภายในพรรคก็มีเลืิอกตั้งจากสมาชิก 17 ศูนย์ทั่วประเทศ ขณะที่นโยบายของพรรค นอกจากการปฏิรูปทั้งการเกษตร ตำรวจ และด้านอื่นๆ เราก็ยังเคารพสิทธิสตรี ด้วยโดยวันนี้ผู้สมัครของพรรคมีผู้ชาย 75 คน ผู้หญิง 75 คน


          จากนั้นยังมีแกนนำพรรคที่ร่วมต่อสู้มากับนายสุเทพ ช่วง กปปส. คือ "นายสำราญ รอดเพชร" ขึ้นปราศรัยต่อ โดยระบุตอนหนึ่งว่า วันนี้เดิมพันกันด้วยประเทศ รอบนี้คะแนนสำคัญมีความหมาย จะไม่มีคะแนนตกน้ำ ไม่มีเสียของ  ใครที่มาบอกว่าอย่ากาเลือกเลยเพราะแพ้แต่ในมุ้ง นั้นไม่จริง 
         "ในมุมของผม ถ้านายสุเทพไม่ออกมาช่วยประชาชนในการตั้งพรรคถือว่าใจดำกับบ้านเมือง ถ้าไม่ออกออกมาช่วยในการสร้างพรรค เมืองของประชาชนเพื่อสืบทอดการปฏิรูป ขณะที่บ้านเมืองกำลังต้องการการเปลี่ยนผ่านที่แน่นอน"

         
         โดยพี่น้องดูปรากฏการณ์ในสิ่งที่มิบังควรได้เกิดขึ้น ผมยืนยันว่าทุกวันนี้ มนุษย์เผ่าพันธุ์ที่ ผ่านที่อยากล้างความผิด อยากกลับบ้านโดยไม่มีความผิด ยังมีอยู่ ยังไม่ได้ลดราวาศอก ดังนั้นถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาให้มีที่ยืนในสภา ยืนอยู่ข้างนอกก็จะทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นเหตุผลหนึ่งที่ตนได้สัมผัส ได้ร่วมและออกแรงเท่าที่ทำได้ นี่คือพรรคของคนที่รักบ้านรักเมือง 

         
          และเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ตนไปเยี่ยม นายสุริยะ ที่เรือนจำซึ่งถูกจำคุก 8 เดือนคดีบุกทำเนียบ เขาก็มีคำฝากมาว่า พี่สำราญฝากขอโทษพี่น้อง ที่เขาไม่สามารถยืนอยู่เคียงข้างกับพี่น้องได้ตลอดรอดฝั่ง โดยเขาพูดขณะหลับตาเพราะเขาน้ำตาซึม ในชุดนักโทษ


          โดยช่วท้าย นายสำราญกล่าวย้ำว่า มาถึงนาทีนี้พวกเราไม่สู้ไม่ได้แล้ว รอบนี้เข้าคูหากากบาทเลือกผู้สมัครของพรรครวมพลังประชาชาติไทยอยู่เขตไหนจำเบอร์ให้แม่นยำโลโก้พรรคให้ดีอย่ากาผิดช่องเพราะทุกเสียงมีความหมายทุกเสียงมีคุณค่า เรื่องนี้พี่น้องส่งข้อความมาถึงตนว่า 24 มี.ค.เข้าคูหากากบาทเลือกผู้สมัครพรรครงมพลังประชาชาติไทย เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย แก้เศรษฐกิจชาวบ้าน สืบทอดปณิธานมวลมหาประชาชนร วมพลังคนธรรมดาสร้างชาติ หยุดเหล่าทรราชที่ปล้นบ้านกินเมือง และย้ำว่าวันที่ 24 มี.ค.ตนก็จะมาเวทีนี้ เพื่อขอบคุณทุกคนที่จะทำให้ชนะเลือกตั้งด้วย


       จากนั้น นายสมัย เจริญช่าง อดีต ส.ส.บึงกุ่ม พรรคประชาธิปัตย ได้กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า  ต้องมอง 3 ส่วนที่ตัวพรรคการเมืองว่าเป็นพรรคของประชาชน หรือพรรคของครอบครัวใด ของกลุ่มใด และภายในพรรคเขาเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ โดยพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นพรรคหนึ่งที่เป็นพรรคของประชาชน 


         จากนั้น 2.ก็ต้องมองที่นโยบายของพรรค ไม่ใช่การเพ้อฝัน แต่ต้องทำได้จริง โดยนโยบายควรมีแนวคิดในเชิงปฏิรูปซึ่งขณะนี้ยังมีไม่มาก และ 3.ดูที่ตัวผู้สมัครว่า ตัวผู้สมัครที่เราจะเลือกนั้นมีความพร้อมจะเป็นผู้แทนของเราได้หรือไม่ โดยเมื่อมีคนยกมือไหว้หาเสียง ก็ให้เราถามกลับไปเลยว่ารู้หรือไม่ว่า ส.ส.ผู้แทนราษฎรมีหน้าที่อะไรบ้าง ถ้าเขาตอบไม่ได้แสดงว่าไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง


          โดย ส.ส.มีหน้าที่ 4 เรื่อง คือ 1.การเข้าไปเลือกงที่จะมาผู้ปกครองประเทศ โดยพรรคนี้ไม่ได้เสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯ แต่เราจะเข้าไปชั่งน้ำหนักว่าที่มีการเสนอชื่อกันมานั้น ใครเหมาะและควรที่จะเป็นผู้นำประเทศ เราจะต่างกับบางพรรคที่ก็รู้อยู่แล้วว่าการเสนอชื่อนั้นอาจจะไม่สามารถเป็นผู้นำได้ แต่ก็ยังถูไถทั่ว เสมือนเป็นการหลอกประชาชน 2.การอภิปรายแทนประชาชน 3.เข้าไปร่างกฎหมายและอนุมัติกฎหมาย จึงต้องมีความรู้ประสบการณ์ในการบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ลงสมัคร ส.ส.ได้ และ 4.ต้องประเมินความทุกข์ร้อนของประชาชนไปเสนอให้รัฐบาลเป็นผู้แก้ไขโดยการตั้งกระทู้ หากคนนั้นไม่เคยพูดจาปราศรัยเลย พี่น้องก็จะเลือกไม่ได้


         ขณะที่เมื่อเวลา 18.40 น. "นายแมน เจริญวัลย์ " อดีต ส.ก.บึงกุ่ม ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.เขตบึงกุ่ม พรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็ได้ขึ้นมาแนะนำตัวพร้อมทีมงาน และกล่าวขอโอกาสจากประชาชนที่วันนี้ได้จัดเก้าอี้ไว้ที่มาฟังการปราศรัยร่วม 2,000 คน ที่จะให้ลงคะแนนเสียงด้วย 


           จากนั้น มีการแนะนำผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่กลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มมืออาชีพสร้างชาติ กลุ่มรุ่นใหญ่สู้ไม่ถอย กลุ่มลูกจีนรักชาติ กลุ่มสวยเลืิอกได้  กลุ่มเจนเนรัลชั่นแอ๊ค (กลุ่มนักเรียนนอก) 
            ขณะที่ "ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล" หัวหน้าพรรค ได้กล่าวว่า ที่ตนมายืนอยู่ณที่นี้ ก็เพราะกำนันไปชนส่งมา ซึ่งกำนันเป็นคนที่ กัดไม่ปล่อยต่อยไม่เลิก ก็เป็นนิสัยที่ผมชอบเพราะเดิมทีผมก็มีนิสัยคล้ายๆเช่นนั้นเหมือนกัน และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือรัฐธรรมนูญนี้ เป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 20 โดยทุกครั้งที่รัฐธรรมนูญเปลี่ยน ประเทศก็ช้ำไม่มีทางหนี และเศรษฐกิจก็จะหยุดนิ่ง โดยครั้งนี้จะทำให้ผ่านพ้นไปได้

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรคคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ได้เตรียมรอที่จะขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้ายในเวลาประมาณ 20.00 น.


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ