royal coronation
7 ธันวาคม 2562
การเมือง

"หมอธี"ชงเชือดบิ๊กศธ.โกงงบฯ279ล้าน-บิ๊กตู่ไม่ปรับครม.ปมดอน

5 มิถุนายน 2561 - 05:05 น.
หมอธีชงครมเชือดบิีกศธโกงงบ279ล้าน,บิ๊กตู่ไม่ปรับครมปมดอนขาดคุณสมบัติ
Shares :
เปิดอ่าน 1,930 ครั้ง

 'หมอธี'ชงครม.เชือดบิ๊กศธ.เอี่ยวทุจริตงบฯจัดซื้อจัดจ้าง เผยไม่อยากให้ไก่ตื่น ขณะที่"บิ๊กตู่"ลั่นไม่ปรับครม.ปมดอนขาดคุณสมบัติ ด้าน"แม้ว-ปู่"โผล่ทัวร์นิวยอร์ก

       เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะมีขึ้นวันที่ 5 มิถุนายน กระทรวงศึกษาธิการจะเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง แต่จะเป็นใคร ระดับไหนบ้าง ยังไม่ขอบอก ส่วนจะมีชื่อผู้ที่เซ็นลงนามโอนงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้นวงเงินงบประมาณจำนวน 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาจล็อกสเป็ก และมีการแจ้งจัดสรรให้ 458 โรงเรียน รวมงบทั้งสิ้น 279 ล้านบาท แต่ภายหลังเมื่อมีการอนุมัติงบ พบว่ามีโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรงบดังกล่าวทั้งหมด 600 กว่าโรงเรียนด้วยหรือไม่นั้น ขอไม่บอก

     อย่างไรก็ตามล่าสุดได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ค้าว่ามีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างรถไถกับทางโรงเรียนจริง ซึ่งชัดเจนว่าเป็นนโยบายจากส่วนกลางท็อปดาวน์ลงไป เสนอว่าจะจัดสรรรถไถให้โรงเรียนทั้งที่ไม่แน่ใจว่ารถไถมีความจำเป็นหรือไม่

ให้อดใจรอไม่เกิน24ชั่วโมง

    “เรื่องนี้ผมมีคำถามง่ายๆ ว่าอำนาจในการอนุมัติงบ 200 กว่าล้าน เป็นอำนาจของใคร ผมได้เรียกคนที่อนุมัติงบมาคุยแล้ว แต่เขาอ้างแค่ว่าเซ็นแค่ส่งงบ แต่การจะเซ็นต้องได้รับการอนุมัติก่อน ซึ่งประเด็นนี้เขาก็อ้างอีกว่าเป็นงบที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อนุมัติแล้ว ซึ่งก็ไม่ถูกต้อง เพราะสนช.อนุมัติแค่กรอบงบประมาณ ส่วนโครงการต่างๆ จะมีอำนาจตามลำดับขั้น ขอให้รอลุ้น มีเข้าครม.แน่ๆ ไม่อยากบอกว่าเป็นใคร เดี๋ยวไก่ตื่น และคนในศธ.มีกำลังภายในเยอะ เดี๋ยวเขามีกำลังภายในผมก็หน้าแตก อดใจรออีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่ปรับคณะรัฐมนตรี

    ความคืบหน้ากระแสขาวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจาก นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในธุรกิจเกินกว่าร้อยละ 5 โดยไม่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

     เมื่อเวลา 10.40 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดการเสวนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศและมอบนโยบายถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าลักษณะต้องห้ามซึ่งจะมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ทำให้ต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าไม่มี จะปรับไปทำไมเล่า” ส่วนที่ถามว่ามีข่าวว่าจะมีการปรับครม. 6 เดือนหลังก่อนรัฐบาลหมดอายุนั้น “คุณก็ปรับเองแล้วกัน ผมไม่ปรับ ส่วนกรณีนายดอน ถ้าอยู่ได้ท่านก็อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องออกอยู่แล้ว”

     เมื่อถามว่าสรุปจะไม่มีการปรับครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ที่พูดมาไม่เข้าใจกันหรืออย่างไร” ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ใน ครม.จะมีการปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือไม่นั้น “ไม่มี ไม่มีแผน ไม่เคยคิดว่าจะปรับใคร” ส่วนหลังจากเกิดข่าวดังกล่าวนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรนั้น "ก็อยู่ในขั้นตอนตามกฎหมายนั่นแหละ”

 ปัดตอบ “สุเทพ” เป็นกองหนุน

     อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าสุดท้ายหากนายดอนต้องพ้นสภาพจากการเป็นรัฐมนตรีจะต้องปรับครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวก่อนจะเดินออกจากไมโครโฟนที่ให้สัมภาษณ์ทันทีด้วยสีหน้าบึ้งตึง พร้อมบ่นเสียงดังว่าไม่ปรับครม.

    ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมน6ตรีมองอย่างไรที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มทป.) ตั้งพรรคการเมืองถือเป็นกองหนุนสำคัญหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าวก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

อัดสื่ออย่าเอาแต่ตีการเมือง

    ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดการเสวนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศโดยกล่าวถึงสื่อมวลชนตอนหนึ่งว่า ช่วยติดตามในสิ่งที่ทำด้วย อย่าเอาแต่การเมืองอย่างเดียว ก็จะมีแต่ความขัดแย้งมากมายมหาศาล ทำงานลำบาก อย่าเอาอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์มากนักมาทำให้สิ่งที่มีประโยชน์เสียหาย โดยเฉพาะการขยายความขยายข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ก็ไม่รู้จะขยายกันไปทำไม เปิดพื้นที่ออกไปทำไม ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าใครเป็นใคร รู้หมด แต่ก็ยังทำอยู่ แล้วจะแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร สงสัยตรงนี้ทุกเรื่องเลยที่รัฐบาลมีผลงานไม่พูดถึง หรือพูดถึงนิดเดียว แต่เวลาใครมาพูดตำหนิรัฐบาล ขยายไป 3-5 วัน ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่อยากขอร้องทุกคน

ฉุนโดนครหาลงพื้นที่หาเสียง

    นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลลงไปรับทราบความเดือดร้อนความต้องการของประชาชนมาแล้ว ลงไปประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่หลายครั้ง ทุกภาคไม่ได้ไปทำงานการเมือง ไปฟังทุกภาคส่วนว่าเขาต้องการอะไร ก่อนมีการเสนอแผนงานเข้ามา ส่วนหนึ่งหยิบยกมาพูดในห้องประชุม ตนให้ไม่ได้แต่อนุมัติหลักการ แล้วไปหารือกันต่อว่าจะทำได้หรือไม่ ใช้งบตรงไหน

     “ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์นายกฯ ไปหาเสียงการเมือง ขออะไรก็ให้ ถ้าหนุนรัฐบาล หนุนพล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้หมด ผมให้ได้ยังไง เงินของผมที่ไหน เงินของรัฐบาล ต้องอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) สื่อเขียนไปเรื่อย เขียนจนไม่รับผิดชอบ อย่างนี้ผมไม่ยอม บ้านเมืองสงบไม่สงบ เลือกตั้งไม่เลือกตั้งก็เขียนกันเข้าไป และผมยืนยันเลือกตั้งก็เลือก แล้วมาเขียนให้มันเลอะเทอะไปอีก” นายกฯ กล่าวและว่า วันนี้เริ่มวันด้วยความเข้มแข็ง แข็งแรง รับรองโดนอยู่แล้วล่ะวันนี้ สื่อเชิญท่านตามสบาย ประเทศของท่านเหมือนกัน ผมไปแบกคนเดียวไม่ไหว ท่านก็รับผิดชอบกันบ้าง เสียหายก็รับกันไป ผมรับอยู่แล้ว

‘ดอน’ดอดพบแจงปมหุ้นภริยา

    มีรายงานว่าเมื่อเวลา 13.30 น. ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นายดอนเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งคาดว่าการเข้าพบดังกล่าวคงเป็นเรื่องที่กกต.ชี้ขาดว่านายดอนขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีเนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในธุรกิจเกินกว่าร้อยละ 5 โดยไม่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

     ทั้งนี้ถือเป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนครั้งแรกภายหลังจากเกิดกรณีดังกล่าว โดยก่อนการประชุมได้มีรัฐมนตรีและข้าราชการที่ร่วมประชุมเข้ามาทักทายและพูดคุยด้วยจำนวนมาก เช่นเดียวกับนายสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่เข้าทำงานและเข้าร่วมประชุมอีอีซีที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรกก็ได้รับความสนใจจากข้าราชการและรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุมเช่นเดียวกัน

นายกฯ คำนับสื่อ-“ดอน” หนีสื่อ

     ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ เดินออกจากตึกภักดีบดินทร์เพื่อขึ้นห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้านั้น นายกรัฐมนตรีได้หันมามองสื่อมวลชนที่กำลังดักรอเก็บภาพและสัมภาษณ์นายดอน ถึงประเด็นร้อนเรื่องภรรยาถือครองหุ้นร้อยละ 5 โดยนายกรัฐมนตรีได้หยุดและหันมาทางสื่อมวลชนก่อนจะก้มศีรษะโค้งคำนับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ขณะที่นายดอน หลังร่วมการประชุมก็ขึ้นรถส่วนตัวที่มารอรับหน้าตึกไทยคู่ฟ้าออกไปทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

 

“บิ๊กป้อม”ไม่พูดปมปรับครม.

     เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2561 ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของภริยานายดอน เข้าลักษณะต้องห้ามและมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ซึ่งจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปว่าตอบไม่ได้ เพราะยังไม่มีการพูดคุย เพิ่งเดินทางกลับจากการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องดูกฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์ว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น

    ต่อข้อถามว่าหากนายดอนแสดงสปิริตลาออกเพื่อเอื้อต่อการตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องถามนายดอน มาถามจะรู้ได้อย่างไร ส่วนมีกระแสข่าวว่าจะปรับครม.หากนายดอนลาออกนนั้น “กระแสข่าวที่ไหน รายงานข่าวของใคร”

    ผู้สื่อข่าวตอบว่าเป็นการคาดการณ์ของสังคมว่ารัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการปรับครม.ก่อนลงหลังเสือเพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งในปี 2562 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “อะไร ลงหลังเสืออะไร คสช.เป็นหลังเสือหรือ ปัดโธ่ ถามไม่รู้เรื่องเลย” ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมไป

ยอมรับ‘สุเทพ’เคยหนุนคสช.

    พล.อ.ประวิตร ยังให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โดยมีสมาชิกกลุ่มกปปส.ร่วมด้วย ว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ดี หลายส่วนจะได้มาร่วมมือกัน ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกปปส. มาร่วมเป็นสมาชิกพรรคเพราะต้องการทำเพื่อประชาชนนั้น เขาคิดอย่างไรก็เป็นไปตามที่เขาคิด

    ต่อข้อถามว่าในฐานะที่เคยทำงานร่วมกับนายสุเทพ รู้สึกอย่างไรต่อการที่นายสุเทพหลั่งน้ำตาพร้อมพูดถึงความจำเป็นที่ต้องตระบัดสัตย์กลับมาทำงานการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ผมไม่ตอบ เขาร้องไห้แล้วเราจะไปรู้ได้อย่างไร

    ส่วนเรื่องที่บางฝ่ายมองว่าการที่นายสุเทพร่วมตั้งพรรคดังกล่าวมีเป้าหมายที่ยังต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้เป็นนายกฯ อีกครั้งในท้ายที่สุด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถามนายสุเทพ ตนไม่รู้ มาถามไม่ได้ ส่วนที่ถามว่าถ้านายสุเทพยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์อยู่ ถือเป็นเรื่องดีใช่หรือไม่นั้น “พวกคุณอยากคิดอย่างไร ก็ว่ากันไปตามนั้นแหละ”

กกต.พร้อมส่งให้ศาลรธน.ชี้ขาด

    ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติว่านายดอน ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากคู่สมรสถือหุ้นเกินร้อยละ 5 ว่ากำลังอยู่ระหว่างการทำคำวินิจฉัย ซึ่งกกต.ทุกคนน่าจะลงนามครบในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า ทั้งนี้หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องก็มีอำนาจที่จะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขาดคุณสมบัติก็ต้องพ้นจากตำแหน่งก็จะทำให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้อีก เว้นแต่จะพ้นตำแหน่งไปแล้วสองปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (8)

‘สนธยา’อุบไต๋นั่งรมว.ท่องเที่ยว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้นำดอกไม้มาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ศาลตาศาลยายและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ทำเนียบในโอกาสเดินทางเข้าทำเนียบเป็นวันแรก หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ ซึ่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา

     จากนั้นนายสนธยาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะถูกดึงมานั่งในตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ว่าได้ข่าวเหมือนกัน และมีคนสอบถามเข้ามา คงไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ถ้าในสถานะปัจจุบันถือว่ายังไม่ถึงที่สุด เพราะมีขั้นตอนในการดำเนินการต่อ หากถึงที่สุดแล้วก็เป็นในส่วนของนายกฯ จะพิจารณาดำเนินต่อไป

ยันได้หน้าที่อะไรพร้อมทำดีที่สุด

     ส่วนที่ถามได้พูดคุยกับนายกฯ ในเรื่องนี้หรือไม่ นายสนธยากล่าวว่า ส่วนใหญ่จะพูดคุยกันในเรื่องแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องอีอีซีโครงการต่างๆ ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำงานได้ประสานกับนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ ตลอด และประสานข้อมูลกับนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรี อยู่ในบังคับบัญชา รมว.การท่องเที่ยวฯ จะได้มีข้อมูลครอบคลุมเพื่อกำหนดนโยบายต่อไป

     เมื่อถามว่าหากให้กลับมานั่งในตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวฯ จะมาหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า การทำงานไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตามต้องทำอย่างเต็มที่ อย่างครั้งนี้นายกฯ แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกฯ ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่เราสามารถใช้ประสบการณ์ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย

“มาร์ค”แทงกั๊กจับมือ“สุเทพ”

     วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ต้องถาม” ถึงกรณีที่สังคมไม่เชื่อจุดยืนของการตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในการสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ว่าอาจเป็นเพราะท่าทีที่ผ่านมาของนายสุเทพ ผู้ร่วมก่อตั้งรปช. ค่อนข้างชัดเจนว่าสนับสนุน อีกทั้งมีข่าวว่าจะตั้งพรรคเพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่ช่วงหลังมีหลายพรรคที่แสดงท่าทีจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งพรรคประชาชนปฏิรูป และพรรคพลังประชารัฐ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ตอบตกลงแก่พรรคการเมืองได้เพียง 1 พรรค ทำให้ทุกคนเก็งว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์จะยอมคงต้องยอมกับพรรคที่คนในรัฐบาลปัจจุบันขับเคลื่อนมากกว่า คือ พรรคพลังประชารัฐ

     เมื่อถามว่าอุดมการณ์การของรปช.ที่แถลงดูเหมือนจะไม่แตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่าจุดยืนของพรรคในการปฏิรูปชัดเจนและเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากหลายคนของรปช. อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสาขาแน่นอน พรรคไม่มีแนวคิดเรื่องพรรคสาขา หรือพรรคนอมินี และเชื่อว่านายสุเทพไม่ประสงค์จะเป็นสาขาของใคร และเป็นเรื่องปกติที่ทุกพรรคการเมืองต้องแย่งฐานเสียงกันเอง โดยเฉพาะพรรคที่มีแนวความคิดคล้ายกัน ส่วนจะทำงานร่วมกันหรือไม่นั้น ต้องดูว่าแนวคิด นโยบายคล้ายกันหรือไม่ ถ้าคล้ายก็ร่วมงานกันไม่ยาก ต้องรอดูและให้เวลาเขาทำงานก่อน และประเด็นสำคัญคือจะต้องดูว่าเวียนไปสนับสนุนบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ซึ่งต้องดูต่อไป เพราะยังมีเงื่อนไขอีกหลายอย่าง เช่น กระบวนการการเลือกตั้ง ท่าทีที่แสดงต่อสาธารณะ เป็นต้น

เพื่อไทยอัดสุเทพทำเป็นร้องไห้

     ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกปปส. ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ว่าถือเป็นการเปิดตัวแนวร่วมใหม่ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอีกพรรค ทำให้กลุ่มคนไม่อยากเลือกตั้งน้อยลงไปทุกขณะ การตั้งพรรคลงเลือกตั้งแข่งขันกันตามกติกาประชาธิปไตย ย่อมดีกว่าการชัตดาวน์ประเทศที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่อล้มรัฐบาลเลือกตั้งของประชาชนนำไปสู่การรัฐประหารยึดอำนาจจนนำประเทศชาติและประชาชนมาสู่จุดนี้หรือไม่ ส่วนจะเป็นพรรคที่สานต่อแนวทางของกปปส.หรือไม่ ดูจากสมาชิกที่รวมตัวกัน กปปส.ก็มากันเพียบ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไม่ต้องอาย เมื่อเป็นพรรคกปปส.ก็ประกาศตรงไปตรงมา การตั้งพรรคควรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี

    นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า แต่ประชาชนก็แปลกใจที่นายสุเทพร้องไห้อีกแล้ว เหมือนเป็นทางถนัดของนายสุเทพที่ให้น้ำตานำทาง ทำให้อดนึกถึงนักการเมืองบางคนที่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จในสภาไม่ได้หรือไม่ ขณะนี้โพลล์ต่างๆ สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจปากท้องที่ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ดังนั้นคนที่ควรจะร้องไห้คือประชาชนที่เดือดร้อน บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร การเลือกตั้งจะมีตามโรดแม็พที่ขยับแล้วขยับอีกหรือไม่ก็ไม่รู้ ทางออกในขณะนี้คือการปลดล็อกพรรคการเมืองให้มีการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกันและเสรีทั้งพรรคใหม่และพรรคเก่า เพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาพรรคใดแพ้ก็ต้องยอมรับและทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ควรใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ล้มโต๊ะ ชัตดาวน์ประเทศให้เสียหายอีก

หนุนใช้ม.44 ประกาศเขตเลือกตั้ง

    ด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ว่า หากชี้ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ กกต.ได้ยื่นหนังสือต่อคสช. ให้มีการผ่อนปรนในหลายประเด็น เช่น ทุนประเดิม การเก็บเงินค่าบำรุงพรรค และการหาสมาชิกพรรคการเมือง เนื่องจากตอนนี้พรรคการเมืองเก่ายังไม่สามารถหาสมาชิกพรรคเพิ่มได้ และสาขาพรรคการเมืองเก่าก็ถูกยุบไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อการทำไพรมารีโหวตของพรรคการเมือง แต่ขั้นตอนเหล่านี้ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง ซึ่งการปลดล็อกจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีการหารือกันตามข้อ 8 ของคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 โดยจะเกิดขึ้นหลังจากที่ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    “กกต.เห็นว่าควรมีเวลาให้พรรคการเมืองเตรียมตัวสำหรับการทำไพรมารีโหวตด้วย อีกทั้งยังเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะให้มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งก่อนการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องรอ 90 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาทำไพรมารีโหวตได้มากขึ้น เพราะหากรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อาจดำเนินการไม่ทัน” นายจรุงวิทย์ กล่าว

กรธ.ปัดต้นคิด“ไพรมารีโหวต”

   ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมาชี้แจงกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์ กรธ. เป็นต้นคิดให้นำระบบไพรมารีโหวตมาใช้ในการเลือกตั้งจนกลายเป็นการสร้างภาระให้พรรคการเมืองว่า กรธ.ไม่ได้เป็นต้นคิดนำประเด็นนี้มายกร่างกฎหมาย แต่เป็นการเพิ่มเติมในชั้นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนและให้ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดบเหตุผลที่กรธ.ไม่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรกเพราะห่วงว่าระบบไพรมารีโหวตไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน แม้จะสะท้อนว่าทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่เป็นการมีส่วนร่วมของคนส่วนน้อยเท่านั้น

    "ต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ระบบนี้เพราะเป็นระบบใหญ่ มีประชากรและพื้นที่จำนวนมาก ทำให้มีการระดมคนเข้ามามีส่วนร่วมกันมาก แต่การทำไพรมารีโหวตที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นการเลือกว่าที่ ส.ส. จากสมาชิกพรรคที่มาประชุมตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้นความเป็นตัวแทนของพรรคยังดูไม่ยิ่งใหญ่พอ แต่เมื่อมีเงื่อนไขนี้ กรธ.ก็ไม่ขัดข้อง กรธ.ไม่ได้อยากเห็นการปฏิรูปที่เป็นการสร้างภาระให้พรรคการเมือง แต่เมื่อมีการกำหนดไว้ในกฎหมายลูกแล้วก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หากไม่ดำเนินการจะเกิดปัญหาฟ้องร้องกันได้” นายอุดม กล่าว

คาดก.ม.ส.ว.ส่งถึงมือนายกฯ วันนี้

    ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ร่างพ.ร.ป.ดังกล่าวยังมาไม่ถึงรัฐบาล เพราะศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ส่งมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งได้เจอนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ก็บอกว่า ล่าสุด 17.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน ก็ยังไม่ได้รับ ดังนั้นต้องใช้เวลา แต่สำหรับพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. เข้าใจว่าวันนี้จะสามารถส่งให้นายกรัฐมนตรีลงนามเพื่อทูลเกล้าฯ ได้

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการกำหนดเขตเลือกตั้งของกกต.ว่า ไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ เขาทำเองได้ตามปกติ วันนี้เขาลงพื้นที่เพื่อเทียบเขตเก่าและเขตใหม่ได้ ตอนนี้ที่ลังเลก็คือจะเป็นกกต.ชุดเก่าหรือใหม่ที่จะมาทำหน้าที่ ไม่ต้องใช้ทั้งกฎหมายพิเศษและกฎหมายธรรมดา เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของกกต.อยู่แล้ว ส่วนจะมีความคืบหน้าอย่างไรแล้วตนไม่ทราบ

ชี้กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งได้เอง

    เมื่อถามว่ากกต.ได้รายงานความคืบหน้ามาที่รัฐบาลบ้างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เขาไม่มีหน้าที่รายงาน จะไปสอดรู้สอดเห็นหรือแทรกแซงเขาคงไม่ได้ การแบ่งเขตเลือกตั้งทำให้เกิดการได้คุณได้โทษ

    “กกต.ที่ดีต้องไม่ปรึกษารัฐบาล อาจมีการปรึกษาทางจังหวัดเพื่อให้เกิดความแน่ชัด ก็ไปทำกันเอง ไม่ต้องมาปรึกษารัฐบาล เขาเคยแบ่งมาทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เขาแบ่งเป็น ไม่มีปัญหา เพียงแต่วันนี้จะแบ่งอย่างไรให้ได้จำนวนประชากรที่ใกล้เคียงกันมากที่สุดในแต่ละเขต ไม่ใช่เขตหนึ่งประชากรมาก อีกเขตประชากรน้อย พื้นที่เล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญเท่าจำนวนประชากร แล้วต้องลากเส้นอย่าให้เป็นแบบยึกยือ คดไปเคี้ยวมา มองแล้วเหมือนกิ้งก่า เป็นการลากเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งที่เอาแต่ใจตัวเอง เพื่อเห็นแก่ความสะดวกในการให้คุณให้โทษแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

ไม่แปลกขรก.เป็นสมาชิกพรรค

     นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ว่าไม่มอง ทำไมต้องมอง ส่วนจะดีหรือไม่นั้นไม่ทราบ ส่วนที่ถามว่าคนที่มีตำแหน่งในรัฐบาลสามารถไปสมัครเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น ไปเป็นได้ แม้แต่ข้าราชการก็ไปเป็นสมาชิกพรรคได้ แต่ห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรค เขาไม่ได้ห้าม เหมือนรัฐบาลก่อนๆ ที่รัฐมนตรีก็เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนที่มีกระแสข่าวคนในรัฐบาลนี้ไปร่วมพรรคดังกล่าว ไม่ทราบ หากมีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนเรื่องความเหมาะสมก็แล้วแต่ทัศนะของใคร

    เมื่อถามว่าช่วงใกล้เลือกตั้งรัฐบาลจะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอยู่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะถวายสัตย์ ส่วนจะมีใครอยู่เกินหรือไม่นั้น คนที่ได้เป็นอะไรต่อเขาอาจอยู่เกินได้ภายใต้โฉมหน้ารัฐบาลใหม่

‘กห.’ โต้ปมซื้อดาวเทียม 9.2 หมื่นล้าน

    วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์เรื่องขอคัดค้านกระทรวงกลาโหมที่เตรียมจัดซื้อดาวเทียมจารกรรมมูลค่า 91,200 ล้านบาท ว่ากระทรวงกลาโหมยืนยันอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดดาวเทียมดวงใหม่ เพราะปัจจุบันภาครัฐใช้ดาวเทียมของภาคเอกชน และเมื่อภาคเอกชนจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2564 จึงมีแนวคิดว่ารัฐบาลควรเตรียมการเรื่องดาวเทียมเพื่อรองรับหรือไม่ เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันในทุกส่วนราชการ ทั้งเรื่องของการถ่ายภาพ การสื่อสาร และเฝ้าระวังอวกาศ

     พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่รอบรู้ไปทุกเรื่องออกมาพูดอะไรต้องระวังกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการบิดเบือนข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือส่งผลกระทบต่อความเสียหายของรัฐ ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมยืนยันยังไม่มีแนวคิดจัดทำดาวเทียมทหารหรือดาวเทียมจารกรรมตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุ

“แม้ว-ปู” ทัวร์นิวยอร์ก-3 วันไปยุโรป

    วันเดียวกันรายงานข่าวระบุว่า นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เดินทางจากกรุงวอชิงตันดีซี มาพักผ่อนและพบปะนักธุรกิจที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางมาพักผ่อนและทำภารกิจที่นครนิวยอร์ก โดยระหว่างนั้น นายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปเยือนสถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเวิลด์เทรดซึ่งภายหลังได้เกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ.2544 หรือ ไนน์วันวัน พร้อมได้ถ่ายภาพคู่กับเทพีเสรีภาพอันมีความหมายถึงการได้รับเสรีภาพ อย่างไรก็ตาม นายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจนถึงปลายอาทิตย์นี้ ก่อนจะเดินทางไปพักผ่อนโซนยุโรปต่อไป

Shares :