ข่าว

"สปท."จ่อ"ร่างกม.สื่อฯ" ขีดกรอบเอาแน่.!“นักข่าว”มีใบอนุญาต

"สปท."ร้อน..!จ่อเอาจริงขีดเส้นตีกรอบพิจารณา"ร่างกม.สื่อฯ"ขีดกรอบให้“นักข่าว”ต้องมีใบอนุญาต9 พ.ค.นี้

          25 เม.ย. 60 – ที่รัฐสภา  "คณิต" เผยเตรียมส่งร่างกม.สื่อฯให้วิปฯ สปท. พิจารณา คาดบรรจุวาระ 9 พ.ค.นี้ ย้ำคงหลักการมีสภาวิชาชีพฯ – สื่อต้องมีใบอนุญาต  คง 2 ตัวแทนรัฐ เป็นกก.สภาฯ เจ้าตัวเข้าใจสื่อฯ อึดอัด เตรียมเสนอ สปท. เปิดช่องให้ 2 ตัวแทนรัฐ นั่ง 5 ปีก่อนเปิดทางให้เลือกใหม่

          โดยพล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยว่าขณะนี้ทางกมธ.ฯ ปรับปรุงเนื้อหาและจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ...... เรียบร้อยแล้วและเตรียมเสนอให้ กมธ.วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ในวันที่ 27 เม.ย. นี้ ทั้งนี้ทราบว่า สปท.จะบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในระเบียบวาระประชุม วันที่ 9 พ.ค. นี้ สำหรับร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวจะมีทั้งสิ้น 100 มาตรา ขณะที่บทบัญญัติส่วนใหญ่ยังคงหลักการสำคัญไว้ คือ ให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ โดยมีกรรมการ 15 คน ประกอบด้วย ผู้แทนสภาวิชาชีพจำนวน 7 คน, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ผู้แทนคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการอื่นอีก 4 คน ซึ่งกำหนดคุณสมบัติคือต้องเป็นตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิ, นักวิชาการและภาคประชาชน

          "สำหรับตัวแทนภาครัฐที่ร่างกฎหมายกำหนดให้เป็นกรรมการสภาวิชาชีพนั้น ตนทราบว่าสื่อมวลชนรู้สึกอึดอัด ต่อกรณีที่เป็นข้าราชการในส่วนของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นในการประชุมสปท. วันที่ 9 พ.ค. นั้นตนจะเป็นผู้เสนอให้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลเพิ่มเติม คือ ให้ ปลัดสำนักนายกฯ และ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการ ได้ในช่วง 5 ปีหลังการก่อตั้ง และเมื่อครบเวลาให้ 2ปลัดนั้นพ้นไป และให้มีการคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้มีช่องหายใจ" ประธานคณะ กมธ. ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน สปท. กล่าว

          พล.อ.อ.คณิต กล่าวอีกว่า สำหรับการกำกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนนั้นยังกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพนั้นต้องมีใบอนุญาต และหากผู้ใดที่กระทำผิดตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพกำหนดไว้ จะมีโทษตามลำดับขั้น และสูงสุดคือเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งหมายถึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนได้ ทั้งนี้การตรวจสอบการทำงานดังกล่าวนั้นจะกำหนดเป็นลำดับ คือ ให้องค์กรตรวจสอบชั้นต้น หากยังไม่เป็นที่ยุติจะส่งให้กับองค์การที่มาจากการวมตัวขององค์กร และถึงขั้นตอนตรวจสอบสุดท้ายคือสภาวิชาชีพ

          "สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนวันที่จะมีกฎหมายฉบับดังกล่าวบังคับใช้ บทเฉพาะกาลกำหนดให้สื่อมวลชนนั้นได้รับใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ จากนั้นภายใน 2 ปี ต้องเข้าสู่ระบบของสภาวิชาชีพฯ ส่วนบุคคลที่จะทำอาชีพสื่อมวลชนหลังมีกฎหมายใหม่ ต้องเข้าสู่อาชีพตามระบบใหม่ คือ ผ่านการอบรม ปฐมนิเทศ ขณะที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ไม่เข้าระบบใบอนุญาตจะมีบทลงโทษ" พล.อ.อ.คณิต กล่าว

          พล.อ.อ.คณิต กล่าวต่อว่า สำหรับช่วงเริ่มแรกของการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาตินั้น บทเฉพาะกาลกำหนดให้มีคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้ง จำนวน 13  คนประกอบด้วย ปลัดสำนักนายกฯ, ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, เลขาธิการ กสทช., ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์, นายกสมาคมสมาพันธ์วิชาชีพข่าววิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทศน์, นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์, ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, ประธานสภาวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ และ นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย โดยกำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่เตรียมก่อตั้งให้เสร็จภายใน 2 ปี.

 

ข่าวยอดนิยม