2 ม.ค.60 -- พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงแนวโน้มของกองทัพบกในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศจีน ว่า ในการพิจารณาซื้อยุทโธปกรณ์เข้ามาประจำการมีหลายขั้นตอน ยึดลำดับความสำคัญ เพื่อทดแทนของเก่าที่ซื้อมา เช่น รถถัง M-41 ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2500 และกำลังจะปลดประจำการ นั้น ทางกองทัพบก โดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ กองทัพบก (กมย.ทบ.) ก็จะพิจารณาบริษัทที่เสนอเข้ามาว่า เหมาะสม และผ่านมาตรฐานหรือไม่ จากนั้นก็จะมีคณะกรรมการการจัดซื้อเดินทางไปดูรายละเอียดที่โรงงานการผลิต แล้วรวบรวมข้อมูลมาประชุมว่า บริษัทใดเข้าตามกรอบ เงื่อนไข ที่กำหนด เช่น ยานเกราะล้อยาง ก็จะดูเรื่องสายพาน การขับเคลื่อน ระบบเกราะ เครื่องมือสื่อสาร จากนั้นมาเปรียบเทียบราคา และเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อดำเนินการเสนอซื้อ 

                       
          “ดังนั้น จึงไม่ได้กับการตั้งข้อสังเกตว่าได้มีการเปลี่ยนไปซื้ออาวุธจากจีน เพียงแต่ไทยต้องการสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ  เพียงแต่คิดว่า ซื้อมาแล้ว ก็ต้องทำให้เป็นรูปธรรม โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อยากให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธในประเทศ ก็ค่อยๆ สร้างคนของเราให้สามารถดำเนินการได้ ก็ทำในยุทโธปกรณ์ที่ง่ายๆ ก่อน และสุดท้ายเมื่อเรามีขีดความสามารถ ก็ยกระดับขึ้นไป ทั้งนี้ ท่านไปดูก็เห็นว่า จีนเหมาะสม เพราะยุทโธปกรณ์ของจีน ราคาไม่สูง ในความเป็นเพื่อนบ้าน มีความเข้าใจกัน มีแง่มุมต่างๆ ที่คล้ายกัน ถ้าจีนเข้ามาลงทุนสร้าง มีการร่วมทุน จีนก็เหมือนเป็นพี่เลี้ยงเรา” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว 

                   
          พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากองทัพบกได้ลงนามซื้อรถถัง VT- 4 จากประเทศจีน ไปแล้ว 28 คัน และ จะจัดหาต่อในระยะ 2  จนครบ 1 กองพัน (กองพันละ 49 คัน) ในปีงบประมาณ 2560  โดยผูกพันงบประมาณ 3 ปี  ทั้งนี้เป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาซึ่งดูเรื่องความน่าเชื่อถือในเรื่องระยะเวลาการส่งมอบ  และ ความเหมาะสมในทุกด้าน   เนื่องจากรถถัง oplot จากประเทศยูเครน ที่ได้จัดหามา 49 คัน มีปัญหาเรื่องการส่งมอบ การส่งกำลังบำรุง และสายการผลิต จากปัญหาสถานการณ์ในประเทศของเขา เมื่อคณะกรรมการพิจารณาคะแนนในเรื่องนี้ก็ลดลงไป ทำให้มีการจัดหารถถังจากประเทศจีนซึ่งได้คะแนนมากกว่า ทางบริษัทผู้ผลิต oplot  ประเทศยูเครน เพราะสามารถส่งมอบรถถังทั้งหมด 49 คันให้กองทัพบกไทยได้ครบตามจำนวนได้ในเดือนตุลาคม 2560 

 

            ผบ.ทบ. กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดหาอากาศยาน โดยเฉพาะเฮริลคอปเตอร์เข้าประจำการนั้น การดำเนินการตามแผนได้จบไปแล้ว โดยปีนี้จะมีการทยอยส่งมอบหลายรุ่น เพื่อทดแทนเฮริลคอปเตอร์ UH- 1H  หรือฮิวอี้ที่ใช้งานมานานและกำลังปลดประจำการ 


            ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า  แน่นอนว่ายุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ และฝั่งตะวันตกมีคุณภาพ แต่ก็ราคาสูงด้วยเช่นกัน  ซึ่งการจัดหาก็ต้องพิจารณาเรื่องเงื่อนไขงบประมาณของเราด้วย  ในห้วงที่ผ่านมาสหรัฐฯ ก็ไม่ได้มีการเสนอขายอาวุธให้ไทย  เพราะเป็นข้อกฎหมายของประเทศสหรัฐฯ ที่วางกรอบไว้  แต่ความร่วมมือด้านการฝึกศึกษากับกองทัพ ก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ