คมชัดลึกออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
คนในข่าว

'ฟ้าใส' กับ 5 สิ่งอะเมซิ่ง คุณค่า 'จักรวาลใจ' ไทยแลนด์

14 ธันวาคม 2562 - 10:55 น.
มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด,ฟ้าใส ปวีณสุดา,นางงามจักรวาล
คนในข่าว

Shares :
เปิดอ่าน 1,868 ครั้ง

คอลัมน์ 'คนในข่าว' จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 14-15 ธ.ค.62


 

 

****************************

 

แน่นอนคนไทยรู้สึกดีใจไปด้วยกับเจ้าของมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส 2019 อย่างมิสเซาท์แอฟริกาที่ก็ต้องยอมรับว่าเธอคนนั้นมีความพร้อมมากมายที่จะได้ตำแหน่งนั้น

 

แต่ยอมรับเถอะว่าลึกๆ แล้วเรายังรู้สึกหน่วงๆ ว่าทำไมถึงไม่ใช่ “ฟ้าใส ปวีณสุดา” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ผู้ซึ่งถึงพร้อมเกือบทุกอย่าง และยังได้รับการฟันธงจากเซียนนางงามมากมายทั้งไทยและเทศว่า คนนี้มาแรง มีลุ้น

 

 

ปวีณสุดามงลงที่ไทย

 

 

วันนี้มิได้มาพูดให้ต้องรู้สึกเสียดาย แต่พอพูดแล้วความเสียดายก็บังเกิด เพราะเมื่อรวบรวมคุณสมบัติ สรรพคุณ ข้อดี ข้อเด่น หรืออะไรก็ตามแต่จะนิยาม ก็พบว่า “ฟ้าใส ปวีนสุดา” ในวัย 26 เธอแบ่งเวลาชีวิตตรงไหนยังไง ทำไมถึงเป็นอะไรที่อะเมซิ่งได้มากมายขนาดนี้!

 

และต่อไปนี้คือการรวบรวมสุดยอดข้อดีของเธอ แม้ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็เป็นครีมข้นๆ ของความเป็น “ฟ้าใส ปวีณสุดา” นางงามจักรวาลใจของพวกเรา

 

 

 

 

1.ฉลาดตอบ

 

 

มายาคติของมวลมนุษยชาติ คือคนสวยมักฉลาดน้อย และการเรียกการประกวดนางงามว่า “เวทีขาอ่อน” ก็สะท้อนถึงการดูเบาและเหยียดหยันอย่างไม่ต้องสงสัย

 

แต่ทุกวันนี้ เวทีประกวดนางงามมีพัฒนาการมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะเวทีมิสยูนิเวิร์สที่ว่าสูงสุดแล้ว คำถามของผู้เข้ารอบสุดท้ายคือนาทีที่คนทั่วโลกจับจ้อง

 

เพราะเมื่อที่สุดแล้ว ความพร้อมของใบหน้าเรือนร่างที่ทุกสาวงามมีมาเท่ากัน จุดตัดสินที่วัดกันจริงๆ ว่าใครควรมงลง ก็เห็นจะเป็นกึ๋นที่แสดงออกมาจากการตอบคำถามให้ได้ภายใน 30 วินาทีนั่นแหละ

 

สำหรับ “ฟ้าใส” หรือ เจนนิเฟอร์ ปวีณสุดา แซ่ตั่น ดรูอิ้น ผู้ซึ่งมีดีเอ็นเอของคุณพ่อที่เป็นชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส คุณแม่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ใบหน้าสวยงามหมดจด

 

 

ปวีณสุดาตอบคำถาม

 

 

แต่ในส่วนของคำถามและคำตอบของเธอที่เราได้รู้กันไปแล้ว กลับมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือคำตอบของเธอได้รับการพูดถึงหลังจากนั้นอย่างกว้างขวางว่า “เหมาะสมแล้ว” อย่างที่เธอเองเพิ่งบอกไปหลังกลับมาถึงเมืองไทยว่า "มันเป็นเรื่องค่อนข้างอ่อนไหว" นั่นแหละ

 

คือแม้จะไม่ฟันธงให้ใครได้สะใจ แต่ในสถานะของสาวงามที่มาจากที่ซึ่งมีบริบททางการเมืองแบบ “ประเทศเรามี” เธอก็ตอบอย่างประนีประนอมมากพอสำหรับคนที่ได้ชื่อว่าจะก้าวไปเป็น “ทูตสันถวไมตรี” มากมายในระดับนานาชาติ

 

 

บางทีกรรมการในรอบสุดท้ายอาจลืมมองมุมนี้ไปกระมัง

 

 

 

 

2.เก่งสุนทรพจน์

 

รู้ยังว่านอกจากจะสวยปานนางฟ้า การศึกษาดีระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 จากประเทศแคนาดาแล้ว ช่วงวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศยังได้มอบหมายให้เธอเป็นตัวแทนขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้งกรอบความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา ในระหว่างการจัดงานฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตของประเทศไทยกับประเทศโคลอมเบีย ซึ่งจะมีขึ้น ณ กระทรวงการต่างประเทศ

 

 

ที่งานกล่าวสุนทรพจน์ของปวีณสุดา

 

 

วันนั้น “ฟ้าใส” ได้กล่าวถึงความเป็นมาถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและโคลอมเบีย ตลอด 40 ปี และความเชื่อมั่นในอนาคตว่า ทั้งสองประเทศจะมีเป้าหมายร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วิทยาการ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และด้านวัฒนธรรม เพื่อผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน และหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระดับโลกต่อไป

 

อย่างที่รู้กัน งานระดับชาติขนาดนี้ ผู้ที่จะขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ ไม่ใช่คนธรรมดากาไก่แน่ๆ

 

 

 

 

3.กล้ากลับมาสู้

 

ถ้าใครเคยดูหนัง Little Miss Sunshine การเดินทางของสมาชิกครอบครัวฮูเวอร์ 6 คน เพื่อพา “โอลีฟ” ลูกสาวคนเล็กไปประกวด ‘นางงามแห่งแสงตะวัน’ จะรู้ว่าที่สุดแล้วเป้าหมายไม่ใช่ “ชัยชนะ” แต่คือการ “ไม่ยอมแพ้”

 

สองคำนี้ต่างกันยังไง เชื่อว่าฟ้าใสรู้ดี เพราะเธอนั้นผ่านการประกวดมาแล้วมากมาย “เดินสาย” ทั้งชีวิต

 

 

งานเพื่อสังคมก็เอา

 

 

 

แต่ที่ต้องโฟกัส คือเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ที่เธอเคยเข้าประกวดมาแล้วช่วงปี 2560 ตอนนั้นตั้งใจถึงขนาดที่วางแผนกลับไปเรียนต่อให้จบ และหมายมั่นว่าต้องได้เกียรตินิยม จนเมื่อทำได้แล้วก็เข้าประกวดทันที และก็ทำสำเร็จได้ที่ 3 ส่วนมงไปลงที่ “มารีญา พูลเลิศลาภ” อีกตัวเต็งของคนไทยในเวทีจักรวาล 2017 ปีนั้นเหมือนกัน

 

ระหว่างนั้น ฟ้าใสก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งมิสไทยแลนด์เอิร์ธ 2017 เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดมิสเอิร์ธ 2017 ไปถึงรอบ 8 คนสุดท้าย ระหว่างนั้นก็ทำงานดีเจจัดรายการวิทยุกีฬาพารวย FM99 ไปด้วย

 

จนที่สุดเธอก็กลับมา “สานฝัน” ได้สำเร็จสมบูรณ์ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 หนนี้อีกครั้ง

 

สานฝันในที่นี้หลายคนอาจมองว่าการได้ “มงลง” แบบที่นักวิเคราะห์เรียกเธอว่า "นางงามกระหายมง” แต่สำหรับฟ้าใส อาจหมายถึงการกล้าที่จะกลับมาแก้ตัวใหม่ เพราะจะมีสักกี่คนที่จะหวนกลับมาเวทีเดิมที่เคยพ่ายแพ้ในเวลาที่ห่างกันเพียงแค่ 2 ปี

 

 

 

4.น่ารักติดดิน

 

 

ถ้าคุณอยากรู้จักตัวตนของใคร ให้ไปถามเพื่อนของเขา เรื่องราวความน่ารักของฟ้าใส จากปากคำของบรรดาเพื่อนนางงามด้วยกันปรากฏในโลกโซเชียลมากมาย

 

เช่น Miss US Virgin Islands ที่เคยเข้าร่วมประกวดมิสเอิร์ธ 2017 กับฟ้าใส และตอนที่ฟ้าใสได้เข้าไปถึงรอบ 8 คนสุดท้ายเธอก็ออกมาโพสต์แสดงความยินดีด้วย และบอกถึงความน่ารัก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเป็นกันเองกับเพื่อนๆ ของฟ้าใสไว้มากมาย

 

 

 

อีกมุมน่ารักติดดิน

 

 

 

ส่วนเพื่อนนางงามไทยในเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ก็ได้เล่าประสบการณ์ตอนที่ใช้ชีวิตร่วมกันช่วงเก็บตัวว่า ฟ้าใสเป็นคนที่มีน้ำใจมากๆ คอยช่วยสอนเพื่อนๆ ทั้งการเดิน สอนแต่งหน้า แถมยังช่วยหาชุดราตรีให้เพื่อนที่ยังหาชุดไม่ได้จนสามารถนำมาสวมใส่ขึ้นประกวดได้สำเร็จ ฯลฯ

 

ที่สำคัญฟ้าใสยังเป็นนางงามที่ใช้ชีวิตติดดินมากๆ แม้จะได้รับรถยนต์จากกองประกวดภายหลังได้รับตำแหน่ง แต่หลายครั้งที่เธอขอนั่งรถเมล์และขนส่งสาธารณะ บอกว่านั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆ สมองปลอดโปร่งดี ส่วนเรือด่วนคลองแสนแสบ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไม่ต้องพูดถึงฟ้าใสลุยมาหมดแล้ว

 

 

 

5.สวยใจบุญ

 

นอกจากนี้ คงจำกันได้ หลังจากฟ้าใสคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2019 จากนั้นเธอและเพื่อสาวงามอีก 15 คน ที่เข้าประกวดเวทีเดียวกัน ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการ We Are One by Fasai Journey #1

 

โครงการนี้มีคอนเซปต์ว่า “รอยยิ้มสดใสด้วยพลังใจแห่งศิลป์” โดยร่วมมือกับ 50 บุคคลศิลปะจากหลากหลายแขนง ทั้งทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในสังคมและเยาวชนผู้พิการได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเรียนรู้จริงจากกิจกรรมเวิร์กช็อปของโครงการ

 

 

 

We Are One by Fasai Journey #1 ภาพจากเฟซบุ๊ก Chantana AI

 

 

 

ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนนำไปปรับใช้เป็นประโยชน์ในการเติมเต็มความฝัน อีกทั้งยังหาเลี้ยงชีพหรือพึ่งพาตนเองได้ต่อไป โดยวันนั้นมีเด็กด้อยโอกาสจำนวน 104 คน จาก 7 โรงเรียน กับ 1 มูลนิธิมาร่วมโครงการ

 

วันนั้นเธอกล่าวว่า  "คำว่าโอกาสนั้นไม่ได้มาง่ายๆ ฟ้าใสอยากที่จะให้โอกาสกับเด็กที่ด้อยโอกาส เพราะคิดว่าโอกาสที่เขาจะสามารถทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ ทำในสิ่งที่เขาฝัน หรือสิ่งที่เขาอยากต่อยอดไปเป็นอาชีพในอนาคต"

 

 

 

ปวีณสุดารักเด็ก

 

 

 

คงไม่แปลกใจใช่ไหมว่าทำไมฟ้าใสถึงสวยใจบุญกับเด็กๆ ได้ขนาดนี้ แอบกระซิบดังๆ ว่าเพราะเธอมี “พี่ปุ๋ยรักเด็ก” หรือ ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก เป็นไอดอลยังไงล่ะ

 

ถอนหายใจว่าสวยเด่นอะเมซิ่งขนาดนี้แล้ว วันนี้ไทยแลนด์ “มงโลกรอบ 3” ยังไม่ลงก็คงต้องปล่อยไป แต่ที่แน่ๆ สายสะพายตรา “ไทยแลนด์” บนเวทีนี้ ดูแล้วแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จับตามองได้เลย ไม่นานมีเฮ...

 

 

***************************

 

ภาพจากเฟซบุ๊ก Paweensuda Drouin


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ