เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 7 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายโกศล ขันติทานต์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 511 ถ.วิไลจิตต์ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็น นักวิชาการด้านโบราณคดี (อิสระ) ว่าเจอกะโหลกศีรษะที่คาดว่าจะเป็นของมนุษย์อยู่ที่ริมชายหาดแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหลังที่กั้นเขื่อนหน้าชุมชนวัดพรหมสาคร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ผู้สื่อข่าวจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสิงห์บุรี เพื่อให้มาตรวจสอบ และไปที่เกิดเหตุทันที


 

 ที่เกิดเหตุ เป็นริมชายหาดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้มีการขุดทรายจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อขยายร่องน้ำให้ลึกและกว้างขึ้น และนำทรายที่ขุดนั้นมาถมไว้หลังสันเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม เมื่อเดินจากสันเขื่อนลงไปประมาณ 300 เมตร ก็ได้พบกะโหลกศีรษะที่มีลักษณะไม่สมบูรณ์ โดยในช่วงด้านหน้าหายไปครึ่งนึง เหลือเพียงช่วงด้านหลัง และมีรอยไหม้ดำ ในลักษณะหงายจมอยู่ในทราย นายโกศล เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า “เนื่องจากตนเป็นนักวิชาการด้านโบราณคดี โดยปกติช่วงหลังฝนตก ตนจะเดินลงมาบริเวณหาดทรายเพื่อหาของเก่าโบราณ โดยฝนจะชะทรายทำให้เจอของที่ถูกตักขึ้นมาพร้อมการขุดลอกทรายในแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น โดยที่ผ่านมาจะเจอเหรียญเก่า หรือเศษถ้วย โถ ชาม สมัยสุโขทัย เนื่องจากในสมัยก่อนการสัญจรค้าขายจะเป็นทางแม่น้ำเจ้าพระยาซะส่วนใหญ่ แต่ในวันนี้ได้พาหลานมาเดินออกกำลังกาย และเดินหาของเก่าโบราณเช่นเคย จนมาเจอรูปทรงที่เข้าใจว่าจะเป็นภาชนะอะไรซักอย่าง เลยใช้ช้อนเขี่ยขึ้นมา แล้วก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าสิ่งที่เจอต้องเป็นกะโหลกคนแน่นอน  จึงรีบโทรแจ้งผู้สื่อข่าวเพื่อให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว”

 ด้าน ร.ต.ท. สถาพร บุตตะกะ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสิงห์บุรี ได้มาตรวจสอบกะโหลกศีรษะดังกล่าว และคาดว่าเจ้าของร่างจะเสียชีวิตนานแล้ว หรืออาจจะเสียชีวิตจากที่อื่นและลอยตามน้ำมา เพราะที่ผ่านมาในบริเวณนี้ได้มีการขุดลอกทรายขึ้นมาจากแม่น้ำเพื่อขยายร่องแม่น้ำ อีกทั้งในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมาฝนตกหนักและชะทรายจึงทำให้กะโหลกนี้โผล่พ้นทรายขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามจักได้เร่งส่งกะโหลกศีรษะนี้ให้กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อหา DNA ค้นหาเจ้าของร่างต่อไป

 

ณัฏฐนารา  ปานมี ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สิงห์บุรี