เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ก.พ.2564  ยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบนใจแผ่นดินเป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯแก่งกระจานพร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอยเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดินโดยเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะหร่าง

 

 

นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์โดยการเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.เนตรนภา ได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะ พาชาวบ้านกลับออกจากป่าเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่พร้อมจะหาทางออกและหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันแต่ถึงอย่างไรนายนอแอ๊ะ ก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่างแต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจาให้ขึ้นไปเจรจาที่ในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้นพร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาพื้นที่ด้านล่างโดยเด็ดขาด 

 

 

ขณะที่นายประเสริฐ  หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านยืนยันเช่นเดียวกันว่าพวกเขามีสิทธิ์ที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษและการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิมไม่ใช่การเปิดป่าใหม่  นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่า พวกเขา 36 ครอบครัว ต้องการทำไร่หมุนเวียนครอบครัวละประมาณ 150  ไร่ต่อปีและต้องหมุนเวียนกลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ 10 ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัด แนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา

 

 

 

เจ้าหน้าที่ ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่าถ้าทำตามความต้องการ 36 ครอบครัวจริงจะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจานเนื้อที่มากกว่า 5,400 ไร่ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้องขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกันแต่ถ้าหาวิธีการอื่นด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกินที่อยู่อาศัยพร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้โดยเร่งด่วนทั้งนี้นายประเสริฐ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ต่อหน้าสื่อมวลชนว่าเขาไม่ได้ทำกินบนหมู่บ้านบางกลอยแต่ลงไปทำงานรับจ้างก่อสร้างตามจังหวัดต่างๆ แต่หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ระบาดรอบแรกจึงกลับมาที่บางกลอยและพบว่าครอบครัวมีเพียงฝ่ายแม่เท่านั้นที่มีที่ดินปลูกบ้านแต่ไม่มีที่ดินทำกินพวกเขาจึงปรึกษากับอีกหลายครอบครัวเพื่อกลับขึ้นมาทำกินบนพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ

 

 

 

ส่วนกรณีที่ถามว่าถ้าชาวบ้านคนอื่นในจังหวัดเพชรบุรีต้องการขึ้นมาทำกินเหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์ทำได้หรือไม่เพราะยังมีชาวบ้านในจังหวัดเพชรบุรีหลายคนหลายครอบครัวที่ต้องการที่ดินทำกิน นายประเสริฐ บอกว่าไม่สามารถทำได้เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษของพวกเขา  หลังจากทั้ง  2  ฝ่ายพูดคุยแลกเปลี่ยนกันราว 1 ชม.  นางสาวเนตรนภาได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน 5 คนลงไปเจรจากันที่บ้านบางกลอยล่างในวันพฤหัสที่ 25 ก.พ.นี้  ซึ่งฝ่ายอุทยานฯจะส่งตัวแทนมาเจรจากับฝ่ายชาวบ้านเพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆพร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจาเพื่อเป็นสักขีพยานส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบนจะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่าจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่ 25 ก.พ.นี้

 


ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า มีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก 38 คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่ 21 คน เป็น 59 คน โดยการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯทราบว่าทั้งหมด 59 คน จะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆ โดยจะเปิดเจรจากันในวันที่ 25 ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงฯ ที่มีอำนาจตัดสินใจคงต้องปรึกษากับ  นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯและนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงฯเป็นประธาน นายยุทธพล เผยต่อว่าระหว่างช่วงสุญญากาศ คือก่อนวันที่ 25 ก.พ.เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่าและล่าสัตว์ และถ้าพบการทำผิด ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีอย่างไรก็ตามหลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้างเป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจ ที่ผืนป่าที่กำลังจะเป็นมรดกโลกต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรกมีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่ามาแล้วจำนวนหนึ่งโดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลังหรือข่มขู่แต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคนในการเดินทางออกจากป่าโดยเฮลิคอปเตอร์

 

ฃฃ

 

 

 

 

วุฒิเดช ก้อนทองคำ/ วิริยา บุญสูง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.กาญจนบุรี