วันที่ 22 พ.ย. 2563 เวลา 13.00 น.บริเวณ ฝายผาม้า หมู่ 7 ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะเดินทาง ไปตรวจราชการและรับฟังปัญหา แนวทางแก้ไข บริเวณฝ่ายผาม้า โดยมีประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย ตัวแทนกรรมการ เหมืองฝาย ปกครองอำเภอแม่จัน หัวหน้าส่วนราชการอำเภอแม่จันและอำเภอใกล้เคียง อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกรอำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาม อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่ฟ้าหลวง มาร่วมพบปะ เพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

 

แหล่งน้ำสำคัญที่เกษตรกรสามารถส่งน้ำไปใช้ในการเกษตร ตลอดฤดูช่วงเพาะปลูก คือ ลำน้ำคำและลำน้ำแม่จัน ซึ่งลำน้ำคำมีความยาว 118 กิโลเมตร และลำน้ำแม่จันมีความยาว 77 กิโลเมตร ซึ่งแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำดังกล่าวอยู่ระหว่างรองบประมาณดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่คำ ซึ่งตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านสามัคคีใหม่ ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พื้นที่รับน้า 412.77 ตารางกิโลเมตร ความจุ 51.73 ล้านลูกบาศก์เมตรพื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 79,000 ไร่ และก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แสลบ ซึ่งตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านห้วยส้าน ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พื้นที่รับน้ำ 31.22 ตารางกิโลเมตร ความจุ 20.41 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชณ์ จำนวน 57,000 ไร่

 

 

ด้วยกรมชลประทานแจ้งแผนงบประมาณโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่คำ และอ่างเก็บน้ำแม่แสลบ แผนดำเนินงานในปี พ.ศ. 2579 ซึ่งทางกลุ่มผู้ใช้น้ำเห็นว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้า เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาขาดน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรในทุกๆ ปี จึงขอความอนุเคราะห์มายังท่านรัฐมนตรีฯ ในการเร่งรัดงบประมาณโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่คำและอ่างเก็บน้ำแม่แสลบเพื่อให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเเม่คำและอ่างเก็บน้ำแม่แสลบ ภายในปี 2565 ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ผ่านการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว และขอเสนอให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโป่งขม (แม่น้ำจัน) โดยศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรทั้ง 4 อำเภอได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ด้านนางบุณยวีร์ ทวีพนารักษ์บ้านแสนใจ ราษฎร ม. 7 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่าตนและชาวบ้านจำนวนมากได้รับผลกระทบอย่างมากในการสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าว ดังนั้นตนไม่เห็นด้วยกับโครงการ เพราะจะทำให้ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของตนและอีกหลายครอบครัวถูกน้ำเซาะ ส่วนทางด้านกรมชลประทานได้มีการหารือว่าอาจจะสร้างบ้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้ใหม่แล้วตั้งอยู่ไม่ไกลจากเดิม แต่ตนก็ยังเชื่อว่ากลัวภัยคุกคามและน้ำไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำพราะแท้ที่จริงแล้วอยู่ที่สภาพอากาศของโลกที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆในภายหน้า

 

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย