วันที่ 15 กันยายน 2563 ความคืบหน้าจากกรณีที่สาว อบต.นางสาว นันทวดี อรรคบุตร อายุ 39 ปี ที่อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลไผ่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจรับงาน โครงการก่อสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบลดู่ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น. ขณะที่ผู้แจ้ง กำลังเดินขึ้นบันไดใน สำนักงาน อบต. ดู่ นายพีรพงษ์ ศรีอนันต์กุล อายุ 56 ปี ตำแหน่งนายก อบต.ดู่ ได้ทำร้ายร่างกายตน ขณะที่เดินขึ้นบันไดสำนักงาน ด้วยการเข้ามาบีบคอ กระซากดึงจนร่างตกลงไปที่บันไดชั้นล่าง และผลักล้มลงกับพื้น เป็นเหตุให้ผู้แจ้งได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เพื่อนร่วมงานจะเข้ามาห้ามไว้ สาเหตุเกิดจากความไม่พอใจ ที่สาว อบต.ไม่ยอมลงชื่อเซ็นต์ตรวจรับงาน เพื่อเบิกงานเงินให้ผู้รับเหมา ซึ่งบริษัทรับเหมาเป็นเครือญาตินายก แม้งานไม่ได้สเปค และเกิดเรื่องขัดแย้งในการทำงาน ทำให้นายก โมโหจนหันมาทำร้าย จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ร้อยตำรวจเอก ปรีชา นาคาแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ราษีไศล

วันนี้ นายพีรพงษ์ ศรีอนันต์กุล อายุ 56 ปี ตำแหน่งนายก อบต.ดู่ ภายหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับ ทนายความ ทนาย วิไลพร เฉลียวพงษ์ ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ยอมถอย ไม่ขอแจ้งความกลับสาว อบต.แล้ว เนื่องจากหวั่นมีแต่จะทำให้องค์กรเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ ในส่วนของเรื่องการก่อสร้างถนนนั้น ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดการทะเลาะกัน เป็นคนละประเด็นกัน สาเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวที่มีมานาน ในส่วนการเอาผิดทางวินัยนั้น ผมเองก็ไม่ได้คิดที่จะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยแล้ว ตัวของคุณนันทวดีเองก็ได้ทำเรื่องย้ายแล้ว ทางจังหวัดก็ย้ายให้เป็นกรณีพิเศษ ก็คงไม่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยแต่อย่างใด ปล่อยให้เป็นเรื่องของทางอำเภอจัดการเอง เรื่องการก่อสร้างถนนนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของทาง ปปช. สตง. เข้ามาตรวจสอบอยู่ หากทาง ปปช. หรือ สตง.ขอเอกสารตรวจสอบเพิ่มเติม ทาง อบต.จึงจะได้ชี้แจ้งต่อไป

ด้าน ทนาย วิไลพร เฉลียวพงษ์ เปิดเผยว่า เรื่องการฟ้องกลับนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งจะฟ้องกลับได้เลย ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย ต้องมาวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียก่อนว่า ถ้านั้นนายกฟ้องกับจะมีผลกระทบอย่างไร และผลกระทบอาจจะตกมาที่องค์กร และไม่ได้เป็นประโยชน์กับใคร ก็อาจจะแนะนำท่านนายกไม่ให้ดำเนินคดีกลับ แต่ว่าตอนนี้กระบวนการก็คือ ทางคุณนันทวดีได้มีการแจ้งความแล้ว ทางเราเองก็ต้องไปในฐานะผู้ต้องหา การไปให้การตามกฎหมาย ส่วนว่าจะดำเนินคดีกลับไหมนั่น ขึ้นอยู่กับพยาน หลักฐาน และข้อเท็จจริง ในส่วนของตัวท่านนายกเองก็ไม่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับคุณนันทวดี เพราะถือว่ายังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านอยู่  ในส่วนของข้อกล่าวที่ทางคุณนันทวดีได้มีการแจ้งความนั้น ข้อหาทำร้ายร่างกาย ทางทนายได้มีการสอบขอ้เท็จจริงเบื้องต้นแล้ว ก็ไม่ได้มีการปฏิเสธว่าท่านนายกเป็นคนลงมือกระทำ แต่มันมีมูลเหตุที่เป็นปัญหาส่วนตัวมีมานานแล้ว จึงเป็นที่มาของคดีนี้ ที่คุณนันทวดีได้แจ้งความ ตรงนี้ทนายจะได้ทำคำชี้แจ้งและแก้ข้อกล่าวหาในชั้นกระบวนการต่อไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ