ที่สถานีตำรวจภูธรแสนภูดาษ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา น.ส.ธนัชชา โชติวงศ์ อายุ 35 ปี พร้อมสามี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วีระพันธ์ โสมอินทร์  สว. (สอบสวน) สภ.แสนภูดาษ พร้อมชุดสืบสวน เพื่อแจ้งความเรื่องถูกทำร้ายร่างกายขณะร้องเพลงในงานเปิดโรงงานแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 3 ต.เทพราช  อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยให้การว่าขณะที่มาร้องเพลงกับวงดนตรีให้กับเจ้าภาพ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานที่เพิ่งเปิดโรงงานใหม่ ช่วงที่ตนกำลังลงมานั่งร้องเพลงที่โต๊ะของแขกผู้ใหญ่ภายในงาน

ก็เห็นชายคนหนึ่งที่อยู่ในอาการมึนเมา เดินถือมีดปังตอมาจากด้านหลัง ซึ่งตนก็ยังไปคว้ามีดปังตอเล่มนั้นมาเล่นคุยกับแขกที่สนิทกันก่อนจะคืนมีดให้กับชายคนดังกล่าว จากนั้นช่วงที่ร้องเพลงไประยะหนึ่งเห็นชายคนดังกล่าวยืนมองอยู่ด้านหลังก็คิดว่า คงไม่มีอะไรและเห็นว่าเมา จู่ๆ ก็ถูกชายคนดังกล่าวใช้ปังตอฟันเข้าที่หลังเต็มแรงทำให้รู้สึกเจ็บและหยุดร้องเพลงทันที ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่บริเวณถูกฟันก็พบว่ามีเลือดออกซิบๆ ส่วนแขกที่โต๊ะและเจ้าภาพก็อยู่ในอาการตกใจ โดยที่ตนยังหันไปถามชายคนนั้นว่าทำไปเพื่ออะไร แต่กลับได้คำตอบว่าเห็นว่ามีรอยสักเลยขอลองของหน่อย ทำให้ น.ส.ธนัชชา สั่งยุติดนตรีทันทีเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยก่อนที่เจ้าภาพจะพาชายคนดังกล่าวมาขอโทษ จากนั้นตนเองก็รีบไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผลพบว่ามีรอยมีดแนวขวางยาวประมาณ 10 ซม. โดยยังมีเลือดออกซิบๆ 

โชคดีที่ไม่เข้าลึกจนเป็นอันตราย โดยทาง พ.ต.อ.ณัฐภณ จินตะนานุช  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนภูดาษ ได้ทราบเรื่องจึงให้ชุดสืบสวนออกติดตามผู้ก่อเหตุทันทีเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายต่อไป ด้าน น.ส.ธนัชชา เผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนนั้นสักเพื่อความสวยงามและสักในด้านเมตตา โดยเป็นรอยสักแบบบัวแก้ว และหมูทองแดง ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องแคล้วคลาด ของ อ.ป่อง น่วมมานา แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะตนมีครอบครัวที่ต้องดูแล

ภาพ / ข่าว  ก้องเกียรติ  พุทธิรังสิมาภรณ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา