จากกรณีที่มีการโพสเฟสบุ๊ค “สงสัยเป็นลูกเมียน้อยถึงได้ข้าวสารครอบครัวละ 4.7 กิโลกรัม(ช่วยสู้ภัยโควิด) อิจฉา อบต.อื่น” และ ข้อความ “ อบต.กันตังใต้แจกข้าวสาร 4 กิโลกรัม 7 ขีด จะกินภาษีประชาชนไปถึงไหน”  คล้ายๆ ตัดพ้อ ผู้นำ อบต.กันตังใต้หลังจากมีการแจกข้าวสารไม่ครบ 5 กิโลกรัม คุณภาพไม่ดีหุงแล้วแข็งเก็บไว้มอดก็ขึ้น และแจกเพียงอย่างเดียวในขณะที่ อบต.อื่น ๆ แจกไข่เป็นแผง ปลากระป๋องเป็นแพ็ค และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งที่มองว่า อบต.อื่น ๆ งบช่วยเหลือโควิดถุงยังชีพถุงละประมาณ 500 บาท

จากกระแสข่าวและมีการร้องเรียนเข้ามายัง ป.ป.ช.ตรัง ล่าสุด นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรังพร้อมด้วยชมรมคนต้านโกงลงพื้นที่ไปยังบ้านท่าเรือ หมู่ที่ 1 ต.กันตังใต้  อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งที่นี่มีชาวบ้านที่อยู่อาศัยทั้งหมด 7 ครัวเรือน ซึ่งทุกคนได้นำข้าวสารที่ทาง อบต.เอามาแจกให้ ป.ป.ช.ดู พบว่าบางถุงมีการซีลอย่างดี บางถุงพับปากแล้วเม็ก บางถุงมัดด้วยหนังสติ๊ก เมื่อนำมาชั่งดูพบว่า ไม่ถึง 5 กิโลกรัม 4.8-4.9 กิโลกรัมบ้าง ในขณะที่บางถุงข้างในเริ่มมีมอดขึ้นแล้ว ชาวบ้านบอกว่าเวลาเอาไปหุงต้องเลือกก่อนและหุงแล้วข้าวแข็งมากกินไม่ได้ ข้าวสารเหล่านี้ได้รับแจกจาก อบต.เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 63 โดยแจกครอบครัวละ 1 ถุง ชาวบ้านบอกว่าคาดว่าข้าวดังกล่าวกิโลกรัมละไม่เกิน 10 บาท เพราะมันแข็งเหลือ เกิน ทั้งนี้อ้างว่าได้แจ้งไปยังนายก อบต.แล้ว แต่ทางนายก อบต.แจ้งกลับมาว่าถ้ากินไม่ได้ให้หุงให้หมากิน เมื่อเอาไปคืนก็ไม่รับ

เมื่อสอบถามนางสาวสุภาณี แซ่เตีย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/8 หมู่ที่ 1 ต.กันตังใต้ หนึ่งในจำนวนผู้โพสข้อความร้องเรียน กล่าวว่า ตนคิดว่าได้ข้าวมาแล้วต้องเป็นข้าวดี เพราะเคยมีกรณีแบบนี้ที่จังหวัดภูเก็ตที่ถูกร้องเรียนเรื่องข้าวสารแข็ง พอตนเองเอาข้าวสารมาชั่งดูก็ไม่ตรงกับน้ำหนักและข้าวสารไม่ได้คุณภาพ แต่ส่วนตัวตนเองรับได้ทั้งนั้น แต่ชาวบ้านไม่พอใจกับการแจกของ อบต. งบมา 500 บาท คนที่กักกันตัวยังได้ปลากระป๋องเป็นแพ็คข้าวสารตราฉัตร แต่ทำไมเอาข้าวแบบนี้มาแจกให้ชาวบ้าน

ต่อมาทาง ป.ป.ช.ตรังเดินทางไปยัง อบต.กันตังใต้ พบกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทางเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นกับกรณีดังกล่าว เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารและยังไม่ได้มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระบบราชการ แต่ทราบว่ามีการไปรับข้าวสารมาจริงโดยใช้รถของทาง อบต.ในการขนส่งและมีการลงพื้นที่ในการแจกจ่ายชาวบ้านแล้ว แจกครอบครัวละ 1 ถุง แต่ไม่ได้ระบุว่ากี่กิโลกรัม ซึ่งทาง อบต.นำตัวอย่างมาให้ดูแจ้งว่าถุงละ 5 กิโลกรัม  ซึ่งอ้างว่ามีการแจ้งประกาศให้ประชาชนมาลงทะเบียนจากนั้นเข้าประชุมและดำเนินการจัดหา มีทั้งหมด 2,044 ครัวเรือน ประชากร 7,000 กว่าคน โดยสั่งซื้อข้าวสารกับร้านจินดาการไฟฟ้า จำหน่ายเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในตัวเมืองกันตัง ซึ่งมีโรงสีข้าวอยู่ในตัวเมืองตรัง ในขณะที่ขอดูข้อมูลจากทุกฝ่ายก็ไม่มีให้ดู เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการที่มีหน้าที่รับลงทะเบียนก็อ้างว่ารับลงทะเบียนเพียงอย่างเดียว ทำฐานข้อมูลอย่างเดียว สายผู้บริหารมารับรายชื่อชาวบ้านแล้วไปแจกของกันเองซึ่งมียอดผู้ลงทะเบียน 1,300 กว่าราย

ต่อมาทาง ป.ป.ช.ได้เดินทางไปยังโรงสีข้าวจินดาการไฟฟ้าในตำบลโคกหล่อ อ.เมืองตรัง เมื่อสอบถามกับเจ้าของกิจการทราบว่า ตนเองได้รับออเดอร์สั่งข้าวสารจากนายก อบต.กันตังใต้ทางทามไลน์ ไม่ได้มีหนังสือระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตนก็ชี้แจงไปว่าข้าวสารมีหลายราคา ซึ่งทางนายก อบต.เลือกกิโลกรัมละ 25 บาท ตนจึงจัดข้าวหอมเกษตรให้ไป เพราะข้าวไม่แข็งจนเกินไป โดยทาง อบต.สั่งแบบเป็นกิโลกรัม บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม โดยให้สีข้าวและบรรจุไปเรื่อย ๆ เสร็จก็มารับไปเอง โดยไม่ระบุว่ายอดจำนวนสิ้นสุดที่เท่าไหร่ โดยตนเองจ้างคนงานมาช่วยบรรจุถุงให้ ล็อตแรก 100 กว่าถุง ซึ่งเป็นล็อตที่มีปัญหาน้ำหนักไม่ถึง 5 กิโลกรัม โดยอ้างว่า ทางนายก อบต. โทรมาแจ้งให้ทราบแล้ว และตนเองพร้อมที่จะชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจำนวน 150 กิโลกรัม โดยหักจากยอดบิล สาเหตุมาจากคนงานตั้งตาชั่งพื้นไม่เรียบและยืนชั่งทำให้ระดับสายตาไม่คงที่

แต่เมื่อสอบถามว่าได้มีการไปตั้งเบิกเงินแล้วหรือไม่ ทางเจ้าของกิจการแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่ของ อบต.เป็นผู้หญิงโทรให้เข้าไปเซ็นเอกสารรับเงิน ซึ่งตนเองก็ยังไม่ได้เข้าไปรับเงินแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ว่างและไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ซึ่งยอดของข้าวสารที่ทาง อบต.มารับไปจำนวน 4 ล็อต  จำนวน 1,577 ถุง ราคาอยู่ที่ 197,125 บาท

นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวเมื่อลงไปพบชาวบ้านพบว่าข้าวสารบางถุงที่ชาวบ้านเอามาเป็นตัวอย่างตรงกับที่ชาวบ้านร้องเรียนลักษณะของข้าวสารที่นำมาดูเหมือนว่าคุณภาพต่ำกว่าที่ชาวบ้านรับประทาน เมื่อเข้าไปในส่วนของ อบต.กันตังใต้ ตรวจสอบระบบการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องของการช่วยเหลือประชาชนในช่วงของภัยโควิด ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องของการทำเอกสาร ผู้บริหารเองเป็นคนไปติดต่อเองข้าราชการประจำยังไม่ทราบกระบวนการตรงนี้ เท่าที่ดูเข้าข่ายความผิดปกติ ในส่วน ป.ป.ช.จ.ตรัง เองจะต้องขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยงข้องในเชิงรายละเอียดตรวจสอบอีกทีหนึ่ง ดูจากเบื้องต้นจะเข้าลักษณะในเรื่องของการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายเรื่องของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นเงื่อนไขที่ ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ดำเนินการได้ ต้องตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอีกครั้งหนึ่งว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวเรื่องของการแจกจ่ายในเรื่องของข้าวสารลักษณะที่ดูไม่มีคุณภาพสักเท่าไหร่

 

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนุนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง