วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 หลังจาก กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนทางไกล ออนไลน์ ให้กับนักเรียน เป็นช่วงของการทดลองสอน ระว่างวันที่ 18 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2563

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของผู้เรียน ในพื้นที่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังจากทราบว่า นักเรียนบางครอบครัวไม่มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์การเรียน

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 88/7 หมู่ 9 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และได้พบกับ นางชโลธร เอมละออ คุณแม่ลูกสอง ซึ่งมีเรียนอยู่ที่โรงเรียนของรัฐบาลใกล้บ้าน ลูกคนโต ชื่อ ด.ญ.หนูนา (นามสมมุติ) ปีนี้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

และ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทั้งสองเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน จากการสอบถาม นางชโลธร ทราบว่า ตนเองได้รับแฟ้มของลูกจากทางโรงเรียนแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าลูกๆ จะต้องเรียนอย่างไร

เมื่อถามถึงความพร้อมด้านอุปกรณ์ทราบว่า ทางบ้านมีเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นเก่า เพียงเครื่องเดียว แต่มีลูกสองคนอยู่กันคนละชั้นเรียน คงต้องให้ลูกๆ ผลัดเปลี่ยนกันดู คงไม่สามารถดูได้ครบทุกวิชา

ถามถึงเครื่องรับโทรศัพท์ ทั้งครอบครัวมีเพียงเครื่องเดียวไว้สำหรับโทรเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อ สื่อสาร ทางโซเชียล เพราะทำไม่เป็น

สำหรับคำถามที่ว่า เรียนออนไลน์กับเรียนที่โรงเรียน ต้องการแบบไหน คุณแม่รีบตอบอย่างไวว่า ต้องการให้ลูกไปโรงเรียน เพราะตัวเองก็ประกอบอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ ต้องออกจากบ้านแต่เช้าบางวันก็กลับมืด

เมื่อผู้สื่อข่าว หันมาถามลูกสาวคนโต ก็สายหน้าตอบผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า “หนูไม่รู้ นอกจากนั้น ทางครอบครัวของน้อง ก็ยังไม่มีบ้านที่แข็งแรงมั่นคง พอที่จะป้องกันลมฟ้า ลมฝนได้

นางชโลธร ผู้เป็นแม่ต้องการที่จะให้ลูกๆ และครอบครัว มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะตัวบ้านและห้องน้ำ ที่อยู่ในสภาพผุพังเป็นอย่างมาก และลูกก็โตขึ้นทุกวัน จากสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ คงไม่มีปัญญาจะปรับปรุงบ้านอย่างแน่นอน ได้แต่หวังว่า สักวันจะมีโชคดี หรือมีคนช่วยเหลือคงจะได้บ้านที่มันคงกว่าที่เป็นอยู่สำหรับครอบครัว

 ข่าวและภาพ โดย ชัยวัฒน์ ปาลนิล ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

พรุ่งนี้หนูจะเรียนยังไง