วันนี้ (4 เม.ย.) ที่จังหวัดสงขลามีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์การปฎิบัติงานในระดับพื้นที่ หลังจากที่มีหนังสือด่วนจากกระทรงต่างประเทศกรณีที่นายธานินทร์ ใจสมุทร อดีต ส.ส. และอดีตนายก อบจ.สตูล ได้ประสานงานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อขอความอนุเคราะห์นำกลุ่มชาวไทยที่เดินทางไปดาวะห์ หรือร่วมชุมนุมทำกิจกรรมทางศาสนา ที่เกาะสุลาเวสี ของอินโดนีเซีย จำนวน 100 คน เดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งจากเดิมได้ประสานขอลงที่สุวรรณภูมิแต่ที่สุดแล้วมีการพิจารณาให้นำเครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 6 เม.ย.นี้

 โดยในหนังสือ ระบุ ถึงรายละเอียดว่ากระทรวงต่างประเทศได้พิจารณาเห็นว่า แม้อินโดนีเซียจะเป็นพื้นที่ของการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ไม่รุนแรง แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมา มีคนไทยที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่เกาะสุลาเวสี เมื่อเดินทางกลับมายังไทย พบว่า ส่วนใหญ่ติดเชื้อโควิด-19 จึงเห็นว่าควรให้คนทั้งหมดเดินทางมาลงที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้ง่ายในการบริหารจัดการนำสู่ขั้นตอนตรวจคัดกรอง เนื่องจากเกือบทั้งหมดก็มีภูมิลำเนาอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

ซึ่งหลังจากข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยออกมา ได้มีประชาชนส่วนหนึ่งที่กังวลต่อการจัดการในการเปิดรับผู้ที่จะเดินทางมาครั้ง ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงรายละเอียดถึงการจัดการเพราะไม่มั่นใจในระบบการคัดกรองที่มองว่ามีความสุ่มเสี่ยง

หาดใหญ่เตรียมรับ 100 คนกลับจากดาวะห์ อินโดนีเซีย

กระทั่งเช้าวันนี้ (4 เม.ย.)  มีรายงานว่าจังหวัดสงขลาต้องเรียกประชุมด่วนเพื่อหาวิธีการรับมือและจัดการเรื่องสถานที่รองรับกลุ่มพี่น้องมุสลิมทั้งหมดเพราะทุกคนต้องผ่านการกักตัวอย่างน้อย14วัน

โดยเบื้องต้นมีรายงานว่าจะมีการนำตัวทุกคนไปกักตัวที่สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้(พรุค้างคาว) ต.บ้านพรุ  อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 

ศูนย์ข่าวเนชั่น ภาคใต้