วันที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ ผกก.สภ.หนองวัวซอ พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจณะ รอง ผกก.สอบสวน สภ.หนองวัวซอ ร.ต.อ.ชวนสันติ จันทคัต  รอง สว สอบสวน สภ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นำกำลังตำรวจสืบสวนและตำรวจป้องกันและปราบปราม 20 นาย  โดยคุมตัว นายหัสดี ภูตรีปิด อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 47 ม.2 บ้านเลา ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ ในข้อหา”ฆ่าผู้อื่น” หลังก่อเหตุใช้เหล็กชะแลงทุบศีรษะ นายวิฑูรย์ ภูตรีปิด อายุ 36 ปี ลูกชายตายคาทีบริเวณข้างบ้าน  ขณะเมาเหล้าและอาละวาดจะมาทำร้ายลูกเมีย หลังจากขอเงินไปซื้อเหล้าและยาบ้ามาเสพไม่ได้ และยังด่าพ่อ เป็นหมา เป็นควาย  แล้วถือมีดพร้าวิ่งเข้ามาจะฟันพ่อ ขณะเข้าไปห้ามปรามให้ระงับสติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยบ้านที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน มีชาวบ้าน และญาติผู้ตายและผู้ต้องหา มารอให้กำลังใจผู้ต้องหาจำนวนมาก พร้อมกับตะโกนคำว่า”สู้ๆนะ” โดยจุดแรกเป็นจุดที่ นายหัสดี ภูตรีปิด ผู้ต้องหาขุดร่องวางท่อน้ำเข้านาของผู้ตายที่อยู่ติดกัน หลังจากทำเสร็จแล้วได้ขึ้นไปนั่งกินข้าวกับลูกชาย และลูกสะใภ้ รวมทั้งน้องชายของภรรยา ซึ่งลูกชายได้ทำลาบเป็ด และซื้อเหล้ามาดื่ม ส่วนผู้ต้องหากินข้าวเสร็จแล้วได้ไปนั่งอยู่เปลข้างบ้าน เพราะไม่ดื่มเหล้า

 

 

 

แต่พ่อก็ยังมีน้ำใจซื้อเหล้าให้ลูกชายกินกับน้าอีก 1 ขวด เพราะนานๆได้เจอหน้ากัน หลังจากนั้นน้าผู้ตายได้ขอตัวกลับบ้าน ส่วนผู้ตายทะเลาะกับเมียและอาละวาดอย่างหนัก ขณะลูกเมียนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน จนลูกและเมียต้องไปหลบซ่อนตัวอยู่ป่าละเมาะหลังบ้าน สาเหตุจากเมียไม่ให้เงินไปซื้อเหล้าและยาบ้ามาเสพต่อ   พ่อของผู้ตายที่นั่งอยู่เปลรำคาญ จึงเข้าไปดูทีวีอยู่ในบ้าน ส่วนผู้ตายก็เอะอะโวยวาย และจะทำร้ายลูกเมียข้างนอกบ้านอีก

จากนั้นนายหัสดี จึงเข้าไปห้ามปรามให้สงบสติ แต่ผู้ตายกลับขอเงิน 200 บาท เพื่อไปซื้อเหล้าและยาบ้ามาเสพ แต่พ่อ ไม่ยอมให้ พร้อมกับพูดจาสั่งสอน ทำให้ผู้ตายซึ่งเป็นลูกชายคนโตไม่พอใจ วิ่งไปเอามีดพร้าอยู่ในครัววิ่งตรงเข้ามาจะทำร้าย พ่อจึงคว้าเหล็กชะแลงตีสวนไปที่ต้นคอจนลูกชาย ล้มลง ก่อนตีซ้ำไปที่ศีรษะอีก 2 ครั้งจนผู้ตายแน่นิ่ง เพราะกลัวผู้ตายลุกขึ้นมาใช้มีดพร้าทำร้าย ก่อนที่ นายหัสดี เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวรอมอบตัวกับตำรวจ

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาหลังจากทำแผนเสร็จ ให้การว่า รู้สึกเสียใจที่พลั้งมือฆ่าลูกชายตาย แต่มันก็สุดจะทนที่ลูกชายทำไว้กับพ่อและคนในครอบครัว และทำอย่างนี้มาแล้วหลายครั้ง หากผมไม่ต่อสู้ผมก็ตาย และหากผมตายลูกชายก็จะตั้งตัวเป็นใหญ่ขายมรดกจนหมด ทำตัวเป็นใหญ่กว่าพ่อแม่  ที่ผ่านมาให้อภัยมาลูกมาตลอด วิ่งหนีคมมีดลูกมาหลายครั้ง และไม่เคยต่อสู้กับลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

 

 

ตนเองเคยคิดจะฆ่าตัวเองตายมาหลายครั้ง กระทั่งครั้งนี้มันสุดทนจริงๆ รักและหวังพึ่งพายามแก่เฒ่า เพราะภรรยาตนป่วยเสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา จะมีภรรยาใหม่ก็ไม่กล้าเอา เพราะนิสัยลูกเป็นแบบนี้ มรดกที่นาที่อยู่ติดกันกับลูกสาวคนเล็ก ตนก็แบ่งให้จำนวน 6 ไร่ ไปแล้ว ขอชดใช้กรรมที่ตนก่อ และรู้สึกเหมือนหมดทุกข์ในสิ่งที่ทำลงไปในครั้งนี้”

ด้าน นายธงชัย พรมมา อายุ 63 ปี ญาติผู้ต้องหาและผู้ตาย เล่าว่า ผู้ต้องหาเป็นคนนิสัยดีมาก ชอบช่วยเหลือสังคม แต่ก็รู้สึกเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เกิดครั้งแรก หากผู้ตายกินเหล้าจะอาละวาดลูกเมียและพ่อเป็นประจำ พร้อมกับใช้อาวุธมีดพร้าข่มขู่จะทำร้ายนับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งเพื่อนบ้านและตนก็มาห้ามปราม แจ้งตำรวจมาระงับเหตุ หากผู้ตายไม่เสียชีวิต คาดว่าไม่พ่อก็เมียของผู้ตาย จะเป็นคนถูกฆ่าตาย เพราะผู้ตายกินเหล้า และยังเสพยาบ้า ด้วย หลังจากพ่อและเมียผู้ของตายมาเล่าให้ฟัง ไม่ใช่แต่คนในครอบครัวที่รู้ ชาวบ้านในหมู่บ้านก็รู้ว่าผู้ตายยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเป็นนักเลงหัวไม้ และทำกับคนในหมู่บ้านเอาไว้มาก

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว ภูมิภาค  จ.อุดรธานี คมชัดลึก