เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 16 มีนาคม 2563 นายพิชัย วัชรพงษ์ไพบูลย์  ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ เปิดเผยว่า ก่อนการปฏิบัติการ เปิดยุทธการปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายป่าไม้ การบุกรุก​ ยึดถือครอบครอง เผาทำลายป่า​ ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมื่อวันที่ 9-13 มี.ค. 2563 นั้นได้นำเอกสารแผนที่ พร้อมภาพถ่ายประกอบรายงาน ไปมอบให้กับ นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. กรณีจากการตรวจสอบพื้นที่ป่า พบมีการบุกรุกและเผาป่า และลุกลามเข้าไปในป่าสมบูรณ์อย่างรุนแรง และสืบสวนหาหลักฐาน โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม

 

                         โดยนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา.ทส. ได้มอบนโยบายชัดเจนว่า 1. ต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรมต่อประชาชนที่อยู่เดิม 2. ต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือ ภาพถ่ายดาวเทียม ย้อนทุกชั้นปี  3. ถ้าเป็นไปตามรายงาน ให้หาบุคคลที่บุกรุกและถ้ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด 4. ถ้ามี.จนท ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องหาหลักฐาน และเอาผิดอย่าละเว้น  5. ถ้าทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รู้เห็นหรือปล่อยประละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้ ผอ. สำนัก สาขาเพชรบุรี ตั้งกรรมการสอบสวน แล้วรีบรายงาน 6. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการโดยเร่งด่วน

 

 

 

 

 

                    ต่อมานายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. ได้รับคำสั่งจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ให้เดินทางเข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทำความเข้าใจกับประชาชนที่มีผลกระทบ  โดยชี้แจ้งทำความเข้าใจ เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้ง และจะไม่มีการเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด

 

                    นายยุทธพล อังกินันทน์  ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากผู้นำชุมชน ว่ามีการเปิดที่ทำกินจริง และทำให้เกิดไฟป่าจริง แต่ชาวบ้านที่เคยทำกินอยู่เดิม ไม่ได้เข้าไปเปิดพื้นที่ใหม่ เกินกว่าที่ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มาขีดเขตให้ แต่ที่เห็นในภาพข่าว และจุดตามแผนที่นั้น เป็นคนที่มาจากนอกหมู่บ้าน ไม่ใช่คนในหมู่บ้าน จนทำให้เกิดไฟป่าลุกลามเข้าไปในป่าและภูเขา จนทำลายมีความเสียหาย ดังกล่าว

 

                    นายยุทธพล ได้กล่าวกับชาวบ้านต่อว่า ไม่ต้องกังวล การพิสูจน์จากภาพถ่ายดาวเทียม จะทราบทันทีว่า ท่านทำกินมาก่อนหลัง แต่ที่ทราบจากรายงานของ จนท.ทราบว่า ได้สำรวจจำนวนแปลง รายแปลง ให้กับราษฎรแล้วด้วย และมีแนวเขตควบคุม แล้วด้วยเช่นกัน การปฏิบัติการครั้งนี้ ของหน่วยพญาเสือและ จนท.ของทุกหน่วยงาน จะต้องนำความถูกต้องเป็นธรรม ให้กับ ชาวบ้านอย่างแน่นอน ทั้งนี้ จะไม่มีใครเข้ามาหาผลประโยชน์จากการทำงาน เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ให้ราษฎร ครั้งนี้ได้ แต่ขอฝากเรื่องที่มีข่าวว่า พื้นที่ป่าที่ถูกไฟป่าไหม้ครั้งนี้ จะมีกลุ่มคนเข้ามายึดครอบครอง  อ้างเป็นพื้นที่ทำกินเดิม หรือเป็นป่าเสื่อมโทรม นั้นไม่ได้แน่นอน  ขอให้ราษฎรทั้งสามพื้นที่ ในอำเภอหนองหญ้าปล้องนี้ ได้วางใจ จะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ ให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมมากที่สุด  

 

 

 

 

                     ด้านนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ สรุปว่า 1. พื้นที่ที่ถูกบุกรุกนอกเขตควบคุม (อยู่ในพื้นที่อุทยานฯแก่งกระจาน) จำนวน 84 แปลง เนื้อที่ 227 ไร่ 2. ดำเนินคดีล่าสัตว์ และเจ้าของแปลงที่รังวัดให้แล้ว แต่พบซากสัตว์ป่า และให้ดำเนินการตามระเบียบ ถ้าผิดและตรงตัวให้เอาออกจากพื้นที่ และเพิกถอนสิทธิ์ตาม พรบ.อช. 2562 นี้ด้วย  3. พื้นที่ทีถูกไฟป่าไหม้ จำนวนกว่าพันไร่

 

                    ขอให้ดำเนินการให้เเล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้ 4. ให้หาคนอยู่เบื้องหลังและผู้ที่เผาป่า มาดำเนินคดีให้ได้ 5. ให้ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี สำรวจความเสียหาย และสำรวจพื้นที่ เพื่อเข้ามาฟื้นฟูป่าให้สมบูรณ์ต่อไป 6. พื้นที่ ที่เป็นแปลงคดีเก่านั้น ห้ามมิให้ผู้ใด เข้าไปทำกินโดยเด็ดขาด ถ้าบุคคลใดเข้าไป ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บุกเบิกบุกรุกเดิม และให้ดำเนินคดีต่อไป 7. ราษฎรที่อยู่มาก่อน และ ตามพรบ. อุทยานแห่งชาติ 2562 ใหม่นี้ ขณะนี้เปิดโอกาสให้ราษฎรเดิม เข้ามาแจ้งรายชื่อว่า ตนได้ครอบครองทำกิน มาก่อนปี 2541 และระหว่างปี 2541-2557

 

                    โดยทำกินต่อเนื่อง มีร่องรอยตามภาพถ่ายดาวเทียม ให้รีบมาลงชื่อ จะได้สิทธิ์ทำกินในที่ดินที่เดิม ที่ทำกินมาก่อนแน่นอน แต่ถ้ามีการซื้อขาย เปลี่ยนมือ หรือบุกรุกขยายแปลงเพิ่ม เช่นนี้ถือว่าไม่ได้ และต้องถูกดำเนินคดี และอย่าหลงเชื่อ ผู้ที่ไม่หวังดี ให้ข้อมูลของรัฐ และข้อมูลใหม่ ของ พรบ.อุทยานแห่งชาติ แบบผิดๆ ขณะนี้กระทรวงทรัพย์ฯ ได้เร่งจัดการพื้นที่ และ ขีดเขตพื้นที่ทำกินราษฎรที่มาอยู่ ตามแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้

 

                    และในบ่ายวันนี้ที่ 16มีนาคม 2563 นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เรียกประชุม หน่วยพญาเสือ และจนท.ที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าปฎิบัติภารกิจเปิดยุทธการ ปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายป่าไม้ การบุกรุก​ ยึดถือครอบครอง เผาทำลายป่า​ ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมื่อวันที่ 9-13มี.ค. เพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมด รวมทั้งเรื่องตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่แก่งกระจาน ว่ารู้เห็นเป็นใจ หรือปล่อยปะละเลยหรือไม่อย่างไร เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป

 

                     อย่างไรก็ตาม จนท.ชุดทำงานเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯผู้ที่มีหน้าที่รังวัดพื้นที่ทำกินเดิม บอกว่าได้ทำการรังวัดพื้นที่โดยถูกต้องในทุกแปลงซีเอ็น ที่มีการทำกินต่อเนื่อง แต่ไม่ทราบว่าเขตพื้นที่แปลงทำกินในวงซีเอ็นที่ได้ทำการรังวัดถูกต้อง มีการปรับขยายวงเส้นออกไปในป่าใหม่ได้อย่างไร

 

                     มีรายงานว่าขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคล ไปชักชวนชาวบ้านให้รวมตัวเดินขบวน เพื่อเรียกร้องทวงสิทธิ์ในพื้นที่ทำกินแปลงที่ถูก จนท.ยึด แต่ทางผู้นำชุมชนทั้งนายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่บ้านหุบสาริกา ปฎิเสธว่าไม่น่าจะมีเรื่องดังกล่าว แต่จะไปตรวจสอบกับชาวบ้านว่าจริงเท็จอย่างไร อีกทั้งเร็วๆนี้คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะเดินทางลงพื้นที่แก่งกระจานเพื่อดูข้อเท็จจริง ว่าเรื่องราว เป็นเช่นไร รวมทั้งชุดฉก.พยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เตรียมลงพื้นที่อ.แก่งกระจาน อ.กุยบุรี เพื่อตรวจสอบพื้นที่แนวรอบเขตติดต่อกับอุทยานฯแก่งกระจานว่า มีการถูกบุกรุกแผ้วถางและเผาป่า เข้าเขตป่าสงวนแห่งชาติ มากน้อยหรือไม่อย่างไร../

 

 

วุฒิเดช ก้อนทองคำ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.กาญจนบุรี