เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 15 มี.ค. 2563  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางคล้ายเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนางคล้ายได้เล่าว่า  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าบ้านของตนเอง โดยก่อนเกิดเหตุลูกชายซึ่งเป็นพ่อของเด็กทั้งสองคน ประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ ได้เอารถเก๋งคันดังกล่าว ซึ่งถูกชนมา มาซ่อมแต่ยังซ่อมไม่ได้เพราะต้องรออะไหล่หลายอย่าง แล้วลูกชายก็ไปธุระที่กรุงเทพฯ โดยล็อคประตูเอาไว้ส่วนฝาท้ายรถล็อคไม่ได้เพราะชำรุด ต่อมาหลานชายตนและเพื่อนๆซึ่งมีอายุระหว่าง 6-12 ปีหลายคน ได้ชวนกันมาเล่นซ่อนหาที่บริเวณบ้าน โดยได้แบ่งกลุ่ม ผลัดกันซ่อนผลัดกันหา ต่อมา ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 9 ปีผู้เป็นพี่ ได้ให้ ด.ช.บี (นามสมมุติ)น้องชายอายุ 6 ปี เข้าไปซ่อนในฝากระโปรงท้ายรถเก๋งแล้วปิดเอาไว้ พอเล่นจบเกมส์ปรากฎว่าเอาน้องชายออกมาไม่ได้คล้ายเพราะฝากระโปรงท้ายรถถูกล็อค จึงวิ่งไปบอกตนซึ่งนั่งเล่นอยู่กับเพื่อนบ้านไม่ห่างกันนัก จากนั้นก็ได้รีบวิ่งไปที่รถเก๋งเพื่อจะช่วยหลานชายออกมา แต่ก็เปิดอย่างไรก็เปิดไม่ได้ ตนร้อง  เรียกหลานชายอยู่หลายครั้งก็ตอบอยู่และบอกว่าหายใจไม่ค่อยออก

 

 

 

 



 

 

 

                       จากนั้นตนจึงรีบไปขอให้เพื่อนบ้านข้างเคียงให้มาช่วย โดยพากันพยายามเอาชะแลงงัดฝากระโปรงท้ายรถหลายครั้ง แต่ก็เปิดไม่ได้ แต่ก็พอทำให้เกิดช่องโหว่ จากนั้นจึงรีบเอาพัดลมพัดระบายอากาศเข้าไปให้หลานชายได้อากาศหายใจเพิ่มขึ้น แล้วคอยพูดปลอบให้กำลังใจหลายชายที่ยื่นนิ้วมือผ่านช่องโหว่ออกมาขอความช่วยเหลือ จากนั้นก็ไปตามช่างซ่อมรถในหมู่บ้านมาทำการช่วยเหลือโดยการเปิดประตูรถด้านข้างเข้าไปแล้วถอดเบาะหลังออก พร้อมกับส่วนประกอบอื่นๆ ของรถ เพื่อขยายให้เป็นช่องใหญ่ขึ้นก่อนนำ ด.ช.บี ออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่เด็กก็มีอาการอ่อนเพลียเพราะเสียเหงื่อมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                       นางคล้ายยังได้บอกอีกว่า ปกติฝากระโปรงท้ายรถคันนี้เปิดปิดได้ไม่เคยล็อคเพราะมันชำรุด ถามหลานชายว่าได้ล็อคจากข้างในไหม หลานชายก็บอกว่าไม่ได้ล็อค แต่วันนี้ไม่รู้เป็นเพราะอะไรมันจึงล๊อคเอง ตนก็งงเหมือนกัน และโชคดีวันนี้อากาศไม่ร้อนนักเพราะท้องฟ้ามืดครึ้มคล้ายฝนจะตกตลอดทั้งวัน ถ้าหากเป็นเช่นเมื่อวานนี้ ที่สภาพอากาศแดดร้อนจัดก็ไม่รู้ว่า หลานชายจะเป็นอย่างไร

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว สหรัถ  หินกอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ร้อยเอ็ด