แม้กระทั่งภายในร้านสะดวกซื้อ ตร.สั่งเร่งไล่ล่า”ไอมอสหน้าลาย” พร้อมพวกก่อเหตุไล่ยิงรุมตีคนไปทั่วเมืองสุดอุกอาจ หลังกล้องวงจรปิดจับภาพชัดขณะก่อเหตุไว้ได้ทั้งหมดถึงกับอึ้ง ไล่ทำร้ายคนไปทั่วทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มีพวกร่วมก๊วนทั้งชายหญิงขาใหญ่ร่วมก่อเหตุเตรียมออกมาเรียกเพิ่มร่วมก็เหตุอีก 7 ราย! 

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 4 มีนาคม 2563 ความคืบหน้าหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองชัยภูมิ ขออนุมัติออกหมายจับกลุ่มโจ๋ยกพวกนับสินคนขึ้นหลังรถกระบะสีขาว จำนวน 2 คัน ตามไล่ยิงกลุ่มวัยรุ่นขับ จยย.ผ่านมาถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย อาการล่าสุดยังสาหัสต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลชัยภูมิ มาตั้งช่วงเวลา 01.00 น.วันที่ 4 มี.ค.63

ซึ่งด้าน พ.ต.อ.วัฒนชัย  จันทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆไปทั่วเมืองชัยภูมิ เพิ่มเติม ยังพบว่ากลุ่มโจ๋ขับรถกระบะสีขาวกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมอุกอาจมาก หลังจากที่ก่อเหตุทั้งขับรถยิงปืนไล่ทำร้ายคนไปทั่วเมือง จนมีร้านค้าย่านสนามบินอีกแห่งร้านค้าได้รับความเสียหายทั้งกระจก ประตูเหล็กหน้าร้านมีรอยรูกระสุนปืนทะลุเข้าไปในร้านค้าอีกเป็นจำนวนมากเพิ่มอีกจุด

 

 

 

 

                      ซึ่งล่าสุดภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณถนนนนทนาคร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิและในร้านสะดวกซื้อ ถนนราชพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พบว่ากลุ่มโจ๋กระบะขาวยกพวกนับสิบคนขึ้นท้ายรถไปก่อเหตุ เรียงลำดับได้ตั้งแต่จุดแรก ได้ขับรถกระบะสีขาวมาด้วยกันจำนวน 2 คัน ก่อนเกิดเหตุได้ไปดื่มกินในผับแห่งหนึ่งย่านถนนนนทนาคร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จนกระทั้งเวลาเที่ยงคืนกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถกระบะและมีพรรคพวกนั่งมาท้ายกระบะร่วม 10 คน มาจอดรอเพื่อที่จะหาเรื่องผู้ที่ขับรถผ่านไปมาด้วยความเมาไปทั่ว ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่เห็นใครผ่านไปมาจะพากันเข้ารุมทำร้ายหมดในครั้งนี้เกิดขึ้น

จนเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที กลุ่มชายฉกรรจ์ได้ขับรถวนไปมาตามถนนดังกล่าว 1 รอบ ก่อนที่จะพบกับกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษาผู้บาดเจ็บถูกไล่ยิงทั้ง 3 ราย พากัรขับขี่รถ จยย.จับกลุ่มกันผ่านมา ก่อนที่กลุ่มโจ๋กระบะสีขาวจะใช้ขวดปาไปที่กลุ่มของผู้บาดเจ็บและลงมือยิงคนที่ขี่ จยย.ผ่านมา จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 รายดังกล่าวขึ้นในจุดแรก

แต่ก็ยังไม่สิ้นสุดอยู่แค่นี้ กลุ่มรถกระบะขาวที่ร่วมกันก่อเหตุได้ขับรถกระบะจำนวน 2 คันไล่ตามกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษาที่ผู้บาดเจ็บพยายามขับรถหนีเข้ารพ.ชัยภูมิ ขอให้จนท.ตำรวจเข้ามาช่วย แต่กลุ่มโจ๋ทั้งชายหญิงที่มาด้วยกันกับรถกระบะขาวนับ 10 คน ตามไม่ทัน เนื่องจากผู้บาดเจ็บและเพื่อนได้เลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาลชัยภูมิแล้ว

ส่วนผู้ก่อเหตุยังได้ขับรถกระบะขาวไปตามถนนต่างๆในตัวเมืองชัยภูมิจนกระทั้งไปจอด และพากันลงรถกระบะ พากันวิ่งเข้าไปลงมือก่อเหตุไล่รุมต่อยตี ใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายร่างกาย คนหนุ่มที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อซึ่งน่าจะคิดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นจยย.ที่ถูกไล่ยิงบาดเจ็บ และวิ่งทำร้ายประชาชนผู้ชายหนุ่มที่มาเดินร้านสะดวกซื้อ ย่านถนนราชพฤกษ์ ก่อเหตุซ้ำอีกเป็นจุดที่สอง แต่ไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในร้านสะดวกซื้อร้านดังกล่าว

 

 

 

                   ต่อมากลุ่มกระบะผู้ก่อเหตุยังได้พากันขึ้นรถกระบะขาว ขับไปตามถนนสายต่างๆใช้ปืนขึ้นมาไล่ยิงไปตามถนนสนามบิน และ พบว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่น ย่านถนนสนามบิน มีร่องลอยกระสุนปืนในลักษณะเดียวกันในที่เกิดเหตุไล่ยิงวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บ 3 รายในจุดแรก และทำให้ร้านค้าดังกล่าวได้รับความเสียหาย ก่อนที่กลุ่มกระบะขาวผู้ก่อเหตุจะขับรถหลบหนีหายไป

ซึ่งล่าสุดเองด้าน พ.ต.อ.วัฒนชัย  จันทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ได้ออกติดตามและตรวจสอบพบว่ารถกระบะทั้ง 2 คันที่ใช้ก่อเหตุ เป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน บพ 3288 หมวดจ.สุรินทร์ และอีกคันยี่ห้อนิสสัน สีขาว ทะเบียน กจ 0496 หมวดจ.ชัยภูมิ ซึ่งขณะนี้ทางหัวหน้ากลุ่มโจ๋ผู้ก่อเหตุที่ถูกออกหมายจับรายแรก คือนายศราวุธ หรือ “มอสหน้าลาย” แก้วดอนดู่ อายุ 27 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 7/5 หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ กำลังพาพวกที่ร่วมกันก่อเหตุขับรถที่ใช้ก่อเหตุพยายามเดินทางขับหลบหนีเข้าไปที่ กทม.อยู่ในขณะนี้ อยู่ระหว่างการเร่งจัดชุดจนท.ตร.ออกติดตามอย่างต่อเนื่องใน๘ระนี้ รวมทั้งล่าสุดก็ได้หลักฐานภาพคนที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้เพิ่มเติมอีก 7 ราย ที่จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกกลุ่มโจ๋ที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ทั้งหมดมาพบพนักงานสอบสวนเพิ่มอีก 7 ราย และเร่งจัดชุดติดตามตัวหัวหน้ากลุ่มโจ๋ หรือมอสหน้าลาย มือไล่ยิงไล่รุมทำร้ายคนอย่างอุกอาจไปทั่วเมืองชัยภูมิครั้งนี้ เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีในเบื้องต้นในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และร่วมกันพกพาอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรตามกฏหมายต่อไป///

 

อนุชา มูลเทพ ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ